เกิดใหม่ชาตินี้… ขอเป็นเจ้านิกายมาไลฟ์สด - บทที่ 1990 เป็นนายที่เลือกฉัน
บทที่ 1990 เป็นนายที่เลือกฉัน
ฉู่ลั่ว “ฉันแต่งตั้งไปแล้ว!”
ระบบตะโกนอยู่ในจิตธรรมญาณของเธอ [แดนเทพจะไม่ปล่อยคุณไปแน่ แดนเทพจะไม่ปล่อยคุณไปแน่นอน คุณทำผิดกฎสวรรค์ วิถีสวรรค์ก็จะไม่ปล่อยคุณไปเหมือนกัน]
ฉู่ลั่วฟังระบบที่กำลังคลั่งในจิตธรรมญาณของเธอเงียบ ๆ
หลังจากระบบด่าจบ เธอจึงเอ่ย “วิถีสวรรค์มีความรู้สึกด้วยเหรอ”
ระบบ […]
ฉู่ลั่ว “วิถีสวรรค์โกรธได้ เสียใจได้ มีความสุขได้ด้วยเหรอ?”
ระบบยังคงไม่พูดอะไร
ฉู่ลั่ว “ในเมื่อวิถีสวรรค์มีความรู้สึก ย่อมมีความลำเอียงเป็นธรรมดา วิถีสวรรค์ไม่เคยยุติธรรมอยู่แล้ว”
ระบบจึงพูดขึ้นอย่างช้า ๆ [การดำเนินไปของวิถีสวรรค์ย่อมมีกฎเกณฑ์ของมันเอง]
ฉู่ลั่ว “แต่วิถีสวรรค์ก็ไม่ยุติธรรม”
หลังจากเงียบไปนาน ระบบก็เอ่ยปากอีกครั้ง [วิถีสวรรค์จะไม่ปล่อยคุณไป แดนเทพก็จะไม่ปล่อยคุณไปเช่นกัน]
เสียงของระบบเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อย [ฉู่ลั่ว คุณพูดถูก วิถีสวรรค์ไม่ควรมีความรู้สึก]
[ผมไม่ควรเลือกคุณตั้งแต่แรก ไม่ควรใช้พลังมหาศาลส่งคุณไปโลกอื่น ไม่ควรแยกตัวออกห่างเพื่อความปลอดภัยของคุณ]
[ไม่ควรปล่อยคุณไปครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าคุณจะทรยศแดนเทพ ทรยศต่อวิถีสวรรค์]
[ผมควรฆ่าคุณตั้งนานแล้ว]
ตอนที่ระบบเตรียมใช้พลังมหาศาลส่งฉู่ลั่วไปยังโลกอื่น มันควรจะไม่สนใจเธอ
เธอก็แค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น
หากจะพังก็ปล่อยให้พังไป
มันควรจะเปลี่ยนไปใช้งานคนอื่นตั้งแต่แรก
ควรจะเปลี่ยนเป็นคนอื่น
ฉู่ลั่ว “นายพูดเรื่องพวกนี้กับฉัน เพื่อหวังฉันจะรู้สึกขอบคุณนายเหรอ?”
ระบบ […]
ฉู่ลั่ว “แต่เดิมฉันก็เกิดในตระกูลฉู่ สามารถได้รับความรักจากพ่อแม่และพี่ชาย แต่ยี่สิบปีแรกของฉันมันเป็นยังไงล่ะ?”
