หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1128 หมากตัวนี้ใช้ไม่ได้แล้ว
ตอนที่ 1128 หมากตัวนี้ใช้ไม่ได้แล้ว
ชูหยุนรีบคลานไปดึงชุดของเฮ่อเหลียนจวิ้น “ฝ่าบาท ฝ่าบาททรงไว้ชีวิตหม่อมฉันด้วยเพคะ หม่อมฉันผิดไปแล้ว ขอฝ่าบาททรงเมตตาด้วยเพคะ”
หากต้องโทษโบย 30 ไม้ ถึงนางจะไม่ตาย แต่นางต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน
เฮ่อเหลียนจวิ้นออกคำสั่งอีกว่า “ทหาร หักมือของนางให้เจิ้นด้วย”
หยิ่งอีรีบชักดาบออกมา จากนั้นก็ง้างขึ้นเตรียมฟันมือของชูหยุน
“หยุดประเดี๋ยวนี้ ! ”
ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ลี่ไท่เฟยเดินเข้ามาราวกับนางสวรรค์ นางหยุดดาบหยิ่งอีได้ทันเวลา
เมื่อชูหยุนเห็นนางเดินเข้ามา จึงร้องห่มร้องไห้ แล้ววิ่งเข้าไปหานาง “ไท่เฟย ช่วยหม่อมฉันด้วยเพคะ”
ลี่ไท่เฟยมองท่าทางไม่ได้เรื่องของชูหยุน แล้วเดือดดาลขึ้นมาทันใด “ข้ากำชับเจ้าตลอด ว่าห้ามไปไหนมาไหนมั่วซั่ว แต่เจ้ากลับใจกล้ายิ่งนัก ถึงกับกล้ามารบกวนฝ่าบาท ! ขอร้องข้าไม่มีประโยชน์อันใดหรอก ยังไม่รีบขอความเมตตาจากฝ่าบาทอีก”
ชูหยุนหันมาโขกศีรษะให้เฮ่อเหลียนจวิ้นคราแล้วคราเล่า
เฮ่อเหลียนจวิ้นมองลี่ไท่เฟยเป็นนัย “เสด็จแม่ทรงเสด็จมาได้ทันเวลาจริง ๆ เลยนะ”
ลี่ไท่เฟยเผยท่าทางรู้สึกผิดออกมา จากนั้นก็ตรัสว่า “เมื่อครู่แม่กำลังชมดอกไม้อยู่แถวนี้พอดี พอได้ยินว่านางมาเล่นกับนางกำนัลทางนี้ เดิมทีก็ไม่ได้คิดมากอันใด เพราะช่วงสองวันนี้เจ้าไม่อยู่ในวัง ข้าเลยไม่ได้ห้ามปรามอันใดนาง แต่ผู้ใดจะไปคาดคิดว่าจะบังเอิญเพียงนี้…พอได้ยินว่าเจ้ากำลังอารมณ์เสีย แม่เลยรีบมาทันที จวิ้นเอ๋อร์ เด็กผู้นี้นางไร้เดียงสาเป็นอย่างมาก นางไม่ได้มีเจตนาอื่น เจ้ายกโทษให้นางอีกสักคราเถิดนะ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นหัวเราะเย้ยหยัน “ในเมื่อเสด็จแม่ทรงร้องขอแทนนาง หากบุตรชายผู้นี้ไม่ไว้หน้า คงทำให้ท่านลำบากใจ เอาแบบนี้ก็แล้วกัน ลดโทษครึ่งหนึ่ง โบย 15 ไม้”
หลังจากเอ่ยจบ เฮ่อเหลียนจวิ้นก็สาวเท้าเดินจากไปทันที เขาไม่คิดจะคารวะลี่ไท่เฟยด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นทหารก็รีบลากตัวชูหยุนออกไปทันที
ชูหยุนตื่นตกใจมากยิ่งนัก นางรีบร้องขอความช่วยเหลือจากลี่ไท่เฟยทันที
ลี่ไท่เฟยทั้งโมโหและหงุดหงิด นางจะช่วยอันใดได้ ? ! เฮ่อเหลียนจวิ้นไม่ไว้หน้านางแบบนั้น แล้วนางจะเข้าไปหยุดทหารเหล่านั้นได้อย่างไร ?
ไม่เข้าไปขวางยังพอว่า แต่หากเข้าไปขวาง แล้วทหารเหล่านั้นไม่เห็นนางอยู่ในสายตา หน้านางคงแตกละเอียด
ดังนั้นลี่ไท่เฟยจึงทำได้เพียงมองชูหยุนถูกลากตัวออกไป
ทหารเหล่านั้นอำมหิตใช้ได้ พวกเขาไม่ได้ลากตัวชูหยุนออกไปไกล ทว่าลงโทษบริเวณนั้นเลย เสียงร้องโหยหวนของชูหยุน ทำให้ลี่ไท่เฟยโกรธจัดจนจิกเล็บเข้าไปในเนื้อของตนเอง
เฮ่อเหลียนจวิ้น เจ้าช่างดีจริง ๆ ! ข้าได้จดจำเอาไว้ทั้งหมดแล้ว !
