หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1133 เรื่องฉาวโฉ่ในราชวงศ์
ตอนที่ 1133 เรื่องฉาวโฉ่ในราชวงศ์
หลังจากเหล่าขุนนางใหญ่เห็นท่าทีของเฮ่อเหลียนจวิ้น จึงเริ่มเป็นกังวลขึ้นมาเล็กน้อย แต่ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากไม่รีบลากเขาลงมาจากบัลลังก์ คนที่จะซวยก็คือตัวพวกเขาเอง
ด้วยเหตุนี้พรรคพวกของเฉาหยูจึงรีบดึง ‘หลักฐานการกระทำผิด’ ของเฮ่อเหลียนจวิ้นออกมา
เฮ่อเหลียนจวิ้นไม่อยากฟังคำเอ่ยเหลวไหลของคนเหล่านี้แม้เพียงครึ่งคำ เพราะเขาต้องรีบจัดการกับเฉาหยู ไหนเลยจะมีอารมณ์มานั่งฟังเรื่องไร้สาระ
ในเมื่อพวกเขาคิดจะแย่งบัลลังก์ของตนเอง เช่นนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเกรงใจพวกเขาอีกต่อไป
“ช่วงนี้เจิ้นกำลังตามหาผู้สมรู้ร่วมคิดกับเฉาหยูอยู่พอดี คาดไม่ถึงว่าจะจัดการได้ตอนนี้เลย ทหาร ขุนนางโฉดเหล่านี้สมรู้ร่วมคิดกับเฉาหยูเรื่องแย่งชิงบัลลังก์ จงจับกุมตัวพวกเขาและครอบครัว ต้องโทษประหารเก้าชั่วโคตร ! ”
“เจิ้นอยากจะรู้จริง ๆ ว่า ‘องค์จักรพรรดิ’ ที่พวกเจ้าติดตามจะมาช่วยพวกเจ้าหรือไม่ พวกเจ้าก็แค่กลุ่มคนโง่ ตำแหน่งสูงศักดิ์และเบี้ยหวัดสูงลิ่ว ตระกูลเฮ่อของข้าเป็นผู้ให้ สามารถทำให้พวกเจ้าได้มีชีวิตมีหน้ามีตาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พวกเจ้าไม่ซาบซึ้งในตระกูลเฮ่อของข้าก็ไม่เป็นไร แต่กลับวิ่งไปเข้าพวกกับคนโฉด ! คิดว่าเจิ้นจะปล่อยให้พวกเจ้าทำอันใดตามใจชอบจริง ๆ สินะ ? เพียงแค่เจิ้นยังไม่ว่างมาจัดการกับพวกเจ้าก็เท่านั้น แต่ในเมื่อพวกเจ้าไม่พอใจในตัวเจิ้นมากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นเจิ้นจะทำให้พวกเจ้าสมปรารถนาเอง ! ตายไปพร้อมกันเลยก็แล้วกัน ! ”
การกระทำอันบ้าคลั่งนี้ ทำให้ลี่ไท่เฟยมีเหตุผลมาโจมตี
“ทุกคนเห็นแล้วใช่หรือไม่ ? เฮ่อเหลียนจวิ้นใจดำอำมหิตถึงเพียงนี้ โหดเหี้ยมและไร้ซึ่งความปรานี พวกเจ้ายังอยากให้เขาเป็นองค์จักรพรรดิต่ออีกหรือ ? ทุกคนรีบตื่นเถิด อย่าปล่อยให้แคว้นเป่ยตี้ตกอยู่ในมือของเขาเลย ไม่เช่นนั้นไม่ช้าก็เร็วทุกคนจะต้องมีจุดจบอย่างพวกเขาในวันนี้แน่นอน ! ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นหันไปมองท่าทีปลุกระดมของลี่ไท่เฟย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า “นางไป๋ เจ้ากล้ากระโดดออกมาทำเพื่อชู้รักถึงเพียงนี้ อยากให้ผืนแผ่นดินตระกูลเฮ่อตกไปอยู่ในมือเขาเร็ว ๆ เจ้าไม่กลัวว่าเสด็จพ่อของเจิ้นจะออกมาบีบคอเจ้าบ้างหรืออย่างไร ? ”
ไป๋ คือนามสกุลของลี่ไท่เฟย
หลังจากได้ยินคำเอ่ยของเฮ่อเหลียนจวิ้นแล้ว ลี่ไท่เฟยก็ตกตะลึงขึ้นมาทันใด พอได้สติกลับมาอีกครา นางก็หันมาด่ากราดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวสุด “เจ้าลูกทรพี กล้าทำลายชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของข้าเช่นนี้เลยหรือ ! ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นเค้นเสียงหัวเราะออกมาด้วยความเย็นชา “ชื่อเสียงอันบริสุทธิ์หรือ ? เจ้ามีสิ่งนั้นจริง ๆ หรือ ? ”
หากแพร่งพรายเรื่องเช่นนี้ออกมา มันไม่ใช่เรื่องดีจริง ๆ นั่นแหละ เดิมทีเขาไม่คิดจะนำเอาเรื่องแบบนี้มาเอ่ยต่อหน้าสาธารณชน นี่ถือเป็นเรื่องฉาวโฉ่ในราชวงศ์ และตัวเขายังเป็นบุตรชายของลี่ไท่เฟยอีก หากเอ่ยออกไป มันจะส่งผลเสียต่อตัวเขาด้วย
