หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1125 เป็นเจ้ามาโดยตลอด
ตอนที่ 1125 เป็นเจ้ามาโดยตลอด
หลังจากได้ยินเสียงปิดประตูของเยว่หลาน อาซินพยายามอยู่พักใหญ่ กว่าจะสงบสติอารมณ์ลงได้
เมื่อเปิดห่อผ้าบนโต๊ะออก ด้านในเป็นชุดกระโปรงสีพื้นหนึ่งชุด บนชุดยังมีถุงผ้าอีกหนึ่งใบ เมื่อเปิดถุงผ้าออก เห็นปิ่นปักผมที่งดงามและแปลกตาอยู่หนึ่งอัน
เพราะไม่อาจระงับความอยากรู้อยากเห็นได้ นางจึงหยิบปิ่นอันนั้นขึ้นมาดู ด้านบนมีอักษรสลักอยู่สามตัว ‘ด้วยความรัก’
อักษรสามตัวนี้ ทำให้อาซินหลั่งน้ำตาออกมาราวกับสายฝน
การที่พี่เยว่ไหว้วานให้นางช่วยลองชุด ราวกับมีคนหยิบมีดมาแทงใจนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางรู้สึกอิจฉาเฟยซุ่ยเป็นอย่างมาก ที่ถูกพี่เยว่เห็นเป็นสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ ต่อไปแม่นางเฟยซุ่ยจะต้องมีความสุขมากเป็นแน่
หลังจากเก็บซ่อนความริษยาเอาไว้ในส่วนลึกของหัวใจเรียบร้อยแล้ว อาซินจึงเริ่มถอดเสื้อผ้าของตนออก แล้วนำชุดนั้นมาสวมใส่
ชุดนี้พอดีตัวนาง พอดีจนนางอดคิดไม่ได้ว่ามันถูกตัดมาเพื่อนางหรือไม่
พี่เยว่ทำพลาดแล้ว แม่นางเฟยซุ่ยตัวสูงกว่านางไม่น้อย หากชุดนี้ไปอยู่บนตัวเฟยซุ่ย มันคงสั้นมากยิ่งนัก
บางทีเขาคงไม่แน่ใจจริง ๆ ถึงได้ขอให้นางช่วยลองชุด
หลังจากสวมชุดเสร็จเรียบร้อยแล้ว อาซินจึงหันไปมองปิ่นปักผมอันนั้น ทว่านางไม่ได้ปักลงบนศีรษะของตนเอง เพราะปิ่นคือของมงคล นางกลัวว่าใจที่ไม่บริสุทธิ์ของตนเอง จะทำลายความมงคลของปิ่นอันนั้น
อาซินไม่ได้ปักปิ่น นางเลือกที่จะเก็บมันลงถุงผ้าดังเดิม
หลังจากจัดชุดให้เข้าที่แล้ว อาซินจึงเปิดประตูออกไป แล้วฝืนยิ้มให้เยว่หลานที่กำลังรออยู่ข้างนอก “พี่เยว่ ข้าใส่เสร็จแล้วเจ้าค่ะ”
เยว่หลานหันหน้ากลับมามองอาซิน เขาไม่อาจเก็บซ่อนความรักในแววตาได้อีกต่อไป นางเหมาะกับชุดนี้เป็นอย่างมาก แม้ว่าตอนนี้ผิวของนางจะไม่ขาวเหมือนแต่ก่อน ทว่าผ้าสีนี้ช่วยขับผิว ทำให้ผิวของนางดูสว่างขึ้นไม่น้อย
ทว่าดวงตาแดงระเรื่อของนางคู่นั้น กลับทำให้เขาปวดใจเป็นพิเศษ
อาซินถูกเขามองจนเริ่มอึดอัด นางรู้สึกว่าสายตาที่พี่เยว่ใช้มองนาง ทำให้นางอดคิดมากไม่ได้
บางทีสาเหตุอาจจะมาจากชุดนี้กระมัง
เมื่อคิดได้ว่าพี่เยว่ตัดชุดนี้ให้แม่นางเฟยซุ่ย นางก็รู้สึกไม่สบายไปทั้งร่าง แม้ว่าเนื้อผ้าของชุดนี้จะสวมใส่สบายตัวเป็นอย่างมาก แต่ราวกับมีหนามเล็ก ๆ คอยทิ่มแทงนางตลอดเวลา เตือนให้นางอย่าคิดไปในทางที่ไม่ดีเด็ดขาด
ด้วยเหตุนี้นางจึงรีบเอ่ยออกมาว่า “ข้าขอเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนนะเจ้าคะ”
