หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1113 ความกังวลของเยว่หลาน
ตอนที่ 1113 ความกังวลของเยว่หลาน
เยว่หลานกับหยิ่งอีจัดเก็บบ้านได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากข้าวของที่ซื้อมาจากในเมืองก่อนหน้านี้แล้ว ในบ้านก็มีเตียงอยู่แค่หนึ่งหลังเท่านั้น
อาซินกับยายอู๋ช่วยกันปูเตียง จากนั้นก็ไปช่วยจัดเก็บเครื่องครัวในโรงครัว ทุกอย่างก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย
ยายอู๋เห็นว่าสายมากแล้ว นางจึงชวนอาซินกลับบ้าน
เยว่หลานรีบเอ่ยออกมาว่า “ที่นี่อยู่ห่างจากหมู่บ้านไม่น้อย ให้ข้าไปส่งพวกท่านเถิดขอรับ”
ในขณะที่เอ่ย เขาเดินไปด้านหน้าเพื่อนำทาง
ยายอู๋ก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
เมื่อทั้งสามคนกลับมาถึงหมู่บ้าน ระหว่างทางพบคนในหมู่บ้านไม่น้อย เยว่หลานหันไปทักทายพวกเขาอย่างเป็นมิตร
เพียงไม่นานคนในหมู่บ้านก็เริ่มรับรู้ถึงการมีอยู่ของเขา
พอมาถึงบ้านยายอู๋ เยว่หลานไม่ได้กลับบ้านทันที แต่กลับเดินเข้าไปสำรวจรอบ ๆ บ้านแทน
“อาหลาน เจ้าหาอันใดอยู่กัน ? ”
ยายอู๋เห็นว่าเขาแทบจะไล่หนูในบ้านตนเองออกมาจนหมดแล้ว
เยว่หลานตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เรื่องที่ท่านน้าผู้นั้นเอ่ยหน้าหมู่บ้าน ข้าคิดว่ามันน่ากลัวมากน่ะขอรับ บ้านอาม่าอยู่ติดภูเขา ในฤดูนี้แมลง มด หนู งูค่อนข้างเยอะ ถึงอย่างไรก็ควรตรวจสอบให้ดี ปลอดภัยไว้ดีกว่ามาเสียใจในภายหลัง”
เมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้น ยายอู๋กับอาซินก็อดเป็นกังวลขึ้นมาไม่ได้
แม้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลหวังจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ แต่ผู้ใดจะห้ามไม่ให้งูเลื้อยเข้ามาในบ้านได้ หากมันเลื้อยเข้ามาในบ้านของพวกนางจริง ๆ แล้วจะเป็นเรื่องดีได้อย่างไรเล่า
ด้วยเหตุนี้เยว่หลานจึงหน้าด้านเดินวนรอบบ้านยายอู๋ต่อ เขาตรวจสอบจนถึงเวลาทานอาหาร
หลังจากเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหารแล้ว เยว่หลานคีบอาหารไปพลางเอ่ยไปพลาง “ยามเว่ย ข้าจะให้หยิ่งอีมาตัดหญ้ารอบ ๆ บ้าน หญ้าที่ประตูหลังรกจนเกินไป มันดึงดูดงูได้ง่ายขอรับ”
ไหนเลยยายอู๋จะกล้ารบกวนพวกเขา ดังนั้นนางจึงเอ่ยออกมาว่า “เรื่องเล็กแค่นี้ ประเดี๋ยวพวกเราทำกันเองก็ได้ อาหลาน เจ้ากับหยิ่งอีสนใจแค่เรื่องของตนเองก็พอแล้ว”
