หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1124 ช่วยข้าหน่อยไม่ได้หรือ ?
ตอนที่ 1124 ช่วยข้าหน่อยไม่ได้หรือ ?
ยายอู๋ได้ยินเรื่องหมั้นหมายที่เยว่หลานเอ่ยในลานบ้านเมื่อวานเช่นกัน ตอนนี้เมื่อเห็นเยว่หลานเขินอายเช่นนั้น นางจึงอดคิดไปในทางนั้นไม่ได้
ไหนเลยเยว่หลานจะคาดคิดว่ายายอู๋จะถามแบบนี้ เขาชะงักไปชั่วครู่ จากนั้นก็เริ่มหน้าแดงขึ้นเรื่อย ๆ
“อาม่า ท่านเดาออกได้อย่างไร ? ”
ยายอู๋ปิดปากหัวเราะ “ข้าเดาถูกจริง ๆ สินะ บอกมาเถิดคู่หมั้นของเจ้าผู้นั้นอยู่ที่ใด ? เจ้าคิดจะจัดงานแต่งอย่างไร ? ”
เยว่หลานถอนหายใจออกมา แล้วเอ่ยว่า “อาม่า งานแต่งข้าพิเศษหน่อย ข้าจำต้องอธิบายให้ท่านฟังก่อน แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะอดทนฟังข้าอธิบายจนจบ อย่าเพิ่งร้อนใจไปก่อนนะขอรับ”
ยายอู๋ขมวดคิ้วมุ่น “อาหลาน หรือว่าคู่หมั้นของเจ้าจะค่อนข้างซับซ้อน ? ” ยายอู๋เริ่มคิดไปต่าง ๆ นานา ต้องเป็นเรื่องฐานะของหญิงสาวผู้นั้นเป็นแน่
ไหนเลยเยว่หลานจะรู้ว่ายายอู๋คิดมากถึงเพียงนั้น เขาพยักหน้ารับ แล้วเอ่ยออกมาว่า “อาม่า แท้จริงแล้ว คู่หมั้นของข้าก็คืออาซิน”
ยายอู๋ตกตะลึงขึ้นมาทันใด จากนั้นก็ง้างมือขึ้นตบหน้าผากของเขา “เจ้าเด็กนี่ เอ่ยวาจาเหลวไหลอันใด ! ”
เยว่หลานมึนงงเพราะลูกตบ “อาม่า ข้าไม่ได้เอ่ยวาจาเหลวไหล ท่านอย่าเพิ่งโมโห ช่วยฟังข้าอธิบายให้จบก่อน”
เพราะกลัวว่าอาซินจะได้ยินเสียงทะเลาะของพวกเขา ด้วยเหตุนี้เยว่หลานจึงดึงตัวยายอู๋ออกมาจากบ้าน จนมาถึงเนินเขาหลังบ้าน
“อาม่า ข้าเองก็ไม่อยากปิดบังท่าน แท้ที่จริงข้ารู้จักกับอาซินมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนั้นหากไม่ได้เป็นเพราะมารดาของอาซินต่อต้านอย่างรุนแรง บุตรของพวกเราสองคนคงเติบใหญ่จนช่วยงานได้แล้ว”
เยว่หลานเชื่อมั่นในตัวยายอู๋ แม้ว่าหญิงชราผู้นี้จะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงมาโดยตลอด ทว่าแท้จริงแล้วนางมีความคิดเปิดกว้างเป็นอย่างมาก ทั้งยังใจดีและหวังดีกับอาซินเสมอมา
ดังนั้นเขาต้องเล่าเรื่องในอดีตของตนเองกับอาซินให้นางฟัง ทำให้หญิงชราผู้นี้เข้าใจ เช่นนี้นางจะต้องช่วยตนเป็นแน่
ตอนนี้เขาเหลือเวลาอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงไม่มากแล้ว ดังนั้นต้องรีบจัดการเรื่องเหล่านี้ให้เสร็จโดยเร็ว
ยายอู๋ไม่คิดไม่ฝันว่าอาซินกับเยว่หลานจะเคยมีอดีตต่อกันมาก่อน หลังจากฟังคำบอกเล่าของเขาจบแล้ว นางก็ตกตะลึงไปพักใหญ่
“ก่อนหน้านี้ชีวิตของอาซินขมขื่นเพียงนั้นเลยหรือ ? ”
เยว่หลานพยักหน้ารับพร้อมด้วยดวงตาแดงก่ำ “ก่อนที่นางจะมาอยู่หมู่บ้านชาวประมง นางตั้งใจจะตายแล้วขอรับ หากไม่ทำให้นางสูญเสียความทรงจำ นางไม่มีทางกลับมาใช้ชีวิตได้อีกคราอย่างแน่นอน สถานที่ที่นางใช้ชีวิตอยู่ก่อนหน้านั้น มีคนรู้อดีตของนางเยอะจนเกินไป ดังนั้นสหายของข้าจึงพานางมาส่งที่นี่ อาม่า ข้าขอบคุณท่านมากยิ่งนักที่ช่วยดูแลอาซินตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา”
