เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1963 ออกไปจับผี
บทที่ 1963 ออกไปจับผี
ฉู่ลั่วเอ่ย “พวกคุณจะขัดคำสั่งของรัฐบาลเหรอ?”
น้ำเสียงของเธอเย็นชาขึ้นทันที สายตาดุจเปลวไฟ
ทำให้เหยียนอันตกใจจนสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
แม้ว่าความน่าเชื่อถือของรัฐบาลจะลดลง แต่ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังเชื่อมั่นในรัฐบาล
ถ้าตอนนี้เขากล้าขัดคำสั่งของฉู่ลั่ว บนอินเทอร์เน็ตจะต้องเต็มไปด้วยเสียงประณามองค์กรแน่นอน
“หัวหน้าเหยียน เราจะทำยังไงดีครับ?”
“หรือว่าพวกเรากลับไปก่อนจะดีกว่า!”
“เธอคือฉู่ลั่วนะคะ!”
คนอื่นอาจจะไม่มีคุณสมบัติมากพอจะรับช่วงต่อองค์กรในตอนนี้ แต่ฉู่ลั่วนั้นแตกต่าง!
สำหรับนักพรตทุกคนในสำนักเต๋าใหม่ ก็มีคนที่ชื่นชมฉู่ลั่วเช่นกัน เพียงแต่ไม่กล้าพูดออกมาตรง ๆ เท่านั้น
เหยียนอันยังคงเงียบ
ในที่สุดเขาก็แค่นเสียงใส่ “หวังว่าสิ่งที่ปรมาจารย์ฉู่พูดจะเป็นความจริง ว่าจะสามารถหาวิธีแก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบากของมนุษย์ได้!!”
พอพูดจบ เขาก็พาเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ จากไป
เขาเดินออกไปได้ไม่ไกล โทรศัพท์ของฉู่ลั่วก็ดังขึ้น
……
เหยียนอันกลับมาองค์กรที่ตี้จิงอย่างรวดเร็ว พอเข้าไปในองค์กร เขาก็ถูกซีไป๋เรียกไปที่ห้องทำงานของหัวหน้าองค์กรทันที
“หัวหน้าองค์กร!”
ซีไป๋เคาะเอกสารบนโต๊ะ “ดูสิว่านี่คืออะไร?”
เหยียนอันเดินเข้าไปหยิบขึ้นมาดูด้วยความสงสัย “นี่มันเอกสารที่ส่งมาจากเบื้องบนให้ฉู่ลั่วมาเป็นหัวหน้าองค์กร!”
“ฉู่ลั่วไม่ได้โกหกหรอกเหรอ? เบื้องบนวางแผนให้ฉู่ลั่วมาเป็นหัวหน้าองค์กรตั้งแต่แรกแล้วจริง ๆ เหรอครับ?”
ซีไป๋มองเหยียนอันด้วยสายตามืดดำ “ถ้าวางแผนไว้แล้วจริง ๆ ก็คงไม่ต้องรอเอกสารออกมาในวันนี้หรอก”
“หัวหน้าองค์กรหมายความว่าฉู่ลั่วลงมือก่อนแล้วค่อยรายงานทีหลัง?”
“นี่… นี่มัน… เธอจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเบื้องบนจะต้องให้เธอเป็นหัวหน้าองค์กร?”
อวดดีเกินไปแล้ว!
ซีไป๋หมุนตัวบนเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่าง “ดูเหมือนเบื้องบนจะไม่พอใจฉันในฐานะหัวหน้าองค์กรรักษาการมากเลยนะ!”
คำว่าหัวหน้าองค์กรรักษาการถูกเขากัดฟันพูดออกมา
“ดีมาก งั้นก็ให้ฉันมาเจอกับฉู่ลั่วที่สามารถฆ่าเทพได้หน่อยเถอะ!”
