หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1127 นี่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าใดนัก
ตอนที่ 1127 นี่ไม่ค่อยถูกต้องเท่าใดนัก
หลังจากทราบว่าเยว่หลานจะไปจากหมู่บ้านชาวประมงระยะหนึ่ง หัวใจที่กำลังกระพือของอาซิน ก็ตกลงมาจากอากาศทันที
“จะไปนานหรือไม่ ? แล้วจะกลับมาเมื่อใด ? ”
เมื่อเห็นท่าทางอาลัยอาวรณ์ของนางแล้ว เยว่หลานก็เกือบจะหลุดออกมาว่าไม่ไปแล้ว ทว่าความจริงกลับไม่อนุญาตให้เขาเอาแต่ใจเช่นนั้น
แม้ว่าเขาจะไม่ได้คลั่งไคล้อยากเป็นองค์จักรพรรดิแห่งแคว้นเป่ยตี้มากถึงเพียงนั้น แต่ในเมื่อได้นั่งตำแหน่งนี้แล้ว เป็นธรรมดาที่จะหนีจากภาระหน้าที่ไม่ได้ ความหวังของผู้คนทั้งแคว้นอยู่บนบ่าของเขา และตัวเขาเองก็โยนทั้งแคว้นทิ้งไม่ลง เขาไม่อาจปล่อยให้ราษฎรนับพันนับหมื่นชีวิตตกตาย ในขณะที่ตนเองออกไปโบยบินกับอาซินเพียงลำพัง
ความสุขที่แลกมากับชีวิตของคนเหล่านั้น ไม่ว่าเขาจะไร้หัวจิตหัวใจมากเพียงใด ก็รับเอาไว้ไม่ไหวหรอก
เยว่หลานดึงมืออาซินมาจับเอาไว้หลวม ๆ แล้วตอบกลับอย่างระมัดระวังว่า “ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันว่าตนเองจะไปนานเพียงใด แต่รับรองว่าข้าจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด อาซิน เพื่ออนาคตที่มั่นคงของพวกเรา การแยกกันในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ถือว่าคุ้มค่า”
อาซินอยากจะบอกว่า นางไม่ได้ต้องการความมั่งคั่งร่ำรวยอันใด นางชื่นชอบชีวิตที่หมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้เป็นมาก ขอแค่ได้ใช้ชีวิตเคียงคู่กับเขา ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด นางก็เต็มใจ
แต่นางก็มองออกเช่นกัน เยว่หลานมีความใฝ่ฝันของตนเอง
เดิมทีเขาไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว หากขังเขาอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ เขาก็คงจะไม่มีความสุขเช่นกัน
ในเมื่อรักเขา ก็เป็นธรรมดาที่จะสนับสนุนทุกการตัดสินใจของเขาอย่างไม่มีเงื่อนไข นางไม่มีความสามารถอันใด ช่วยเขาได้ไม่มาก มีเพียงสิ่งเดียวที่จะทำได้ ซึ่งนั่นก็คือให้เขาไปสร้างเนื้อสร้างตัวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องในบ้าน
ด้วยเหตุนี้อาซินจึงฉีกยิ้มให้เขาด้วยความอ่อนโยนและเด็ดขาด “ท่านไปจัดการธุระของท่านเถิด ส่วนข้าจะรอท่านมาสู่ขออยู่ที่บ้าน”
เยว่หลานดึงร่างของนางเข้ามาสวมกอดทันที จากนั้นก็ก้มหน้าจูบนางอย่างอ่อนโยน เขาทำเช่นนั้นอยู่นาน กว่าจะยอมปล่อยตัวนางออก ขณะมองดวงตาของนาง เขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “อาซิน ครานี้ข้าจะไม่ให้เจ้าต้องรอข้านานจนเกินไป”
พวกเขาเสียเวลามานานหลายปีเพียงนั้น เขาไม่มีทางปล่อยให้นางต้องทนรออย่างทุกข์ทรมานเพียงลำพังอีกต่อไปแล้ว
อาซินคิดว่าประโยคนี้ของเขาฟังดูแปลก ๆ แต่นางก็ไม่ได้คิดมากอันใด เยว่หลานก้มลงมาจูบนางอีกครา