ยายอู๋รักอาซินเหมือนหลานแท้ ๆ ของตนเอง เมื่อได้ยินคำเอ่ยของเยว่หลาน นางก็ปวดใจจนน้ำตาไหลออกมา “มิน่า เหตุใดตอนข้าพบเด็กคนนั้นคราแรก ร่างกายของนางถึงได้ผ่ายผอมจนเห็นกระดูก ก่อนหน้านี้ข้าคิดไม่ตกว่าเหตุใดนางถึงไม่อยากแต่งงานเพียงนั้น ที่แท้นางก็มีแผลในใจนี่เอง แม้ว่าจะลืมเรื่องในอดีตไปแล้ว แต่ก็ยังหวาดกลัวกับเรื่องนี้อยู่”
เยว่หลานเอ่ยตำหนิตนเองออกมา “ตอนนั้นข้าคิดง่ายจนเกินไป คิดว่าคนในครอบครัวของนางจะยอมรับเรื่องของพวกเรา แต่คาดไม่ถึงว่า… เป็นข้าเองที่ทำร้ายอาซิน”
เขาไม่ได้บอกตัวตนของตนเองออกไปจนหมดเปลือก ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อใจยายอู๋ แต่เขากลัวว่านางจะตื่นตกใจ อีกอย่างเขายังจัดการเรื่องของตนเองไม่เรียบร้อย หากเอ่ยมากไป อาจจะทำให้ยายอู๋เป็นกังวลแทนก็ได้
ดังนั้นเขาจึงปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตนเองเอาไว้ บอกยายอู๋เพียงว่าเพราะฐานะของพวกเขาแตกต่างกันจนเกินไป เขาและอาซินไม่เป็นที่ยอมรับของตระกูลตง
ยายอู๋เอ่ยออกมาด้วยความเกลียดชัง “คนที่ทำร้ายอาซินไม่ใช่เจ้า ทว่าเป็นตระกูลตงโง่เง่าของนางต่างหาก พวกเขาไม่เข้าใจหลักการอย่ารังเกียจชายหนุ่มผู้ยากไร้หรืออย่างไร ? ยิ่งไปกว่านั้นบ้านของเจ้าก็ไม่ได้ยากจน เพียงแค่ฐานะต่างกันเล็กน้อยก็เท่านั้น ไม่ได้ทำให้อาซินน้อยเนื้อต่ำใจสักหน่อย ทว่าพวกเขากลับบังคับให้อาซินแต่งงานกับคนสารเลวผู้นั้นให้ได้ ทำให้เด็กคนนี้ต้องทนทุกข์แล้ว ! ”
ไม่ว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นกับสตรีคนใด ก็สามารถทำให้คลั่งได้ทุกคน
ทว่าอาซินกลับต้องลิ้มรสความขื่นขมเหล่านั้นเพียงลำพัง เพียงแค่คิดก็ทำให้คนปวดใจมากแล้ว
เยว่หลานยังคงโทษตนเอง “เป็นข้าเองที่ปกป้องนางไม่ดี และเป็นข้าเองที่ทำร้ายนาง ตอนนั้นหากข้าพยายามหน่อย นางก็คงไม่ต้องทนทุกข์ถึงเพียงนั้นแล้ว”
ยายอู๋รีบโบกมือไปมา “เจ้าเองก็พยายามแล้ว ตอนนี้เจ้าเดินทางไกลกว่าหมื่นลี้เพื่อมาหานาง ไม่รังเกียจที่นางเคยแต่งงานมาก่อน ยอมปฏิบัติต่อนางเหมือนตอนพบกันใหม่ ๆ นี่เป็นความจริงใจที่หาอันใดมาแลกไม่ได้แล้ว ถือว่าความทุกข์ที่อาซินเคยประสบพบเจอเหล่านั้น ไม่ได้เจออย่างเสียเปล่า”
เยว่หลานสูดหายใจเข้าลึก แล้วเอ่ยออกมาว่า “นางต้องทนทุกข์เพราะข้าถึงเพียงนั้น แล้วข้าจะทอดทิ้งนางได้อย่างไร ชั่วชีวิตนี้ข้าจะแต่งงานกับนางเพียงผู้เดียวเท่านั้น นอกจากนางแล้ว ข้าไม่ต้องการผู้ใดอีก”
ยายอู๋เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “คำเอ่ยของเจ้า ยายจดจำเอาไว้แล้ว ในอนาคตหากเจ้ากล้าทอดทิ้งนาง ข้าจะทุบตีเจ้าด้วยร่างแก่ ๆ ของข้า และจะควักหัวใจของเจ้าไปให้สุนัขกินด้วย ! เอาล่ะ ๆ เจ้าไปดูเด็กคนนั้นเถิด ตอนนี้นางกำลังรู้สึกแย่ เจ้าเข้าไปปลอบนางสักหน่อยก็แล้วกัน”