ในขณะที่นางกำลังหันหลังกลับ เยว่หลานกลับคว้าตัวนางเอาไว้ก่อน “ใส่ก็ดีอยู่แล้ว เหตุใดต้องเปลี่ยนด้วยเล่า ? ไม่เลว ชุดนี้เหมาะกับเจ้ายิ่งนัก”
อาซินไม่กล้าคิดถึงความหมายในคำเอ่ยของเขา “พี่เยว่ หากแม่นางเฟยซุ่ยสวมใส่ชุดนี้ มันสั้นไปหน่อยนะเจ้าคะ”
“เฟยซุ่ย ? ” เยว่หลานหัวเราะออกมาเบา ๆ “เจ้าเด็กนี่ เจ้าคิดไปไกลแล้ว ? เกี่ยวอันใดกับนางด้วยเล่า ? ”
ในขณะที่เอ่ย เยว่หลานก็ดึงมือนางไปจับไว้หลวม ๆ ก่อนจะนำมาทาบที่หน้าอกของตัวเอง “อาซิน เจ้ารู้สึกถึงจังหวะหัวใจของข้าหรือไม่ ? มันเต้นเพื่อเจ้ามาโดยตลอด”
หลังจากอาซินได้ยินคำเอ่ยของเขา นางจึงมองไปที่มือของตนเอง… “ตู้ม” มีเสียงระเบิดดังขึ้นในหัว นางไม่อาจคิดอันใดได้อีก
คำเอ่ยของพี่เยว่หมายความว่าอย่างไรกัน ?
เยว่หลานดึงตัวนางเข้ามากอด แล้วกระซิบบ่นข้างหูของนางว่า “เด็กโง่ ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ คนที่ข้าชอบและอยากแต่งด้วย คือเจ้า ชุดนี้ข้าตัดมาให้เจ้า ข้าตัดเองกับมือเลยนะ แล้วยังมีปิ่นปักผมนั่นอีก ถือเป็นของแทนใจที่ข้ามอบให้เจ้า เจ้าชอบหรือไม่ ? ”
ร่างของอาซินแข็งทื่อไปในทันที
นางคิดว่าตนเองกำลังฝันอยู่
ไม่เช่นนั้นนางจะได้ยินคำเอ่ยเหล่านี้ได้อย่างไร ?
เมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของนาง เยว่หลานก็ทั้งขำทั้งเอ็นดู
เยว่หลานเอื้อมมือไปจับใบหน้าของนางด้วยความอ่อนโยน ร่างของพวกเขาอยู่ห่างกันแค่ฝ่ามือเดียวเท่านั้น จากนั้นเยว่หลานก็ก้มลงจุมพิตนางเบา ๆ การกระทำนี้เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความรักใคร่
ตอนปล่อยตัวนางออก อาซินยังไม่ได้สติ ดวงตาเหม่อลอย สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
หลังจากนางได้สติกลับมาอีกครา นางก็ถูกเยว่หลานพามานั่งหวีผมตรงโต๊ะเครื่องแป้งที่นางใช้เป็นประจำแล้ว ตอนนี้เยว่หลานก็กำลังทำผมให้นางอยู่ เขาปักปิ่นลงไปอย่างระมัดระวัง
ภายในห้องไม่มีกระจก ดังนั้นนางเลยไม่เห็นผมของตนเองในเวลานี้
หลังจากเยว่หลานช่วยปักปิ่นให้นางเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ดึงตัวนางมาสำรวจอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองงดงามมากเพียงใด พอข้าเห็นเจ้า ข้ามักรู้สึกว่าเจ้างดงามที่สุดในใต้หล้า แม้แต่เส้นผมก็ยังเป็นแบบที่ข้าชอบที่สุด”
ใบหน้าน้อย ๆ ของอาซินขึ้นสีแดงระเรื่อ หัวใจเต้นแรง จนไม่กล้าหันไปสบตากับเขาด้วยซ้ำ
เอาตรง ๆ ตอนนี้นางยังรู้สึกงุนงงอยู่เลย ทั้งยังรู้สึกว่าตนเองกำลังฝันอยู่
แต่ความรู้สึกตอนพี่เยว่จับมือของนาง กลับเหมือนจริงเสียยิ่งกว่าอะไร
เยว่หลานดึงมือของนางมาจุมพิตเบา ๆ จากนั้นก็กัดอย่างหยอกล้อ “เจ้าไม่ได้ฝันไป ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง อาซิน ข้าชอบเจ้าจริง ๆ มาเป็นภรรยาของข้าเถิด คลอดลูกให้ข้า และอยู่เคียงคู่กับข้าไปจนแก่เฒ่า ? ”