ครั้งที่แล้วเขาประมาท อีกทั้งระบบก็ไม่เอาไหน
แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป
เขาฝ่าด่านเคราะห์สำเร็จแล้ว และยังเป็นคนที่ได้รับอัสนีบาตสวรรค์มากที่สุดอีกด้วย
ฉู่ลั่วจะเป็นคู่มือของเขาได้ยังไง!
มณฑลหนาน
คฤหาสน์เมฆใสเฝ้ามองตะวัน
เซียวเมิ่งส่งเอกสารให้ฉู่ลั่ว
“คุณกล้าจริง ๆ นะคะ ยังไม่ได้รับอนุญาตก็ประกาศต่อหน้าคนอื่นว่าจะไปรับตำแหน่งหัวหน้าองค์กรแล้ว” เซียวเมิ่งชูนิ้วโป้งให้ฉู่ลั่ว
“แต่เบื้องบนก็ตอบสนองเร็วมาก เอกสารถูกส่งไปที่องค์กรทันทีที่คุณพูดเลยค่ะ”
“คาดว่าตอนนี้เอกสารคงถึงมือซีไป๋แล้ว”
“อยากเห็นจริง ๆ ว่าสีหน้าเขาจะเป็นยังไง”
ฉู่ลั่ววางเอกสารไว้ข้าง ๆ “แล้วเรื่องกระแสการฆ่าตัวตาย พวกคุณเตรียมจะแก้ปัญหายังไง?”
เซียวเมิ่ง “พวกเรามีแผนหลายอย่างค่ะ กำลังดำเนินการพร้อม ๆ กัน”
“อย่างแรกคือการลบล้างความหวาดกลัวของประชาชน ความจริงแล้วสิ่งนี้ปรมาจารย์ได้ทำมากว่ายี่สิบปีแล้ว พวกเราสามารถนำไปปฏิบัติได้ไม่ยากนัก”
“อย่างที่สอง คือการทำให้ประชาชนเลิกงมงายในเทพเจ้า นี่เป็นเรื่องที่ยากที่สุดค่ะ”
เธอถอนหายใจ “ตอนที่เผ่าเทพยังไม่ลงมา มนุษย์ก็สวดอ้อนวอนต่อเทพเจ้ามากมายเพราะความกดดันในชีวิต”
“ยิ่งตอนนี้เทพเจ้าลงมาแล้ว ยิ่งมีคนสวดอ้อนวอนมากขึ้นไปอีก”
“แถมยังมีคนที่กลัวการเกิด แก่ เจ็บ ตาย…”
เซียวเมิ่งเป็นกังวลจนรู้สึกว่าผมร่วงมากขึ้น
“เมี่ยวเมี่ยว ถังถัง”
ฉู่ลั่วโบกมือเรียกยมทูตน้อยสองคนที่อยู่ไม่ไกล
เมี่ยวเมี่ยวกับถังถังรีบวิ่งเข้ามาทันที
เซียวเมิ่ง “นี่มัน…”
“ยมทูตจากปรโลก!”
เซียวเมิ่งตาเบิกกว้าง “นี่…อายุยังน้อยขนาดนี้เลยเหรอคะ? ปรโลกขาดแคลนยมทูตขนาดนี้เลยหรือไง?”
ฉู่ลั่วอธิบายกฎใหม่ของปรโลกให้ฟัง
เซียวเมิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง
“เมี่ยวเมี่ยว ถังถัง พวกเธอสองคนต้องเริ่มออกไปจับผีแล้วนะ!”
ซ่งเมี่ยวเมี่ยวพยักหน้าแรง ๆ “เมี่ยวเมี่ยวจะเริ่มทำงานแล้วค่ะ”
ปิ่งจ้าวถังก็พยักหน้าเช่นกัน “ถังถังก็จะเริ่มทำงานแล้ว”
ฉู่ลั่วถามด้วยรอยยิ้ม “ตอนทำงานให้พี่ชายพี่สาวถ่ายภาพการทำงานของพวกเธอได้ไหม? แค่เปิดไลฟ์ให้คนอื่นดูว่าเมี่ยวเมี่ยวกับถังถังจับผียังไง?”