เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1909 นี่แหละคือผลลัพธ์
บทที่ 1909 นี่แหละคือผลลัพธ์
ฉู่ลั่วยืนอยู่บนดาดฟ้าของโรงแรม มองวิวทิวทัศน์ของเมือง
แสงไฟสว่างไสว แต่กลับไม่มีคนเดินบนถนนแม้แต่คนเดียว
ความคึกคักและเสียงอึกทึกถูกจำกัดอยู่แค่ภายในอาคารเท่านั้น แต่ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืน กลับเงียบสงัดน่าขนลุกมาก
สายลมพัดผ่าน ฉู่ลั่วกระโดดลงมาจากดาดฟ้า ราวกับแสงและเงา เคลื่อนที่ไปมารวดเร็ว
จนกระทั่งมาถึงค่ายกลแห่งหนึ่ง
นี่คือค่ายกลภายในมณฑลหนาน
แต่ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ค่ายกล ฉู่ลั่วก็สัมผัสถึงพลังชั่วร้ายอันแรงกล้า และในพลังชั่วร้ายนั้นยังผสมปนเปกับพลังเทพอันทรงพลัง
ฉู่ลั่วใช้มือแตะค่ายกลเบา ๆ พลังบนค่ายกลกระเพื่อมออกไปราวกับคลื่น
ทันใดนั้น ผีร้ายที่มีรูปร่างน่าสะพรึงกลัวตนหนึ่งก็พุ่งชนค่ายกลอย่างแรง ตามมาด้วยตนที่สองและคนที่สาม
ราวกับถูกเธอดึงดูด
ผีร้ายนับร้อยนับพันต่างพุ่งชนเข้าใส่ค่ายกลตรงตำแหน่งที่เธอยืนอยู่
ฉู่ลั่วมองคลื่นบนค่ายกลที่เคลื่อนไหวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่พลังของค่ายกลก็แข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน
เธอรีบถอยหลังไปร้อยเมตร ผีร้ายที่ล้อมรอบค่ายกลทั้งหมดกระจายตัวออกไป
ไม่น่าเชื่อ…
มีผีร้ายมากมายขนาดนี้
แต่ทำไมถึงมีผีร้ายมากมายขนาดนั้น?
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วครุ่นคิด
“ใครกัน!”
วิชาอาคมที่ทรงพลังพุ่งเข้าโจมตีเธอ
ฉู่ลั่วกระโดดขึ้นไปบนต้นไม้สูงทันที นักพรตในเครื่องแบบหลายสิบคนเหาะมา
“เมื่อครู่ค่ายกลมีความเคลื่อนไหวผิดปกติ แน่นอนว่าต้องมีคนพยายามบุกเข้ามา”
“วันนี้เป็นวันที่คนนอกเข้ามาในมณฑลหนาน มีคนบุกเข้าค่ายกลมาก็เป็นเรื่องปกติ”
“ทุกปีในวันนี้จะมีคนบุกเข้าค่ายกล ค่ายกลนี้ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน ประธานฮั่วเองก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหนเหมือนกัน”
“อยู่ได้นานเท่าไหร่ก็อยู่ไปเถอะ! อย่าพูดเรื่อยเปื่อยอีกเลย รีบไปดูรอบ ๆ เร็วเข้าว่ามีคนบุกเข้าค่ายกลหรือเปล่า”
นักพรตต่างแยกย้ายกันไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว
ฉู่ลั่วมองค่ายกลที่ระลอกคลื่นกำลังเอ่อท้น มือของเธอกำแน่น
เธอหันหลังกลับเข้าไปโรงแรม
“อ๊าก!”
ทันทีที่เพิ่งก้าวเข้ามา ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องน่าสยดสยอง
เสียงกรีดร้องนี้ทำให้ค่ำคืนที่เงียบสงัดยิ่งน่าขนลุกมากขึ้น
“มีคนตาย!”
ฉู่ลั่วเดินเข้าไป ผู้บำเพ็ญคนหนึ่งพูดด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว “ปรมาจารย์…ปรมาจารย์ฉู่ มีคนตายแล้ว วิญญาณก็หายไปด้วย!”
เมื่อทุกคนเห็นฉู่ลั่วมา พวกเขาก็หันไปมองเธอทันทีราวกับว่าเห็นที่พึ่งสุดท้าย
ฉู่ลั่วเดินไปที่ประตูห้อง เปิดประตูออกดู เห็นผู้บำเพ็ญคนหนึ่งถูกแขวนอยู่บนเพดาน
เธอลองเรียกวิญญาณดู แต่ไม่มีวิญญาณออกมา
ดวงวิญญาณหายไปแล้ว
“มีคนตาย มีคนตาย!”
อีกคนตะโกนออกมาดัง ๆ
ตอนนี้ทั้งโรงแรมเหมือนมีเสียงคนตะโกน ‘มีคนตาย’ ดังไปทั่ว
เมื่อหมี่สวิ้นรู้ข่าวและมาถึง ก็พบว่ามีผู้เข้าแข่งขันเสียชีวิตไปแล้วสิบคน
ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนเสียชีวิตในสภาพที่แตกต่างกัน บางคนถูกแขวนบนเพดาน บางคนจมน้ำในห้องน้ำ บางคนถึงกับถูกยัดก้อนหินเต็มปาก…
สภาพการเสียชีวิตของแต่ละคนล้วนน่าสยดสยองเป็นพิเศษ
“ทำไมถึงมีคนตาย? พวกคุณต้องมีคำอธิบายนะ!”
“มณฑลหนานเป็นสถานที่บ้าบออะไรกัน? ห้ามนั่นห้ามนี่ แค่วันแรกก็มีคนตายแล้ว! พูดมาสิ นี่เป็นฝีมือของพวกคุณใช่ไหม!”
ผู้เข้าแข่งขันต่างมีสีหน้าหวาดกลัว มองหมี่สวิ้นกับคนอื่น ๆ ราวกับกำลังมองฆาตกร
หมี่สวิ้นกวาดตามองศพเหล่านั้นด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ผมบอกไปแล้วว่าหลังจากฟ้ามืด ห้ามออกจากโรงแรม”
“นี่แหละคือผลลัพธ์”
“คุณหมายความว่ายังไง!” ใครบางคนโกรธจัดพุ่งเข้าหาหมี่สวิ้น
ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ ปืนก็ลั่น กระสุนเจาะเข้าที่น่องของผู้บำเพ็ญคนนั้น หยาดเลือดสาดกระเซ็น
เสียงอึกทึกถูกกลบด้วยเสียงปืน
ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ
เหลือเพียงเสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดของผู้บำเพ็ญที่ล้มลง
หมี่สวิ้นถือปืน มองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา “ออกไปข้างนอกตอนกลางคืนก็สมควรตายแล้ว พวกเขาหาเรื่องใส่ตัวเอง จะโทษใครไม่ได้!”
“ถ้าพวกคุณไม่ทำตามกฎ ก็จะลงเอยเหมือนพวกเขา”