เยว่หลานรีบขอบคุณยายอู๋ แล้วหอบของวิ่งเข้าไปในบ้านทันที
หลังจากร้องไห้มาสักพัก แม้ว่าภายในใจจะยังรู้สึกแย่อยู่ แต่อาซินก็คิดได้แล้ว นางไม่ควรร้องห่มร้องไห้เช่นนี้ พี่เยว่เป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ ตอนนี้เขาจะได้อยู่กับว่าที่ภรรยาของเขาแล้ว นางควรดีใจแทนเขาถึงจะถูก
ส่วนความรู้สึกของตนเอง ในเมื่อไม่เคยเอ่ยออกไป เช่นนั้นก็คิดเสียว่ามันไม่เคยมีมาก่อนก็แล้วกัน
ถึงอย่างไรนางก็ไม่คิดแต่งงานมาก่อน เมื่อพลาดจากพี่เยว่แล้ว นางยิ่งไม่มีความคิดนี้เข้าไปใหญ่ สำหรับนางแล้ว ไม่ได้มีอันใดเปลี่ยนแปลง
อาซินพยายามปลอบใจตนเอง เนื่องจากเฟยซุ่ยกับเฟยฮวายังพักอยู่ในบ้านของตน หากตนเองมัวแต่โศกเศร้าอยู่เช่นนี้ จะต้องส่งผลกระทบต่อคนในครอบครัว และทำให้อาม่าเป็นห่วงอย่างแน่นอน
อาซินตัดสินใจเดินออกไปล้างหน้า ในขณะที่เพิ่งเปิดประตูบ้านออกมา นางก็เห็นเยว่หลานถือห่อผ้าเอาไว้ในมือ ตอนนี้เขากำลังพิงตัวอยู่ที่กรอบประตูพลางส่งยิ้มให้นาง
“อาม่าบอกว่าเจ้าอารมณ์ไม่ดี นางให้ข้ามาปลอบเจ้า มา เล่าให้พี่เยว่ฟังหน่อยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ? มีคนรังแกเจ้าใช่หรือไม่ ? ”
พอเห็นใบหน้าของเขา ความมั่นใจที่อาซินสร้างขึ้นมาเมื่อครู่ก็พังทลายลงไปทันที
นางไม่อยากเสียอาการต่อหน้าเขา ทันทีที่น้ำตาร่วง นางก็รีบหมุนตัวกลับเข้าบ้านทันที
แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าเยว่หลานจะหน้าด้านเดินตามมาด้วย “อาซิน ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากให้เจ้าช่วย ข้าทำชุดให้ว่าที่ภรรยาของข้า แต่ข้าไม่รู้ว่านางจะใส่พอดีตัวหรือไม่ เจ้าช่วยลองให้ข้าหน่อยได้หรือไม่ ? ”
อาซินไม่กล้าหันหน้าไปมอง เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นน้ำตาบนใบหน้าตนเอง “นะ…นี่คงไม่ค่อยดีเท่าใดนัก พี่เยว่ทำชุดให้ว่าที่ภรรยา แล้วข้าจะใส่ได้อย่างไร เรื่องนี้…ข้าช่วยท่านไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”
กว่านางจะเกลี้ยกล่อมให้ตนเองยอมรับเรื่องนี้ได้ค่อนข้างยากลำบาก แต่คาดไม่ถึงว่าเยว่หลานจะมาขอร้องแบบนี้ นางรู้สึกราวกับถูกมีดแทงที่หัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เยว่หลานวางชุดไว้บนโต๊ะข้าง ๆ “ไม่ได้ ! ถึงอย่างไรเจ้าก็ต้องช่วย อาซิน ข้าขอร้องเจ้าล่ะ เจ้าจะช่วยลองชุดให้ข้าไม่ได้เลยหรือ ? ”
“ข้า…” อาซินกำลังจนปัญญา ท้ายที่สุดก็ทำได้เพียงสะกดกลั้นความเจ็บปวดเอาไว้ในใจ แล้วเอ่ยออกไปว่า “ได้ ข้าจะช่วย ! ”
เยว่หลานสังเกตเห็นหัวไหล่ของนางสั่นเทาเล็กน้อย เขารู้สึกปวดใจยิ่งกว่าอะไรดี แต่ก็กลัวว่าหากตนเองเอ่ยออกมาแล้ว จะทำให้นางตื่นตกใจแทน
แท้จริงแล้วเรื่องของความรู้สึก เขาก็ไม่ได้มีประสบการณ์มากเท่าใดนัก
แม้ว่าเขาจะมาจากโลกปัจจุบัน แต่ด้านความรู้สึก เขาเคยมีกับนางเท่านั้น และตอนที่อยู่ราชวงศ์ต้าโจวนางยังเป็นคนรุกก่อนอีกด้วย