เช้าวันรุ่งขึ้น อาซินตื่นแต่เช้าตรู่ เพื่อทำอาหารให้เยว่หลาน
เยว่หลานตัดสินใจจะกลับไปยังแคว้นเป่ยตี้เร็วหน่อย ดังนั้นเขาเลยบอกกับอาซินว่า…เขาจะไปตอนสาย
อาซินกลัวว่าเขาจะหิวระหว่างทาง ดังนั้นนางจึงตื่นมาเตรียมอาหารแห้งให้เขาตั้งแต่เช้า
หลังจากยุ่งมาตลอดทั้งเช้า นางก็ทำอาหารแห้งได้กองโต เพียงพอให้เยว่หลานกับหยิ่งอีกินได้อีกหลายวัน
นอกจากอาหารเหล่านี้แล้ว อาซินยังตัดชุดให้เยว่หลานอีกด้วย
เมื่อเยว่หลานมาถึง อาซินก็ได้มอบอาหารแห้งกับเสื้อผ้าให้เขา ทั้งยังกำชับว่า “ระหว่างทางต้องดูแลตนเองให้ดี อาหารแห้งเหล่านี้ หากเสียแล้ว ก็อย่ากินต่อล่ะ ประเดี๋ยวจะท้องเสียเอา”
พอได้ยินนางกำชับเช่นนั้น เยว่หลานจึงเข้าไปหอมแก้มนางหนึ่งครา “ข้าเข้าใจแล้ว ข้าจะดูแลตนเองให้ดี เจ้าวางใจเถิด”
เดิมทีอาซินทำใจไม่ได้เลยสักนิด แต่หลังจากถูกเขาหยอกล้อแบบนั้นแล้ว นางก็หน้าแดงขึ้นมาทันใด “พี่หลาน ท่านอย่าทำแบบนี้ พี่หยิ่งก็อยู่ด้วยนะเจ้าคะ”
หยิ่งอี ‘เชิญพวกท่านตามสบาย ไม่ต้องถือสาข้า คิดเสียว่าข้าเป็นอากาศธาตุก็ได้’
เยว่หลานไม่ได้ทำเกินกว่านั้น เขารู้ว่าอาซินหน้าบาง หากดุดันในคราเดียว นางไม่มีทางรับไหวเป็นแน่ หากคิดจะฝึกให้นางหน้าหนา ก็ต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เริ่มจากขโมยจูบเป็นครั้งครา ต่อไปประเดี๋ยวนางก็ชินเอง
อาซินกับยายอู๋ออกไปส่งเยว่หลานกับหยิ่งอีที่หน้าหมู่บ้าน เยว่หลานกลัวว่าตนเองชักช้าแล้วจะไม่อยากไป ด้วยเหตุนี้เขาจึงขานเรียกคนทั้งสองอีกครา แล้วแบกของที่อาซินเตรียมให้ออกไปทันที
หยิ่งอีเดินตามหลังเยว่หลานมาติด ๆ เมื่อเห็นเยว่หลานแบกห่อผ้าขนาดใหญ่ เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาว่า “นายท่าน นำมาให้ข้าแบกเถิดขอรับ”
ห่อผ้านี่น่าเกลียดจนเกินไป มันไม่เหมาะกับฝ่าบาทเลยสักนิด
เยว่หลานกลอกตาใส่เขาอย่างไม่สบอารมณ์ “ของเหล่านี้ภรรยาให้ข้ามา เกี่ยวอันใดกับเจ้าด้วย ! ”
หยิ่งอี ‘เอาเถิด เป็นเขาเองที่คิดมากไป’
เยว่หลานลูบคางพลางเอ่ยถามว่า “เรื่องคู่ครองที่ป้า ๆ เหล่านั้นหาให้เจ้าเมื่อหลายวันก่อน เจ้าคิดเห็นอย่างไร ? มีหญิงสาวที่ชื่นชอบบ้างหรือไม่ ? ”
หยิ่งอีไม่ได้ขานรับแต่อย่างใด
เยว่หลานก็ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะตอบเช่นกัน “ในฐานะที่ข้ามีประสบการณ์มาก่อน ข้าขอแนะนำเจ้าสักหน่อย เรื่องหาภรรยา ไม่จำเป็นต้องหาคนที่ดูดี และไม่จำเป็นต้องมีฐานะอันใด แต่เจ้าต้องหาภรรยาที่จิตใจดีมีเมตตา เจ้าดูภรรยาของข้าสิ นางดีมากเพียงใด ทั้งอ่อนโยน สง่างามและมีความสามารถ เป็นหน้าเป็นตาให้ข้าได้ไม่น้อย เจ้าว่าใช่หรือไม่เล่า”
หยิ่งอีรีบพยักหน้ารับ “จักรพรรดินีทรงเป็นสตรีที่ดีที่สุดในใต้หล้า หากภรรยาในอนาคตของกระหม่อมดีได้เท่าพระนางสักครึ่งหนึ่ง ก็นับว่าเป็นบุญอันล้นพ้นแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ประจบสอพลอเข้าไป
เขารู้ดีว่าฝ่าบาทอยากได้ยินอันใด เป็นธรรมดาที่เขาจะเอ่ยในสิ่งที่ฝ่าบาทอยากได้ยิน
เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ หลังจากประจบประแจงเช่นนั้น เยว่หลานก็ยิ้มหน้าบานราวกับคนปัญญาอ่อนไม่มีผิด
“หยิ่งอี คราหน้าข้าจะแนะนำหญิงสาวดี ๆ ให้เจ้า รับรองว่าเจ้าต้องพึงพอใจเป็นแน่”
หยิ่งอีแน่นหน้าอกทันใด เขาไม่อยากได้เลยสักนิด ทว่าจำต้องฝืนพยักหน้ารับ “ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”
สายตาของฝ่าบาทยังดีอยู่หรือไม่ ? พอถึงเวลานั้นอย่าจับเป็ดยวนยางตัวเมียมามั่วซั่วก็พอ
ช่างน่ากลุ้มใจยิ่งนัก…
สองนายบ่าวใช้วิชาตัวเบากระโดดไปไกล เพื่อหาสถานที่ขี่นกยักษ์กลับแคว้นเป่ยตี้
พอกลับมาถึงวังหลวง เฮ่อเหลียนจวิ้นพาหยิ่งอีไปที่ห้องบรรทมของตนเอง ผลลัพธ์คือเพิ่งเดินมาได้แค่ครึ่งทาง พวกเขาเห็นชูหยุนผู้นั้นกำลังเล่นปิดตาคลำทายกับเหล่านางกำนัลอยู่ อาจเป็นเพราะกำลังเพลิดเพลินกับการเล่นมากจนเกินไป คนเหล่านั้นจึงไม่สังเกตเห็นเฮ่อเหลียนจวิ้นกับหยิ่งอี
ชูหยุนถูกปิดตาเอาไว้ นางพยายามคลำไปข้างหน้าและเดินหน้าไปเรื่อย ๆ ท่าทางน่าขันมากยิ่งนัก นางกำนัลเหล่านั้นพากันหัวเราะออกมาเสียงดัง
แต่หลังจากสังเกตเห็นเฮ่อเหลียนจวิ้นแล้ว นางกำนัลเหล่านั้นก็พากันคุกเข่าลง ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงออกมาอีก กระทั่งไม่กล้าเปิดปากเอ่ยเตือนชูหยุน
เฮ่อเหลียนจวิ้นกำลังอารมณ์ดี ไม่อยากอารมณ์เสียเพราะบ่าวไพร่เหล่านี้ ดังนั้นเขาจึงหันหลังกลับเตรียมเดินกลับตำหนัก
แต่ผู้ใดจะคาดคิดว่าชูหยุนผู้นั้นจะตรงมาทางตน ทั้งยังเข้ามากอดแขนตนเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยอย่างตื่นเต้นว่า “ดูเถิด ข้าจับได้คนหนึ่งแล้ว”
ในขณะที่เอ่ย ชูหยุนก็ดึงผ้าปิดตาออก
แต่หลังจากเห็นใบหน้าของฝ่ายตรงข้ามแล้ว สีหน้าของชูหยุนก็แปรเปลี่ยนไปทันที นางรีบคุกเข่าลงกับพื้น แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “ฝ่าบาทโปรดอภัยโทษให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะล่วงเกินนะเพคะ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นเผยแววตาดูถูกเหยียดหยาม ยังคงใช้ลูกเล่นเดิม ๆ คิดว่าเขามองไม่ออกหรืออย่างไร ?
เมื่อเห็นใบหน้าที่คล้ายคลึงกับตงเมี่ยวซินถึงเก้าส่วนนั่นแล้ว เขาก็ยิ่งรังเกียจเข้าไปใหญ่ “ทหาร ลากตัวออกไปโบย 30 ไม้”
สีหน้าของชูหยุนเต็มไปด้วยความมึนงง
เหตุใดถึงกลายเป็นเช่นนี้ได้เล่า ?
โดยปกติแล้ว หลังจากเฮ่อเหลียนจวิ้นเห็นใบหน้าของนาง และถูกนางกอดเช่นนี้ เขาควรจะใจอ่อนไม่ใช่หรือ ?
ลี่ไท่เฟยตรัสว่า…นางเคยใช้ลูกไม้นี้ จนต้องตาจักรพรรดิพระองค์ก่อน
แล้วเหตุใดพอเป็นนาง ถึงมีผลลัพธ์เช่นนี้เล่า ?
เฮ่อเหลียนจวิ้นเห็นแววตาสงสัยของนาง เขาเลยหัวเราะอย่างเย็นชาในใจ
ลูกเล่นแบบนี้ พอจะมอมเมาพวกตัณหากลับได้ แต่คิดจะมาหลอกเขาอย่างนั้นหรือ ? เห็นเขาอ่อนต่อโลกหรืออย่างไร ?
หลังจากออกคำสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เฮ่อเหลียนจวิ้นก็เดินออกมาทันที