เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1908 กฎอีกข้อ
บทที่ 1908 กฎอีกข้อ
ผู้บำเพ็ญตกตะลึง
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดต่างก็มองหมี่สวิ้นด้วยความตกใจ
ใบหน้าอ่อนเยาว์ของหมี่สวิ้นแสดงจิตสังหารที่ไม่เหมาะกับวัย “ไม่มีใครบอกพวกคุณหรือว่าหากเข้ามาในมณฑลหนาน ต้องปฏิบัติตามกฎของมณฑลหนาน”
ผู้บำเพ็ญเบิกตากว้าง
หมี่สวิ้น “ไม่มีใครบอกพวกคุณก็ไม่เป็นไร แต่ผมจะบอกพวกคุณตอนนี้ ในมณฑลหนาน ห้ามนำรูปเทพเข้ามาโดยเด็ดขาด”
“ยิ่งกว่านั้น ห้ามบูชาเทพเจ้าหรือพระพุทธองค์ หากถูกจับได้ มณฑลหนานมีสิทธิ์ประหารคนที่ฝ่าฝืน”
“ทำไมต้องเป็นแบบนั้น!” ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งตะโกน “นี่มันกฎบ้าอะไร…”
ปัง!
กระสุนปืนพุ่งผ่านข้างหูของผู้เข้าแข่งขันคนนั้นไป ทำให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนตื่นตะลึง
“เข้าใจแล้วหรือยัง?”
หมี่สวิ้นไม่ได้เก็บปืนลง แต่ยังคงเล็งไปที่ผู้เข้าแข่งขันที่เพิ่งพูด ราวกับว่าถ้าอีกฝ่ายตอบไม่น่าพอใจ นัดต่อไปจะยิงเข้าที่หัวใจของเขา
ไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น แต่นักพรตที่มากับหมี่สวิ้นต่างก็ทำหน้าเย็นชา ฝ่ามือต่างวางอยู่บนปืนพก
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร หมี่สวิ้นจึงเก็บปืน “ตรวจค้นต่อไป ค้นให้หมดทุกอย่าง”
ครั้งนี้ไม่มีใครต่อต้านอีก ได้แต่มองกล่องของพวกเขาถูกเปิดไปทีละใบ ข้าวของทั้งหมดถูกรื้อค้นจนยุ่งเหยิง
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกัดฟันโกรธแค้น แต่ไม่กล้าพูดอะไร
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
รูปเคารพทั้งหมดที่ถูกค้นพบได้ถูกหมี่สวิ้นเผาทำลายต่อหน้า ไม่ว่าจะเป็นภาพวาดหรือแผ่นหยก… ทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับรูปเคารพถูกเผาจนหมดสิ้น
เหลือเพียงกองขี้เถ้า
หลังจากเผาเสร็จ หมี่สวิ้นนำทุกคนเข้าโรงแรมเพื่อเช็คอิน
“รอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในอีกเจ็ดวัน ในเจ็ดวันนี้ทุกคนสามารถปรับตัวให้เข้ากับชีวิตในมณฑลหนานได้” หมี่สวิ้นพูดกับทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“พวกเราโอนเงินเข้าบัญชีของทุกคนแล้ว คนละหนึ่งล้าน เงินไม่มาก แต่ก็พอให้ทุกท่านได้สัมผัสถึงความอบอุ่นของมณฑลหนาน”
“อ้อ นอกจากกฎที่พูดไปเมื่อกี้แล้ว ยังมีกฎอีกข้อหนึ่ง”
หมี่สวิ้นยังคงยิ้ม แต่รอยยิ้มกัลบส่งไปไม่ถึงดวงตา “ช่วงนี้มณฑลหนานไม่ค่อยสงบ พอถึงตอนกลางคืนก็อย่าออกไปเที่ยวนะครับ”
พูดจบ เขาก็พาคนของตัวเองจากไป ทิ้งไว้เพียงผู้รับผิดชอบสองคน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
ผู้ชายชื่อซือไถ
ผู้หญิงชื่อหนงฉาน
หลังจากแจกคีย์การ์ดและรหัสเงินสดแล้ว พวกเขาก็พาทุกคนไปที่ห้องพัก
หนงฉานพาฉู่ลั่วไปที่ห้องพัก เธอไม่ได้ไปไหน แต่ยืนพิงประตู มองฉู่ลั่วขึ้นลง “คุณคือฉู่ลั่วคนที่สองที่เข้ามาในมณฑลหนาน คนก่อนหน้านี้ ศพยังคงแขวนอยู่บนต้นไม้ที่องค์กรค่ะ”
“คุณต้องระวังตัวให้มาก ๆ นะคะ ฉันไม่อยากให้ต้นไม้หน้าองค์กรเต็มไปด้วยศพของฉู่ลั่ว”
ฉู่ลั่วหันมามองหนงฉาน “คุณเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรเหรอคะ?”
“ใช่สิคะ! ไม่เหมือนเหรอ?”
ฉู่ลั่ว “ไม่เหมือน!”
หนงฉานหัวเราะเยาะ “คุณดูเหมือนฉู่ลั่วมากกว่าคนก่อนหน้านะคะ คนก่อนหน้าพอเข้ามาในมณฑลหนานก็รีบร้อนหาโน่นหานี่”
“เหอะ คุณเงียบกว่าเยอะเลยค่ะ!”
ฉู่ลั่วหันหลังเดินไปที่หน้าต่างบานใหญ่ของโรงแรม มองออกไปข้างนอก
โรงแรมแห่งนี้เป็นโรงแรมห้าดาว ตั้งอยู่ในใจกลางเมือง แต่มีคนเดินถนนไม่มากนัก
ยังสามารถมองเห็นวิญญาณเร่ร่อนที่ลอยอยู่ทุกหนทุกแห่ง
ปรโลกบอกว่ายมทูตสามารถมาที่มณฑลหนานได้เพียงปีละครั้ง และจะอยู่ที่นี่ตลอดทั้งปี
จนกระทั่งปีหน้าเมื่อค่ายกลเปิดออกมา ยมทูตรับวิญญาณคนใหม่จะเข้ามาในมณฑลหนาน ส่วนยมทูตรับวิญญาณคนเดิมจะนำวิญญาณที่รวบรวมได้ในปีนั้นกลับเข้าที่ปรโลก
หนงฉาน “คุณกำลังมองอะไรอยู่?”
“วิญญาณเร่ร่อน!”
“ไม่มีอะไรน่าดูหรอกค่ะ วิญญาณเร่ร่อนในมณฑลหนานมีเยอะแยะไป จำเอาไว้ หลังจากมืดแล้ว อย่าออกไปข้างนอก ระวังตายอยู่ข้างนอกนั่น ต่อให้คุณจะเป็นฉู่ลั่ว คุณก็อาจตายในมณฑลหนานและกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนได้นะคะ”
หลังจากที่หนงฉานพูดจบ เธอก็หันหลังจากไป
จนกระทั่งความมืดปกคลุม ท้องฟ้าเพิ่งมืด บนถนนในมณฑลหนานก็ไม่มีผู้คนแล้ว