ภายในใจเต้นแรงราวกับมีคนตีกลอง อาซินเงยหน้าขึ้นมองเขา
แววตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังและความจริงใจ
ความสุขมากะทันหันจนเกินไป นางเริ่มกลัวว่านี่อาจจะเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เมื่อนางกะพริบตา ทุกอย่างตรงหน้าก็จะอันตรธานหายไป
เมื่อเยว่หลานเห็นนางยืนนิ่งไม่ยอมพูดยอมจา เขาจึงเริ่มร้อนรนขึ้นมา “อาซิน ข้าขอรับปากว่าจะดีต่อเจ้าไปชั่วชีวิต และข้าจะมีเพียงแค่เจ้าคนเดียวเท่านั้น ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของข้า รวมถึงตัวข้าด้วย ล้วนเป็นของเจ้า เจ้าแต่งกับข้าได้หรือไม่ ? หากข้าไม่ได้แต่งงานกับเจ้า ชีวิตของข้าคงไม่มีความหมายใด ๆ อีกแล้ว แต่งงานกับข้าเถิดนะ อาซิน ข้าขอร้องเจ้าล่ะ”
พอเอ่ยมาถึงประโยคสุดท้าย เยว่หลานก็ร้อนใจจนตาแดง
เขากลัวว่านางจะไม่ยอมแต่งงานกับตน เพราะบาดแผลก่อนหน้านี้ส่งผลกระทบต่อตัวนางมากเกินไป ดังนั้นภายในใจลึก ๆ ของนางจึงต่อต้านการแต่งงาน
หลังจากที่พวกเขาได้กลับมาพบกันอีกครา เขามีเวลาน้อยจนเกินไป ความรู้สึกระหว่างพวกเขายังไม่พัฒนาไปถึงระดับที่มั่นคง
แต่เขารอไม่ไหวแล้ว เขาอยากมีนางอยู่ข้างกาย สำหรับเขา…แค่ช้าไปเพียงลมหายใจเดียว ก็ทรมานจวนจะขาดใจตายอยู่แล้ว
เมื่ออาซินเห็นเขาร้อนรนจนเป็นแบบนั้น นางเลยเผลอตอบรับไปว่า “ตกลง”
หลังเอ่ยจบ นางถึงตระหนักได้ว่าเมื่อครู่ตนเองเอ่ยอันใดออกไป ทำให้นางเขินอายขึ้นมาทันที
เยว่หลานรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เขาอุ้มนางขึ้นแล้วเดินวนอยู่กับที่ทั้งอย่างนั้น “เยี่ยมไปเลย ในที่สุดอาซินก็ตอบตกลงข้าแล้ว อาซิน อาซิน เจ้าเป็นหัวใจของข้า เป็นตับของข้า เป็นชีวิตของข้า ข้ารักเจ้าที่สุดในโลกเลย”
อาซินตื่นตกใจขึ้นมาทันใด นางรีบยกมือขึ้นโอบรอบคอของเขาเอาไว้แน่น
เมื่อได้ยินคำหวานเหล่านั้น นางก็อายจนอยากจะมุดดินหนีให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย ทว่าภายในใจกลับรู้สึกดียิ่งกว่าอะไร
ที่แท้คนที่พี่เยว่ชอบก็คือนาง คนที่อยากแต่งงานด้วยก็คือนาง เป็นนางที่คิดผิดไปเอง
ยายอู๋กับเฟยซุ่ยยืนอยู่นอกประตู ขณะมองทั้งสองคนภายในบ้าน พวกนางก็พากันอมยิ้มออกมา
ในที่สุดคู่เป็ดยวนยางที่มีชะตากรรมอันขมขื่น ก็ได้กลับมาอยู่เคียงคู่กันสักที
ไม่ง่ายเลยจริง ๆ
หวังว่าชาตินี้พวกเขาจะไม่ต้องพบเจอคลื่นลมอันใดอีก
ยายอู๋สะกิดเฟยซุ่ย “ไปกันเถิด พวกเราอย่าเป็นก้างอยู่ที่นี่เลย หากอยู่ต่อ ประเดี๋ยวพวกเขาจะเขินอายเสียเปล่า ๆ ”
หนุ่มสาวสมัยนี้ใจกล้าจริง ๆ ไม่รู้จักสงวนตัวเลยสักนิด คนแก่อย่างนางเห็นแล้วใจไม่ดี