หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1121 มีชื่อเสียง
ตอนที่ 1121 มีชื่อเสียง
หลังจากหยิ่งอีพาชาวบ้านคนอื่น ๆ แยกไปซื้อวัตถุดิบแล้ว เยว่หลานถือเงินไปยังหออวิ๋นโหลในตัวเมือง จากนั้นก็ตรงไปยังร้านเสื้อผ้า
เขาอยากจะซื้อของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับภรรยาของตนเอง
ภรรยาของเขาสวมใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายจนเกินไป บนศีรษะไม่มีเครื่องประดับแม้แต่ชิ้นเดียว แค่เห็นก็ปวดใจมากแล้ว
เดิมทีคิดจะนำเครื่องประดับจากวังหลวงมามอบให้นาง ทว่าเครื่องประดับในวังเหล่านั้นดูสะดุดตามากจนเกินไป ไม่เหมาะให้สามัญชนสวมใส่ และการหาเงินมาซื้อของขวัญให้ภรรยาก็ยังดูจริงใจมากกว่า
คนหน้าด้านผู้นี้ไม่คิดเลยสักนิด ตนเองไม่ได้เป็นคนล่าหมีควายตัวนั้นมา
แต่หลังจากไปเยือนร้านค้าทั้งสองร้านแล้ว เขากลับไม่ชอบของเหล่านั้นเลย ! มันธรรมดาจนเกินไป ภรรยาของเขาดูดียิ่งกว่าเทพเซียนบนสรวงสวรรค์ หากให้ใส่เครื่องประดับหรือเสื้อผ้าที่ธรรมดาเพียงนั้น เขารับไม่ได้อย่างแท้จริง !
ท้ายที่สุดเขาจึงเลือกซื้อผ้าและเครื่องประดับ เพื่อนำกลับไปตัดเย็บให้ภรรยาด้วยตนเอง
จะว่าไปแล้ว อาซินก็เคยสวมใส่ชุดที่เขาตัดเย็บด้วยตนเองเช่นกัน
เมื่อชาติที่แล้ว เขาเป็นถึงแฟชั่นดีไซเนอร์ หลังจากทะลุมิติมาแล้ว ระหว่างที่เขาร่วมทำการค้ากับหลินหร่วน เขาก็ได้ออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับไว้ไม่น้อย แต่กลับไม่เคยออกแบบเครื่องประดับให้อาซินโดยเฉพาะเลยสักชุด
เขาช่างเป็นคนรักที่ไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ !
ตอนนี้เมื่อคิดได้แล้ว จึงเป็นธรรมดาที่เขาจะรีบแก้ไข
หลังจากซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาจึงรีบหอบข้าวของห่อใหญ่ไปรวมตัวกับคนในหมู่บ้าน
เพราะเจ้าหมีควายตัวนั้น เด็กหนุ่มไม่กี่คนในหมู่บ้านจึงเลื่อมใสในตัวเขาและหยิ่งอีมากยิ่งนัก โดยเฉพาะเยว่หลาน เวลาเด็กหนุ่มเหล่านั้นมองมาที่เขา แววตาของพวกเขาจะเปล่งประกายราวกับดวงดาว เพราะทุกคนคิดว่าเขาเป็นคนล่าหมีควายตัวนั้นได้ และเขาก็ยังใจกว้างเป็นอย่างมาก หลังจากหาเงินได้แล้ว ยังคิดเลี้ยงอาหารคนทั้งหมู่บ้านอีก แล้วเช่นนี้จะไม่ถูกชมชอบได้อย่างไร ?