เยว่หลานเอ่ยโดยไม่เงยหน้าขึ้นว่า “อาม่าวางใจเถิด ไม่ได้ทำให้พวกเราเสียการอันใดหรอกขอรับ ข้าคิดจะขึ้นเขาไปล่าสัตว์ คงอีกหลายวันกว่าจะกลับมา หากไม่จัดการบ้านพวกท่านให้ดี ข้าจะวางใจได้อย่างไรเล่าขอรับ จริงสิอาม่า ข้าเห็นกระเบื้องบนหลังคาแตกหมดแล้ว อีกประเดี๋ยวข้าจะให้หยิ่งอีไปซื้อกลับมา แล้วพวกเรามาเปลี่ยนหลังคากันนะขอรับ”
ยายอู๋รีบเอ่ยขัดออกมาว่า “จะทำแบบนั้นได้อย่างไรเล่า ? ”
เยว่หลานเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้ม “เหตุใดจะทำไม่ได้เล่าขอรับ อาม่า แท้ที่จริงข้ามีเรื่องหนึ่งอยากจะปรึกษากับท่านสักหน่อยน่ะขอรับ”
ยายอู๋รีบเอ่ยถามออกมาว่า “เรื่องใดหรือ ? ”
“เรื่องเป็นเช่นนี้ แท้ที่จริง…ข้ากับหยิ่งอีทำอาหารไม่เป็น แม้แต่ปลาย่าง พวกเราก็ยังทำกันไม่รอดเลยขอรับ ดังนั้นข้าจึงอยากปรึกษากับท่านสักหน่อย หลังจากนี้ข้ากับหยิ่งอีมากินข้าวที่บ้านท่านได้หรือไม่ขอรับ นอกจากเสบียงอาหารของพวกเราแล้ว พวกเราจะให้ค่าลำบากท่านอีกเล็กน้อย ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรขอรับ ? ”
แม้ว่าจะถามเรื่องนี้กับยายอู๋ ทว่าสายตาของเยว่หลานกลับจดจ้องไปที่อาซิน
อาซินนึกถึงภาพที่นางเห็นเมื่อเช้า ทันใดนั้นนางก็อดไม่ได้ที่จะเบี่ยงหน้าไปหัวเราะ
ยายอู๋กระซิบถามเสียงเบาว่า “หลานขำอันใดกัน ? ”
อาซินเล่าเหตุการณ์ที่เยว่หลานกับหยิ่งอีกินของทะเลไหม้เกรียมเมื่อตอนเช้าให้นางฟัง
มุมปากของยายอู๋กระตุกขึ้นทันใด เพียงแค่คิดนางก็ปวดใจแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงพยักหน้ารับ “ได้ ! ต่อไปนี้พวกเจ้ามากินข้าวที่นี่เถิด ส่วนค่าลำบากนั่น พวกเจ้าแค่หาฟืนมาก็ได้แล้ว”
อาหารสำหรับสี่คน อย่างมากก็แค่หุงข้าวเยอะหน่อยหรือทำอาหารเพิ่มหน่อยเท่านั้น
เดิมทีเยว่หลานคิดว่าตนเองต้องแสร้งทำตัวน่าสงสารเข้าไว้ แต่คาดไม่ถึงว่าอาซินจะช่วยจัดการยายอู๋แทนตนเอง
ภรรยาของเขาช่างเก่งจริง ๆ !
หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว เยว่หลานก็กลับมาเรียกหยิ่งอีที่บ้าน
หยิ่งอีผู้น่าสงสาร กำลังย่างปลาอยู่ในลานบ้าน หลังจากทำไหม้ไปสองสามครา ในที่สุดหยิ่งอีก็ย่างปลาสีเหลืองทองได้สำเร็จหนึ่งตัว
หลังจากเข้ามาในบ้านแล้ว เยว่หลานก็หยิบปลาขึ้นมาอย่างไม่เกรงใจ หลังจากกัดชิมแล้ว เขาก็วิจารณ์ออกมาว่า “ไม่เลวเลยทีเดียว”
หยิ่งอีเพิ่งย่างสุกแค่หนึ่งตัว ผลลัพธ์กลับถูกเยว่หลานแย่งไปกินแล้ว !