ระบบ [มันเป็นเพราะหุบเหวเทพมรณะที่ทำร้ายคุณ]
ฉู่ลั่วหัวเราะเยาะ “เป็นเพราะหุบเหวเทพมรณะจริงเหรอ? ทำไมหุบเหวเทพมรณะถึงเลือกฉันล่ะ? ถึงตระกูลฉู่จะมีบุญกุศลมากมาย แต่ก็ไม่ถึงขนาดทำให้หุบเหวเทพมรณะสนใจตระกูลฉู่ได้”
“เป็นนาย เป็นนายที่เลือกฉัน พวกเขาถึงได้เลือกตระกูลฉู่”
“ฉันกับตระกูลฉู่ เป็นเพียงหมากในเกมระหว่างนายกับหุบเหวเทพมรณะ”
ระบบเงียบไป
ฉู่ลั่วพูดต่อ “นายส่งฉันไปโลกอื่นแล้ว ฉันก็สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้ แต่ฉันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่นายยังใช้ประโยชน์ไม่หมด นายต้องการใช้ประโยชน์จากฉันให้คุ้มค่าที่สุด”
“นายบังคับให้รุ่ยอวิ๋นโจวทรยศต่อฉัน และส่งฉันกลับมา”
“นายต้องการบีบบังคับให้ฉันค่อย ๆ พึ่งพาแดนเทพ”
“แต่ฉันไม่ได้เดินตามเส้นทางนั้น”
ระบบหัวเราะเบา ๆ จากนั้นก็หัวเราะดังลั่นในจิตธรรมญาณของเธอ [ผู้บำเพ็ญทุกคนต่างต้องการอาจารย์ ผู้บำเพ็ญทุกคนต่างต้องการขึ้นสู่สวรรค์]
[แต่คุณไม่ต้องการ]
[คุณไม่ต้องการอาจารย์ ไม่ต้องการขึ้นสวรรค์]
[กลับต้องการเป็นแค่มนุษย์]
[ฮ่า ๆ ๆ ฉู่ลั่ว! ทุกคนต่างอยากเป็นเทพ มีแต่คุณเท่านั้นที่ยังอยากเป็นมนุษย์]
[ผมจะคิดถึงเรื่องนี้ได้ยังไงล่ะ]
ฉู่ลั่วไม่สนใจระบบอีกต่อไป เธอหลับตาลงทันที
ซู่เซี่ยงหยางที่อยู่ข้าง ๆ เห็นฉู่ลั่วสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมากะทันหันจึงไม่พูดอะไรอีก แต่รอกระทั่งสีหน้าของเธอผ่อนคลายลง เขาถึงค่อย ๆ ถามด้วยความระมัดระวังว่า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ?”
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่มีคนไร้สาระคนหนึ่งพยายามจะใช้ศีลธรรมมาบีบบังคับฉัน พอรู้ว่าบีบบังคับไม่ได้ก็เริ่มเสียสติ”
ซู่เซี่ยงหยางมองไปรอบ ๆ แต่ไม่เห็นใครหรือผีที่ไหนเลย
ตอนนั้นที่สมองกลของฉู่ลั่วสว่างขึ้น
ค่ำคืนมาเยือน
ม่านราตรีทอดตัวลงมาหนาทึบ
เฉียนเสี่ยวเสี่ยวที่กลับมาจากการทำงานล่วงเวลา รีบเดินผ่านตรอกมืด เธอเร่งฝีเท้า แต่เสียงฝีเท้าซึ่งตามหลังมาก็เร่งขึ้นตาม
พอเลี้ยวเข้าสู่ทางเดินของตึกเก่า เสียงด้านหลังก็ยิ่งชัดเจนขึ้น
เฉียนเสี่ยวเสี่ยววิ่งขึ้นบันไดด้วยความกลัว พลางเปิดสมองกล “พ่อคะ หนูกำลังจะถึงบ้านแล้ว หนูหิวจัง พ่อทำอาหารไว้ให้หนูหรือเปล่า?”
เธอโทรศัพท์ไปพลางคอยสังเกตความเคลื่อนไหวด้านหลัง
แน่นอนว่าหลังจากที่เธอโทรศัพท์ เสียงรบกวนด้านหลังก็หายไป
เธอถอนหายใจด้วยความโล่งอก ยืนอยู่หน้าประตูบ้านของตัวเอง ใช้กุญแจเปิดประตู
เธอผลักเปิดและกำลังจะปิดประตู
มือข้างหนึ่งก็กดกรอบประตูเอาไว้