เมื่อเห็นเขาหอบห่อผ้าใบใหญ่กลับมา ก็มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เยว่ ในห่อผ้านั้นเป็นสิ่งใดหรือขอรับ ? ”
มีเด็กไร้มารยาทคนหนึ่งเข้ามาเปิดห่อผ้าของเขา ทว่าถูกเยว่หลานตีมือเสียก่อน “อย่าแตะต้องมั่วซั่ว นี่เป็นของภรรยาข้า”
คำเอ่ยนี้ทำให้เหล่าเด็กหนุ่มพากันหัวเราะเสียงดังลั่น
“พี่เยว่เก่งกาจถึงเพียงนี้ หญิงสาวที่แต่งเข้าบ้านท่าน จะต้องโชคดีมากเป็นแน่”
เยว่หลานนึกถึงอาซิน ทันใดนั้นก็ยกยิ้มที่มุมปาก “เป็นข้าที่โชคดีต่างหาก ถึงแต่งนางเข้าบ้านได้”
หยิ่งอีขับเกวียนเทียมวัวเข้ามา เมื่อเห็นท่าทางมีความสุขของเยว่หลาน เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
แม้ว่าฝ่าบาทจะหน้าหนาไปหน่อย หรืออำมหิตไปบ้าง แต่หลังจากปล่อยวางฐานะเหล่านั้นลงแล้ว เขาก็เป็นเพียงชายหนุ่มที่ทุ่มเททำเพื่อหญิงสาวที่ตนรัก
เมื่อเห็นฝ่าบาทเป็นแบบนั้น ก็เริ่มทำให้เขาอยากแต่งงานบ้างแล้ว
ไม่รู้ว่าตอนนี้ภรรยาของเขาอายุเท่าใด หน้าตาอย่างไร แล้วชื่อแซ่อันใดกันแน่
หลังจากกลับมาถึงหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านเห็นวัตถุดิบหลังเกวียนเทียมวัว พวกเขาจึงพากันดีอกดีใจ
หมู่บ้านชาวประมงไม่ได้ใหญ่โตอันใด ประชากรในหมู่บ้านมีไม่ถึง 200 คนด้วยซ้ำ เยว่หลานบอกว่าจะเลี้ยงอาหารคนทั้งหมู่บ้าน ดังนั้นพวกชาวบ้านจึงออกมารวมตัวกัน
เยว่หลานขนวัตถุดิบไปยังบ้านยายอู๋ ดังนั้นงานเลี้ยงจึงถูกจัดขึ้นที่ลานบ้านยายอู๋
อาซินมีฝีมือด้านการทำอาหาร ดังนั้นนางจึงถูกดึงไปช่วยทำอาหาร
ไหนเลยเยว่หลานจะอยากให้อาซินทำงานจนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เขารีบเอ่ยห้ามว่า “ไม่ต้อง ๆ ข้าจ้างพ่อครัวมาแล้ว อีกประเดี๋ยวก็น่าจะมาถึง วันนี้ทุกคนไม่ต้องทำอันใดทั้งนั้น แค่รอกินอาหารก็พอแล้ว”
เป็นอย่างที่เขาเอ่ย เพียงไม่นานพ่อครัวจากในเมืองก็มาถึง ทั้งยังพาผู้ช่วยมาอีกจำนวนมาก
ชาวบ้านเพิ่งเคยเห็นการเลี้ยงอาหารแบบนี้เป็นคราแรก ดังนั้นจึงพากันมานั่งดูอย่างคึกคัก
พวกป้า ๆ น้า ๆ หลายคนมานั่งล้อมวงสนทนากันอย่างสนุกสนาน “อาหลานช่างเก่งกาจเสียจริง บุตรชายของข้าบอกว่า…หมีควายตัวนั้นขายได้เงินมาเกือบ 300 ตำลึงเลยทีเดียว ก่อนหน้านี้พวกเขายากจนไม่มีเงินติดตัวแม้แต่อีแปะเดียว แต่คาดไม่ถึงว่าพวกเขาจะหาเงินได้มากมายเพียงนี้ในชั่วพริบตาเดียว ช่างน่าอิจฉาจริง ๆ ”
“ใช่หรือไม่เล่า พวกเขาทั้งสองคนยังหน้าตาดีมากอีกด้วย อาหลานผิวขาว หน้าตาหล่อเหลา อย่าว่าแต่หมู่บ้านของพวกเราเลย ถึงจะเป็นหมู่บ้านฉือหลี่ปา ก็ยังหาคนที่มีความสามารถแบบเขาไม่ได้ พวกเราล้วนเป็นคนเหมือนกัน ทว่าเหตุใดเขาถึงเก่งกาจเพียงนั้นเล่า ? ”
ป้าอีกคนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “อันใดกัน ? ชอบรูปร่างหน้าตากับความสามารถของเขาเข้าแล้วหรือ ? ”
ป้าคนนั้นเลิกคิ้วขึ้น แล้วยอมรับอย่างเปิดเผย “ใช่ ! ข้าชอบเขาจริง ๆ นั่นแหละ เขาเองก็อายุไม่น้อยแล้ว คาดว่าคงจะหาเงินไว้แต่งภรรยาเข้าบ้านเป็นแน่ หลานสาวของข้าอยู่ในวัยออกเรือนพอดี น่าจะเหมาะสมกับเขาอยู่ ไม่ได้การล่ะ ข้าต้องไปถามเขาก่อนว่าเขาชอบผู้หญิงแบบใด ประเดี๋ยวจะมีคนมาแย่งตัดหน้า”
