เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1936 ปรโลกอยู่ฝ่ายคุณ
บทที่ 1936 ปรโลกอยู่ฝ่ายคุณ
เธอหันไปมองแม่ลูกที่ยืนอยู่ด้านข้าง “ยายา มานี่สิ!”
ยายารีบเดินเข้ามา ดวงตาแดงเรื่อ
ฉู่ลั่วยื่นมือออกไปลูบหัวเธอ “ฉันเคยเห็นรูปถ่ายของเธอที่บ้านตระกูลฉู่ โตขนาดนี้แล้วเหรอ!”
ยายาสะอื้นเล็กน้อย “ในที่สุดพี่ก็กลับมาแล้ว”
จั่วโยวโยวก็เดินเข้ามาด้วย เธอมองฉู่ลั่วแล้วจึงเอ่ยปาก “ฉู่จิงเขา…เขาตายไปแล้ว เพื่อช่วยชีวิตพวกเราแม่ลูก”
“เพียงแต่สถานการณ์พิเศษในมณฑลหนาน จิตวิญญาณของเขาจึงยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่”
มือของฉู่ลั่วที่ลูบหัวยายาชะงักไปครู่หนึ่ง “ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะหาวิญญาณของเขาให้เจอ”
จั่วโยวโยวพยักหน้า
“ตอนนี้เธอวางแผนไว้ยังไง?” เธอถาม
ฉู่ลั่วกำลังจะเอ่ยปาก ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ แววตาของเธอแปรเปลี่ยน “ฉันขอตัวไปปรโลกก่อน”
เธอหายวับไปยังปรโลก พบกับยมทูตขาวดำที่มีสีหน้ากังวล
ยมทูตขาวดำรีบคว้ามือของฉู่ลั่ว ดึงเธอไปด้านข้าง “มีเทพมาที่ปรโลกแล้วครับ”
ฉู่ลั่วขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แดนเทพบอกว่า ห้ามปรโลกอนุญาตให้คนเป็นเข้ามาครับ”
นี่เป็นกฎของปรโลก
“ส่วนฮั่วเซียวหมิง…”
ฉู่ลั่วเข้าใจแล้ว “ฉันจะพาเขาไปค่ะ”
“ท่านปรมาจารย์วางใจได้ครับ ปรโลกอยู่ฝ่ายคุณ ถ้าคุณจะทำอะไร สามารถแจ้งพวกเราล่วงหน้าได้” ยมทูตขาวพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านปรมาจารย์เชื่อใจพวกเราปรโลกได้นะครับ”
ยมทูตดำก็พูดอย่างจริงจังเช่นกัน “เพื่อแสดงความจริงใจของพวกเราปรโลก ท่านพญายมราชอนุญาตให้ท่านปรมาจารย์นำโลงศพไปได้”
“ท่านปรมาจารย์ พวกเราปรโลกอยู่ฝ่ายคุณจริง ๆ นะ”
“ถ้าคุณจะทำอะไร ต้องแจ้งพวกเราปรโลกด้วยนะครับ!”
ฉู่ลั่วแสดงสีหน้าจนปัญญาเล็กน้อย “ทำไมพวกคุณถึงคิดว่าฉันจะทำอะไรคะ?”
ยมทูตขาวยิ้มอย่างเขินอาย “คุณเหมือนจะเป็นผู้บำเพ็ญที่เคร่งครัดในกฎ แต่สิ่งที่คุณทำ ไม่มีตรงไหนที่ผู้บำเพ็ญควรหรือกล้าทำเลยครับ”
ไม่ต้องพูดถึงพวกผู้บำเพ็ญ สิ่งที่ปรมาจารย์ฉู่ทำ ไม่มีใครกล้าทำทั้งนั้น
ฉู่ลั่วเดินไปที่หน้าโลงศพ ปิดฝาโลง ยกขึ้นมาด้วยมือเดียว
เธอแบกโลงออกไปจากปรโลก
“นั่น…นั่นประธานฮั่วเหรอคะ?” หัวหว่านมองโลงศพด้วยความตกใจ “ประธานฮั่วเขา…”
“ยังไม่ตาย แค่ต้องรักษาจิตวิญญาณในโลงศพหยิน”
หัวหว่านถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ประธานฮั่วไม่เป็นอะไร
หร่วนย่วนย่วนตบไหล่หัวหว่านเบา ๆ ส่งสัญญาณให้เธอดูฉู่ลั่ว
หัวหว่านหันมอง เห็นฉู่ลั่วยืนอยู่กลางลาน เงยหน้ามองท้องฟ้า
หัวหว่าน “…”
บนท้องฟ้ามีอะไรน่าดูกัน?
เเธอมองตามไป
เห็นเพียงท้องฟ้าสีคราม เมฆสีขาว และแสงแดดจ้า
ไม่มีอะไรเลยนี่!
หร่วนย่วนย่วน “ยังมีเทพด้วย!”
หัวหว่านรู้สึกสะท้านในใจ แล้วก็เห็นฉู่ลั่วเบนสายตากลับมา “ไปบอกพวกหมิงคุนหน่อย ว่าต่อไปนี้ฉันจะอยู่ที่นี่”
หัวหว่านตกตะลึง “คุณหนู จะไม่กลับตี้จิงเหรอคะ?”
ฉู่ลั่ว “ถ้าฉันกลับไป ใครจะดูแลปีศาจพวกนี้ล่ะ?”
สีหน้าของหร่วนย่วนย่วนสดใสขึ้นมาทันที “ปรมาจารย์หมายความว่า คุณจะ…คุณจะยื่นมือเข้ามาจัดการแล้วใช่ไหมคะ?”
ฉู่ลั่วเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ริมฝีปากของเธอยกยิ้มเย็นชา “ฉันไม่อยากยุ่งหรอกนะ แต่… ในเมื่อพวกเขาบังคับให้ฉันต้องยุ่ง ฉันไม่ยุ่งก็คงไม่ยุติธรรมใช่ไหม?”
สิ้นเสียงของเธอ เสียงฟ้าร้องดังสนั่นก็ดังขึ้นบนท้องฟ้า
จากนั้นสายฟ้าก็ผ่าลงมา
ท้องฟ้าที่เคยแจ่มใส บัดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเมฆดำ
สายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ท่ามกลางเมฆดำ ราวกับว่ากลุ่มเมฆเหล่านั้นกำลังจะตกลงมา
“อสนีบาตสวรรค์!”
เทพเอกเก้าญาณวิ่งเข้ามา ขมวดคิ้วมองสายฟ้าที่แลบไม่หยุด
“อสนีบาตสวรรค์!”
“ฉู่ลั่ว นี่เป็นอสนีบาตสวรรค์ของเจ้าหรือ?”
ฉู่ลั่วกระตุกมุมปาก “ไม่ใช่ของฉันหรอกค่ะ”
“ถ้างั้นจะเป็นของ…”
ก่อนที่เขาจะพูดจบ สายฟ้าจากสวรรค์สายแล้วสายเล่าก็ผ่าลงมา
แน่นอนว่าไม่ได้ผ่าใส่ฉู่ลั่ว
แต่ผ่าไปยังทิศทางหนึ่งของมณฑลหนาน
“หลังจากที่พลังวิญญาณฟื้นฟู นักพรตจำนวนมากก็มีพลังเพิ่มขึ้น คาดว่า…อสนีบาตนี้คงมาเพราะพวกเขา”
อสนีบาตพุ่งลงมาด้วยพลังมหาศาล ทั้งนักพรตและปีศาจต่างก็หวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