เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1911 ไม่พกรูปเคารพติดตัว ตายแน่นอน
บทที่ 1911 ไม่พกรูปเคารพติดตัว ตายแน่นอน
ใครจะกล้าสักรูปเคารพไว้บนร่างกายของตัวเองกัน
แล้วใครที่กล้าสักรูปเคารพให้คนอื่น
ไม่ว่าจะเป็นช่างสักหรือคนที่ถูกสัก… ก็นับว่า… กล้ามาก!
หมิงจื่อผูหันหลังให้ทุกคน ลูบหลังตัวเองอย่างจงใจโชว์กล้ามเนื้อ “เป็นไง สักออกมาสวยมากใช่ไหม! ช่างสักในประเทศไม่ยอมสักให้ผม ผมเลยต้องบินไปต่างประเทศเพื่อหาช่างสัก”
“มาที่มณฑลหนาน ไม่พกรูปเคารพติดตัว ตายแน่นอน”
“ไม่บูชารูปเคารพ ก็ไม่รู้จะเอาชีวิตรอดยังไง”
เขาหันกลับมามองทุกคน “ถ้าพวกคุณอยากมีชีวิตรอด ก็มาบูชาเทพองค์นี้ซะ! ผมไม่ว่าอะไรหรอกนะ ถ้าจะมาบูชาด้วยกัน!”
ทุกคนมีสีหน้าแตกต่างกันไป
บางคนถอยหลังไปเล็กน้อย
บางคนมองหมิงจื่อผูด้วยความตกตะลึง
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร และไม่มีใครคุกเข่าลง
มีเพียงฉู่ลั่วที่เอ่ยปากถาม “คุณรู้ไหม ทำไมช่างสักในประเทศถึงไม่ยอมสักรูปเคารพให้”
“รู้อยู่แล้วสิ! มันเป็นข้อห้ามของช่างสักไง!” หมิงจื่อผูพูดอย่างไม่ใส่ใจ “สักหน้ากากผี โชคลาภมาเอง หลังสักจงขุย บารมีมาพร้อมกาย สักพระพุทธองค์ งานการมั่นคง สักรูปเคารพเสร็จ ปีศาจหายสิ้น”
“แต่การสักรูปเทพเจ้ามีข้อห้ามเยอะ ช่างสักหลายคนเลยไม่ค่อยอยากทำให้”
“แต่รูปเคารพของผมไม่เหมือนกัน”
เขาพยายามยื่นรูปสักเข้าไปใกล้ “ดูให้ชัด ๆ เลย รูปเคารพของผมสักตามกฎทุกอย่าง ไม่มีผลกระทบอะไรทั้งนั้น”
ทุกคนต่างถอยหลัง ก้มหน้าหลบ ไม่ยอมมองรูปสักนั้น
ฉู่ลั่วพูดว่า “แล้วคุณรู้ไหมว่าในลัทธิเต๋า แต่ละสายล้วนมีอาจารย์สืบทอด ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเทพทั้งสิ้น”
หมิงจื่อผู “…”
“สำหรับคนทั่วไป การสักรูปเคารพติดตัว แค่ปฏิบัติตามข้อห้ามก็พอ แต่สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว มันต่างกัน ผู้บำเพ็ญรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทพเจ้า ไม่ใช่เหรอ?”
ฉู่ลั่วมองหมิงจื่อผูที่ยังคงงุนงงอยู่ “เวลาคุณฝึกวิชาอาคม มีอาจารย์สืบทอดไหม?”
หมิงจื่อผูขมวดคิ้วเล็กน้อย แล้วหัวเราะเยาะออกมา เขาสวมเสื้อผ้า “ถ้าไม่อยากบูชาก็ไม่ต้องบูชา จำเป็นต้องมาขู่ผมแบบนี้ด้วยเหรอ?”
“ผมสักมาเกินหนึ่งปีแล้ว ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยนะ!”
“หรือว่าตอนนี้จะมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นอย่างนั้นเหรอ”
เขาจ้องมองทุกคนด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะเดินออกไปอย่างไม่ไยดี
เหลือเพียงทุกคนที่อยู่ในห้อง พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“หมิงจื่อผูคนนี้ใจกล้าเกินไปแล้ว!”
“ก็เขาทำตัวเป็นเหมือนพวกสำนักเต๋าใหม่ จะใจกล้าหน่อยก็เป็นเรื่องปกติ”
มีคนหนึ่งมองไปที่ฉู่ลั่ว “ในเมื่อปรมาจารย์ฉู่ไม่คิดจะออกหน้าแทนพวกเรา งั้นพวกเราก็อย่าไปรบกวนการบำเพ็ญของปรมาจารย์เลยดีกว่า!”
เมื่อคนหนึ่งออกไป คนอื่น ๆ ก็ทยอยกันออกไปด้วย
“ถ้าเป็นปรมาจารย์ฉู่ตัวจริง คงไม่ยอมปล่อยเรื่องนี้ไปแน่ ๆ”
“แน่นอนสิ! คนที่ปลอมตัวมาจะจัดการอะไรได้”
เสียงของพวกเขาไม่ดังไม่เบา แต่ก็ดังพอที่ฉู่ลั่วจะได้ยิน
ทั้งยังดังพอที่หนงฉานซึ่งยืนอยู่ข้างนอกจะได้ยินด้วย
เมื่อหนงฉานได้ยินคำว่า ‘ปลอมตัวมา’ ดวงตาของเธอก็เป็นประกายวูบวาบ
เช้าวันต่อมา
หมี่สวิ้นเดินเข้ามาหาทุกคนและบอกว่า “วิญญาณร้ายที่ฆ่าผู้เข้าแข่งขันสิบคนถูกประหารแล้ว”
“แต่ว่ามณฑลหนานมีปีศาจผีร้ายมากมาย ไม่เหมือนกับข้างนอก พวกคุณไม่ควรออกไปข้างนอกในตอนกลางคืน”
เขามีสีหน้าเคร่งขรึม เตือนทุกคนว่า “ครั้งนี้ผมสามารถแก้แค้นแทนพวกคุณได้ แต่ถ้ามีครั้งต่อไป พวกคุณจะไม่ได้อะไรเลยนอกจากตายเปล่า”
ฉู่ลั่วมองหมี่สวิ้นและคนที่ติดตามมา สีหน้าของพวกเขาดูเหนื่อยล้า แต่ในดวงตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นจะฆ่า
โดยเฉพาะหมี่สวิ้น จิตสังหารในดวงตาของเขาแทบจะทะลักออกมา
“คุณบอกว่าฆ่าแล้วก็คือฆ่าแล้วเหรอ? ใครจะรู้ว่าพวกคุณจะไม่หาวิญญาณร้ายตัวไหนมาเป็นแพะรับบาป!”
“คุณพูดอะไร!” หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของหมี่สวิ้นก้าวออกมาทันที สีหน้าโกรธเกรี้ยว คราวนี้เขาไม่ได้ชักปืนออกมา แต่กลับชักดาบ บนใบดาบยังมีคราบเลือดที่ยังไม่ได้เช็ดออกให้สะอาดติดอยู่