หลังจากชูหยุนถูกลงโทษเสร็จแล้ว คนของลี่ไท่เฟยก็ได้นำตัวนางออกไป
หมากตัวนี้ใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด หากให้อยู่ในวังต่อ มีแต่จะทำให้ลี่ไท่เฟยนึกถึงแผนการอันโง่เขลาของตนเอง
เมื่อนึกถึงท่าทางหัวรั้นของเฮ่อเหลียนจวิ้น ลี่ไท่เฟยก็ตบโต๊ะด้วยความโมโห เจ้าเนรคุณนั่นเป็นบุรุษจริง ๆ หรือไม่ !
นางอยากให้เฉาเซียงกัวเข้าวัง นางจะได้ปรึกษาเรื่องนี้กับเขาตัวต่อตัว
นับตั้งแต่เฮ่อเหลียนจวิ้นขึ้นครองบัลลังก์ เขาทำให้วังหลวงเป็นเหมือนคุก วังหลังไม่มีพระสนมเลยสักคน เงียบเหงาพอตัว หากมีผู้ใดเข้ามาสักคน จะเป็นที่สะดุดตาอย่างมาก
หากจะส่งข่าวออกไปเหมือนในอดีต ก็ไม่สะดวกเอามาก ๆ เพราะเฮ่อเหลียนจวิ้นมีฝีมือใช้ได้ นางเป็นกังวลว่าข่าวที่ตนเองส่งออกไปจะไปตกอยู่ในมือของเขา พอถึงเวลานั้นก็เท่ากับยื่นจุดอ่อนให้เขา
ทำแบบนี้ไม่ได้ แบบนั้นก็ไม่ได้ ลี่ไท่เฟยร้อนใจราวกับถูกไฟเผา
ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องพบเฉาเซียงกัวสักครา ให้เฉาเซียงกัวคิดหาวิธีควบคุมเฮ่อเหลียนจวิ้น
หลังจากเฮ่อเหลียนจวิ้นทราบว่าลี่ไท่เฟยจัดการชูหยุนผู้นั้นเรียบร้อยแล้ว เขาก็หัวเราะออกมาด้วยความเหยียดหยาม สตรีผู้นี้ช่างเลือดเย็นมากจริง ๆ ถึงอย่างไรชูหยุนผู้นั้นก็เป็นหมากให้นาง หลังจากถูกโบยจนเป็นแบบนั้นแล้ว นางกลับไม่เชิญหมอหลวงมาตรวจเลยสักนิด
การกระทำของนางอำมหิตยิ่งนัก นางไม่กลัวว่าคนรอบข้างจะหวาดกลัวนางหรือ ?
ภายนอกวังหลวง หลังจากเฉาเซียงกัวทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในวังหลวง เขาก็ดูถูกวิธีการของลี่ไท่เฟยอย่างถึงที่สุด สตรีคู่ควรต่อสู้กับสตรีด้วยกันเอง คิดจะใช้มารยากับบุรุษ มันไม่ได้ผลเท่าไหร่หรอก
เฮ่อเหลียนจวิ้นไม่ใช่คนโง่เขลาเหมือนเมื่อหลายปีก่อนแล้ว ช่วงหลายปีมานี้พวกเขาประมาทจนเกินไป ทำให้เจ้าเด็กนั่นได้มีโอกาสเติบโต ผนวกกับมีฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ต้าโจวที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านคอยช่วยอยู่ลับหลัง ตอนนี้เขาจึงยังไม่รู้ว่าจะลงมือกับเฮ่อเหลียนจวิ้นอย่างไรดี
แต่ไม่ว่าอย่างไร เขาก็จะแย่งของ ๆ ตนกลับคืนมาให้ได้
เขาวางแผนมาหลายปีเพียงนั้น แต่เฮ่อเหลียนจวิ้นกลับชิงผลประโยชน์ไปในชั่วพริบตา ตำแหน่งองค์จักรพรรดิแห่งแคว้นเป่ยตี้ ต้องตกเป็นของเขาเท่านั้น !
