เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1910 รอยสักรูปเคารพ
บทที่ 1910 รอยสักรูปเคารพ
เขาโบกมือ สั่งให้คนยกศพทั้งสิบร่างออกไป
หมี่สวิ้นหันกลับมามองผู้เข้าแข่งขันที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธเคือง “ถ้าไม่เชื่อ ผมก็ยินดีจัดการศพให้พวกคุณเอง”
หลังจากพูดจบ สายตาของเขาก็หันไปจับจ้องฉู่ลั่ว “คืนนี้คุณออกไปข้างนอกหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วตอบ “ถ้าฉันออกไปจริงตามที่คุณบอก ศพพวกนั้นก็คงมีฉันรวมอยู่ด้วยแล้ว”
เธอไม่ได้บอกว่าตัวเองออกไปได้หรือไม่ได้ แต่กลับเปลี่ยนวิธีพูดแทน
สายตาของหมี่สวิ้นเย็นชาลง “ไม่ออกไปก็ดีแล้ว ผมไม่อยากจัดการศพเพิ่ม”
เขาพาคนของตนเองออกไปทิ้งให้ผู้เข้าแข่งขันอยู่ตรงนั้น ไม่สนใจพวกเขาอีก
มีเพียงหนงฉานและซือไถที่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “กลับไปนอนได้แล้ว ถ้าพวกคุณเชื่อฟังก็จะไม่มีใครตาย แต่ถ้าไม่เชื่อฟัง คนตายก็จะมีมากขึ้น”
หนงฉานให้ความสนใจกับฉู่ลั่วมากที่สุด สายตาของเธอมักจะมองไปที่ฉู่ลั่วเป็นครั้งคราว
หลังเห็นนผู้บำเพ็ญหลายคนเดินตามฉู่ลั่วไปที่ห้องพัก หนงฉานจึงส่งสัญญาณให้ซือไถตามไปด้วย
ฉู่ลั่วเดินไปที่หน้าห้องของเธอ หันกลับมามองผู้เข้าแข่งขันที่เดินตามหลังมา “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ปรมาจารย์ฉู่ พวกเรามีเรื่องจะคุยด้วย”
ฉู่ลั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะขยับหลบให้พวกเขาเข้าไป
หนงฉานยืนอยู่ข้างหลังสุด สบตากับฉู่ลั่วที่กำลังปิดประตู
เธอขมวดคิ้วแน่น หวังว่าคนกลุ่มนี้จะไม่ก่อเรื่องวุ่นวายนะ!
ทันทีที่ประตูปิดลง ก็มีคนถามขึ้นมาว่า “ปรมาจารย์ฉู่ไม่คิดจะจัดการอะไรหน่อยเหรอครับ”
ฉู่ลั่วหันกลับมามองผู้เข้าแข่งขัน “จัดการอะไรคะ”
“มณฑลหนานจ้องจะเล่นงานพวกเราชัด ๆ ปรมาจารย์ฉู่จะไม่ทำอะไรเลยเหรอ? พวกเราตายไปตั้งสิบคนแล้ว! แค่บอกว่าเป็นเพราะพวกเราออกไปข้างนอกตอนกลางคืนเนี่ยนะ?”
“นี่มันกฎบ้าอะไรกัน! ทำไมกลางคืนถึงออกไปไม่ได้!”
“พวกเราติดต่อคนภายนอกไม่ได้ ถ้าตายกันหมดที่นี่ก็คงไม่มีใครรู้เรื่องหรอก”
“อย่างนี้เอง ทุกปีถึงมีคนออกจากมณฑลหนานน้อยขนาดนี้”
“ปรมาจารย์ฉู่ คุณจะจัดการอะไรหรือเปล่า?”
ฉู่ลั่วนั่งอย่างสบายอารมณ์บนโซฟา เธอโบกมือเบา ๆ กาน้ำก็รินน้ำเองโดยอัตโนมัติ แล้วลอยมาอยู่ตรงหน้า เธอรับมันมาดื่ม
“จะจัดการยังไงล่ะคะ?”
ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งจ้องเธอด้วยความโมโห “ก็สั่งสอนพวกเขาสิครับ! พวกเรามาแข่งขันนะ ไม่ได้มาเป็นเบี้ยล่างของพวกเขา”
ฉู่ลั่ว “ฉันสนับสนุนเธอค่ะ”
สีหน้าของผู้เข้าแข่งขันเปลี่ยนไป “หมายความว่าปรมาจารย์ฉู่ไม่จัดการอะไรเลยใช่ไหม?”
“เธอไม่อยากยุ่งอยู่แล้ว” ผู้บำเพ็ญอีกคนเดินออกมา ต่างจากผู้บำเพ็ญทั่วไป ผมของเขามีสีรุ้งสะดุดตามาก เสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็เป็นแบรนด์แฟชั่นทั้งหมด
ยังหนุ่ม มีชีวิตชีวา และเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
เพราะการแต่งตัวที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงนี้เอง ทำให้เขาดึงดูดความสนใจได้มากมายตั้งแต่เริ่มการแข่งขัน
หมิงจื่อผูหัวเราะเยาะ “ถ้าอยากมีชีวิตรอดในมณฑลหนาน ก็ต้องมีรูปเคารพ ต้องบูชาเทพเจ้า นี่เป็นข้อมูลที่ผมใช้เงินมหาศาลซื้อมาก่อนที่จะเข้ามาในมณฑลหนาน”
“ถ้าไม่มีรูปเคารพ ต่อให้คุณเป็นฉู่ลั่ว คุณก็ปกป้องตัวเองไม่ได้”
“พูดตอนนี้มันจะมีประโยชน์อะไร!” ใครบางคนพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “รูปเคารพอยู่ที่ไหนล่ะ ถูกหมี่สวิ้นคนนั้นริบไปหมดแล้ว”
หมิงจื่อผูยกยิ้มอย่างภูมิใจ
สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่เขา หายใจถี่ขึ้นเล็กน้อย
“นายมีรูปเคารพเหรอ?”
หมิงจื่อผูเอียงคอมองทุกคน พยักหน้าเบา ๆ
“นายเอามาจากไหน?”
“มันไม่ได้ถูกริบไปหมดแล้วเหรอ?”
หมิงจื่อผู “ผมย่อมมีวิธีของตัวเอง”
เขาเอื้อมมือไปรูดซิปลงอย่างไม่ใส่ใจ ถอดเสื้อแจ็กเก็ตออก แล้วเริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ต
หลังจากปลดกระดุมทีละเม็ดแล้ว เขาก็ยิ้มให้ทุกคนและหันตัวช้า ๆ
อย่างที่คาด ทุกคนสูดหายใจเฮือก
บนหลังของหมิงจื่อผูสักรูปเคารพที่ดูเหมือนจริง รูปเคารพดูน่าเกรงขาม ดวงตาหรี่ลงครึ่งหนึ่ง ราวกับกำลังดูถูกมนุษย์ แต่ก็ราวกับเต็มไปด้วยความเมตตาอันไร้ขอบเขต
“นาย…นายกล้าได้ยังไง?”
รูปเคารพ!
นี่มันรูปเคารพเชียวนะ!