หลังจากเอ่ยจบ ป้าคนนั้นก็ลุกไปหาเยว่หลานทันที
ตอนนี้เยว่หลานกับหยิ่งอีกลายเป็นคนดังในหมู่บ้านแล้ว หากเรื่องหมีควายตัวนั้นแพร่งพรายออกไป จะต้องมีคนอยากทำความรู้จักกับพวกเขามากเป็นแน่ พอถึงเวลานั้นคงจะมีหญิงสาวมาให้เขาเลือกจำนวนไม่น้อย เกรงว่าถนนในหมู่บ้านจะต้องกว้างขึ้นอย่างแน่นอน
หากพวกเขาที่อยู่ใกล้กว่าไม่รีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้ จะต้องเสียใจในภายหลังเป็นแน่
เมื่อเหล่าป้าน้าอาคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้น จึงพากันเดินเข้าไปหาเยว่หลานทันที
อาซินนั่งอยู่ข้าง ๆ นางได้ยินคำเอ่ยของป้าเหล่านี้ตั้งแต่ต้นจนจบ นางรู้สึกไม่ค่อยสบายใจสักเท่าใดนัก
เมื่อเห็นว่าเหล่าพี่ป้าน้าอาเดินเข้ามาล้อมตน เยว่หลานก็อดไม่ได้ที่จะทำหน้ากระอักกระอ่วน เห็น ๆ อยู่ว่าเป็นฉากที่น่าขันฉากหนึ่ง ทว่าเขากลับหัวเราะไม่ออก
“อาหลาน หลานสาวของข้าก็ชื่อเยว่หลานเช่นกัน ชื่อเข้ากันกับเจ้ายิ่งนัก ดูท่าน่าจะเข้ากันได้ ประเดี๋ยวข้าจะพานางมา ให้พวกเจ้าสองคนได้เจอหน้ากัน เจ้าคิดเห็นว่าอย่างไร ? ”
“หลานสาวของข้าหน้าตาดีมากนะ ในหมู่บ้านฉือหลี่ปาแห่งนี้ ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงกับนางได้เลย ไว้ข้าจะพานางไปเยือนบ้านเจ้า ให้เจ้าได้ลองดูก่อน”
เยว่หลานปฏิเสธด้วยความกระอักกระอ่วน “เยว่หลานขอขอบคุณในความหวังดีของทุกท่าน เพราะข้าหมั้นหมายแล้ว ไม่อาจนัดพบกับหญิงสาวคนอื่น ๆ ได้อีก”
เมื่อพวกนางได้ยินว่าเขาหมั้นหมายแล้ว จึงพากันทำหน้าผิดหวังทันที อายุน้อยเพียงนี้ เหตุใดถึงหมั้นหมายแล้วล่ะ
เยว่หลานดึงหยิ่งอีออกมารับหน้าด้วยความเคยชิน “ทว่าหยิ่งอีของบ้านข้ายังโสดอยู่ พวกท่านลองพิจารณาเขาก็ไม่เลวนะขอรับ”
เหล้าป้า ๆ ดวงตาเปล่งประกาย แล้ววิ่งเข้าไปล้อมหยิ่งอีทันที
เยว่หลานถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ก่อนจะพยายามมองหาอาซินทุกทิศทุกทาง เพราะหากอาซินได้ยินคำเอ่ยเมื่อครู่ของเขา นางจะต้องเข้าใจผิดเป็นแน่ แต่หลังจากมองดูรอบ ๆ แล้ว เขากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของนาง
เฟยซุ่ยยืนมองอยู่ห่าง ๆ นางอดยกยิ้มขึ้นไม่ได้ เพราะเมื่อครู่นางเห็นอาซินเดินเข้าไปในบ้านด้วยสีหน้าดูไม่ค่อยดีสักเท่าใดนัก
อาซินมีใจให้เยว่หลาน แต่นางอาจจะยังไม่สังเกตเห็น นางไม่รู้ว่าคู่หมั้นที่เยว่หลานเอ่ยถึงก็คือตัวนางเอง ดังนั้นนางเลยเข้าใจเยว่หลานผิดไป
และเยว่หลานก็ไม่กล้ารุกหนักจนเกินไป เพราะกลัวว่าจะทำให้อาซินตกใจ ดังนั้นจึงรอให้ชะตานำพามาโดยตลอด
สองคนนี้ช่างน่าสนใจจริง ๆ
เยว่หลานตามหาอาซินไม่เจอ ดังนั้นเขาจึงวิ่งเข้าไปถามเฟยซุ่ย “อาซินเล่า ? ”
เฟยซุ่ยเอ่ยหยอกล้อว่า “ฝ่าบาท ดูเหมือนพระองค์จะไม่ค่อยได้เรื่องสักเท่าใดนัก หากมัวชักช้าอยู่แบบนี้ ท่านจะรอไปจนถึงเมื่อใด ? ”
เยว่หลานกางแขนออกอย่างช่วยไม่ได้ “แล้วข้าจะทำอันใดได้เล่า ? ”