ทันใดนั้นก็มีร่างดำทมิฬปรากฏขึ้นที่ห้องหนังสือเฉาเซียงกัว
เฉาเซียงกัวเอ่ยถามเสียงเบาว่า “สืบหาที่อยู่ของตงเมี่ยวซินพบหรือยัง ? ”
ชายชุดดำผู้นั้นตอบว่า “เรียนนายท่าน หน่อยสอดแนมที่ข้าน้อยส่งออกไป ได้ส่งข่าวกลับมาบอกว่าข้างกายองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดิน ไม่มีสตรีที่ชื่อตงเมี่ยวซินอยู่ด้วยขอรับ แต่เมื่อไม่กี่คืนก่อน มีคนของแคว้นเป่ยตี้สองคนไปยังบ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำราม จากนั้นองครักษ์หญิงสองคนก็เดินทางออกมาจากบ้านพักตากอากาศขอรับ”
เฉาเซียงกัวหรี่ตาลง “ชาวเป่ยตี้ องครักษ์หญิง…”
“สืบได้หรือไม่ว่าองครักษ์หญิงสองคนนั้นไปที่ใด ? ”
ชายชุดดำที่คุกเข่าอยู่บนพื้นส่ายหน้า “ข้าน้อยและคนอื่น ๆ สืบไม่พบเบาะแส องครักษ์ขององค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินค่อนข้างแปลก ไม่มีผู้ใดสืบได้เลยว่าพวกนางไปที่ใด”
เฉาเซียงกัวบอกให้ชายชุดดำผู้นั้นออกไปก่อน ส่วนตนเองนั่งใคร่ครวญอยู่ในห้องหนังสืออย่างละเอียด
ดูท่าหลินหร่วนผู้นั้นน่าจะทราบที่อยู่ของตงเมี่ยวซิน คนที่พาตงเมี่ยวซินออกมาจากอารามก็คือนาง ดังนั้นนางจะต้องทราบที่อยู่ของตงเมี่ยวซิน ส่วนชาวเป่ยตี้สองคนนั้น จะต้องเป็นคนของเฮ่อเหลียนจวิ้นอย่างแน่นอน
สองคนนั้นเคยร่วมมือกันทำการค้าในราชวงศ์ต้าโจวระยะหนึ่ง นอกจากนี้หลินหร่วนยังเคยยื่นมือไปยุ่งเรื่องของเฮ่อเหลียนจวิ้นกับตงเมี่ยวซินมาก่อน ดังนั้นสองคนนี้จะต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างแน่นอน
ที่เฮ่อเหลียนจวิ้นระวังตัวถึงเพียงนั้น จะต้องเกี่ยวข้องกับที่อยู่ของตงเมี่ยวซินอย่างแน่นอน
ดังนั้นก่อนหน้านี้เขาวางแผนผิดไป หากคิดจะตามหาตงเมี่ยวซินให้พบ เขาควรพุ่งเป้าไปที่หลินหร่วนก่อน
เฉาเซียงกัวตัดสินใจได้แล้ว เขาเรียกชายชุดกลับมาใหม่อีกครา “จงไปสืบเรื่องของหลินหร่วนในช่วงสองสามปีนี้ ยิ่งละเอียดเท่าใดยิ่งดี”
“นอกจากนี้ ไปสืบมาหน่อยว่าเส้นทางที่เฮ้อเหลียนจวิ้นใช้สองสามครานี้คือเส้นทางใดบ้าง และเขาปรากฏตัวที่ใดบ้าง”
“ขอรับ”
คนผู้หนึ่ง หากยังมีชีวิตอยู่ ก็ต้องทิ้งเบาะแสเอาไว้อย่างแน่นอน
เขาเชื่อว่าในไม่ช้าก็เร็ว เขาจะต้องหาเบาะแสนั้นพบอย่างแน่นอน
เฮ่อเหลียนจวิ้นรู้ว่าเฉาเซียงกัวกำลังตามสืบเรื่องของเขาอยู่ ทว่าเขาไม่ได้กังวลเลยสักนิด เพราะสถานที่ที่เขาออกไปและกลับในแต่ละคราล้วนแตกต่างกัน คนของเฉาเซียงกัวไม่มีทางสืบพบอย่างแน่นอน
ส่วนทางฝั่งเมี่ยวซิน นางอยู่ห่างไกลจากความขัดแย้ง ทั้งยังมีคนของหลินหร่วนคอยปกป้อง น่าจะไม่มีปัญหาชั่วคราว
ดังนั้นตอนนี้ เขาจำเป็นต้องหาวิธีบีบให้เฉาเซียงกัวกลายเป็นสุนัขจนตรอก
เฉาเซียงกัวหยั่งรากลึกในราชสำนัก มีขุนนางจำนวนไม่น้อยที่เป็นพรรคพวกเดียวกับเขา หากคิดจะกำจัดเขา ก็ต้องหาเหตุผลที่เหมาะสมให้ได้ก่อน
ส่วนเหตุผลที่เหมาะสมนั้น… คือทำให้เฉาเซียงกัวก่อกบฏขึ้นมา
ส่วนวิธีบีบให้เฉาเซียงกัวก่อกบฏนั้นง่ายนิดเดียว ซึ่งนั่นก็คือพุ่งเป้าไปยังของที่เขาใส่ใจที่สุด
เฮ่อเหลียนจวิ้นหัวเราะเสียงเย็น จากนั้นก็รีบโบกมือเรียกคนของตนเอง แล้วออกคำสั่งว่า “เจ้าส่งคนไปปราบปรามอิทธิพลทางตอนเหนือของเฉาหยูให้เจิ้นหน่อย”