ชีวิตขององครักษ์ช่างขมขื่นและเต็มไปด้วยแรงกดดันจริง ๆ
เยว่หลานกลอกตาใส่เขาหนึ่งครา “อีกประเดี๋ยวเจ้าจงไปซื้อกระเบื้องให้ยายอู๋ที่ตัวเมือง แล้วหาข้าวกินเสีย ไม่ต้องสนเรื่องเงิน เจิ้นเลี้ยงเจ้าไหว”
หยิ่งอีรีบก้มหน้าลง แล้วเอ่ยว่า “ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ได้หมายความแบบนั้น… ฝ่าบาท พวกเราออกมาสองวันแล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ควรกลับกันได้แล้ว”
แคว้นไม่อาจขาดจักรพรรดิได้แม้วันเดียว โดยเฉพาะตอนที่ลี่ไท่เฟยยังคอยจ้องเขมือบอยู่ข้าง ๆ เช่นนี้ ฝ่าบาทไม่ออกไปเผยตัวสองวันแล้ว จะต้องมีคนเริ่มสงสัยอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นกลิ่นอายอันผ่อนคลายบนตัวเยว่หลานก็ไม่หลงเหลืออีกต่อไป เขากลับมาดูเย่อหยิ่งและเผด็จการดังเดิม “เจ้ากำลังสั่งสอนเจิ้นอย่างนั้นหรือ ? ”
หยิ่งอีรีบคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความตื่นตกใจ “กระหม่อมมิกล้าพ่ะย่ะค่ะ”
จบสิ้นแล้ว ตลอดสองวันมานี้เห็นฝ่าบาททำตัวไร้ที่พึ่งต่อหน้าว่าที่จักรพรรดินีอยู่บ่อยครั้ง จนเขาเริ่มสับสน คิดว่าฝ่าบาทเปลี่ยนไปจริง ๆ
ทว่าฝ่าบาทกลับไม่ได้เปลี่ยนไปแต่อย่างใด เขายังคงเป็นจักรพรรดิที่ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็นและอำมหิตคนเดิม
เพียงชั่วพริบตาเดียว เยว่หลานก็กลับมายิ้มแย้มอีกครา “รีบลุกขึ้นมาเถิด อีกประเดี๋ยวหากผู้อื่นมาเห็นเข้า พวกเขาจะคิดว่าข้ารังแกเจ้า”
ตอนที่หยิ่งอีลุกขึ้นยืน ขาของเขาสั่นเทาไม่หยุด
หากหลินหร่วนอยู่ที่นี่ นางคงจะด่าเยว่หลานว่า…ความสามารถในการเปลี่ยนสีหน้านี่ คงจะฝึกมาโดยเฉพาะสินะ !
เยว่หลานไม่สนใจความคิดและความรู้สึกของหยิ่งอีอีกต่อไป เพียงออกคำสั่งว่า “หาช่างมาสักสองสามคน แล้วไปปรับปรุงบ้านยายอู๋เสีย”
ตอนเขาเดินหา ‘งู’ ในบ้านยายอู๋ เขาได้ตรวจสอบทั้งภายในและภายนอกของตัวบ้าน บ้านหลังนั้นถูกสร้างมาหลายปีแล้ว รอบบ้านเต็มไปด้วยรูขนาดเล็กใหญ่ แม้แต่รูหนูก็ยังมีอยู่ไม่น้อย เพียงแค่ได้เห็นเขาก็ปวดใจขึ้นมาแล้ว
ก่อนหน้านี้ภรรยาของเขาเป็นคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ที่ถูกทะนุถนอมมาอย่างดี ตอนนี้หลังจากมาอยู่ในหมู่บ้านชาวประมง กลับต้องมีชีวิตยากลำบากถึงเพียงนี้ เขาทำให้นางได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจมากเกินไปแล้ว
เขาอยากจะรับอาซินกลับแคว้นเป่ยตี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย ให้นางเข้าไปอยู่ในวังกับตนเอง
ทว่าในความเป็นจริง เขายังทำเช่นนั้นไม่ได้
แม้ว่าอาซินจะสูญเสียความทรงจำ แต่นางไม่เหมาะกับการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในวังหลวง และเขายังไม่ได้ปราบปรามลี่ไท่เฟยกับเฉาเซียงกัวให้สิ้นซาก หากเขาพาอาซินกลับไปตอนนี้ อาซินจะต้องตกอยู่ในอันตราย ราวกับเขาส่งจุดอ่อนของตนเองไปให้ลี่ไท่เฟยกับเฉาเซียงกัวเองกับมือ
จะทำให้อาซินตกอยู่ในอันตรายไม่ได้เด็ดขาด ดังนั้นก่อนที่เขาจะขจัดภัยทั้งหมดได้สำเร็จ อาซินยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ ด้วยวิธีนี้ นางถึงจะปลอดภัยที่สุด
ที่นี่อยู่ห่างไกลจากแคว้นเป่ยตี้ และทุกคราที่เขาออกเดินทาง เขาใช้นกยักษ์ของหลินหร่วนมาโดยตลอด ลี่ไท่เฟยและคนอื่น ๆ ไม่มีทางตามมาได้เป็นแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น เยว่หลานจึงนึกขอบคุณสหายข้ามชาติอย่างหลินหร่วนยิ่งกว่าอะไรดี
หากไม่มีนางคอยปกป้องอาซิน อาซินคงไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้แล้ว
เขาติดหนี้หลินหร่วนเยอะมากจริง ๆ เยอะจนตอบแทนไม่ไหวแล้ว
ในเมื่อยังไม่รู้ว่าจะตอบแทนอย่างไร เช่นนั้นก็ค่อย ๆ คิดไปก็แล้วกัน
ในขณะที่เยว่หลานกำลังคิดในใจ อยู่ ๆ หลินหร่วนที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้ก็จามออกมาหลายครา