แต่เขาอดทนกับลี่ไท่เฟยมามากพอแล้ว ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดจะให้ตนเองได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เช่นนั้นเขายังต้องสนอันใดอีกเล่า ? ตีงูต้องตีให้ตาย ไม่เช่นนั้นหากมันรอดชีวิต จะเป็นภัยร้ายต่อตนเองยิ่งกว่าเดิม
ดังนั้นเขาเลยโจมตีไปที่จุดตายของลี่ไท่เฟย ถึงอย่างไรเขาก็ได้นั่งบัลลังก์อย่างมั่นคงแล้ว ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลอีก
ลี่ไท่เฟยตื่นตระหนกขึ้นมาทันใด ทว่านางยังคงไม่ยอมแพ้ ชี้หน้าด่าเฮ่อเหลียนจวิ้นยกใหญ่ “ทุกคนเห็นแล้วใช่หรือไม่ เจ้าลูกทรพีผู้นี้ กล้าใส่ร้ายแม้กระทั่งมารดาผู้ให้กำเนิด แล้วยังจะมีเรื่องอันใดที่เขาไม่กล้าทำอีกเล่า ! ”
เหล่าขุนนางต่างก็รู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่มีผู้ใดกล้าเปิดปากเอ่ยอีก
เฮ่อเหลียนจวิ้นเค้นเสียงหัวเราะเย็นชา แล้วเอ่ยออกมาว่า “ใส่ร้ายหรือ ? นางไป๋ เจ้าคิดว่าเรื่องเลวทรามของเจ้ากับเฉาหยูจะปิดบังผู้คนทั้งใต้หล้าได้หรือ ? เจ้าอายุมากแล้ว ความจำอาจจะไม่ค่อยดี ? ถ้าเช่นนั้นเจิ้นจะช่วยเตือนสติ ตอนเจิ้นอายุ 5 ขวบ เจ้าวางยาทำให้ข้าสลบ แล้วแสร้งบอกว่าจะพาข้าไปสวดขอพรที่อาราม จากนั้นก็นัวเนียกับเฉาหยูอยู่ในวัดครึ่งเดือน ตอนเจิ้นอายุ 7 ขวบ…”
“เหลวไหล ! ” สีหน้าของลี่ไท่เฟยแปรเปลี่ยนไปทันใด นางรีบหยุดเฮ่อเหลียนจวิ้นทันที เพราะกลัวว่าเขาจะเปิดเผยเรื่องอื่นออกมาอีก
เฮ่อเหลียนจวิ้นเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน “เหตุใดเจ้าถึงไม่ให้เจิ้นเอ่ยต่อเล่า ? เจ้าบอกว่าเจิ้นเอ่ยวาจาเหลวไหล คิดว่าเจิ้นไม่มีหลักฐานใช่หรือไม่ ? ถ้าเช่นนั้นตอนที่เจ้าท้องบุตรของเฉาหยู แล้วกลัวเสด็จพ่อจับได้ จึงคิดหาวิธีทำแท้งต่าง ๆ นานา แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นทำร้ายตนเองแทน เจ้าไม่อาจมีลูกอีกได้ ข้าคิดว่าเรื่องนี้หมอหลวงน่าจะเป็นพยานได้ว่าสิ่งที่ข้าเอ่ยเป็นเรื่องจริง ทหาร เรียกหมอหลวงผู้นั้นมา ! ”
“ห้ามเรียกมา ! ”
ลี่ไท่เฟยเอ่ยห้ามด้วยความร้อนรน ทว่าทันใดนั้นนางก็ต้องรู้สึกเสียใจ เพราะพอตนเองห้าม ก็บ่งบอกได้ทันทีว่าสิ่งที่เฮ่อเหลียนจวิ้นเอ่ยเป็นความจริง
เฮ่อเหลียนจวิ้นอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “มีอันใดต้องปิดบังกัน ? นางไป๋ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดเจิ้นถึงไม่แต่งตั้งให้เจ้าขึ้นเป็นไทเฮาของแคว้นเป่ยตี้เสียที ? ก็เพราะเจิ้นรู้นิสัยของเจ้าดีอย่างไรเล่า หากเจิ้นแต่งตั้งเจ้าเป็นไทเฮา นั่นเท่ากับว่าเจิ้นทำผิดต่อเสร็จพ่อ ทำผิดต่อบรรพบุรุษตระกูลเฮ่อ ทำให้พวกเขาได้รับความอัปยศ ! ”
“เดิมทีเจิ้นคิดจะปกป้องศักดิ์ศรีตระกูลเฮ่อ ช่วยปิดบังเรื่องฉาวโฉ่ให้เจ้า แต่คาดไม่ถึงว่าเจ้าจะร่วมมือกับชู้รัก อยากครอบครองผืนแผ่นดินของตระกูลเฮ่อจนตัวสั่น ! นางไป๋ ตัวเจ้าเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ตระกูลเฮ่อ แต่กลับทำเรื่องผิดศีลธรรมถึงเพียงนี้ ไม่เพียงสร้างความอัปยศให้ราชวงศ์ แต่ยังเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีกับสตรีในใต้หล้าอีกด้วย การกระทำของเจ้ามีโทษถึงตาย ! วันนี้ เจิ้นจะช่วยทำความสะอาดให้ตระกูลเฮ่อของข้า ! ”
“ทหาร ถอดชุดนางไป๋ออก ลบชื่อออกจากตระกูล ลดฐานันดรเป็นเพียงสามัญชน นอกจากนี้ นางไป๋ยังสมคบคิดก่อกบฏกับเฉาหยู หลักฐานมัดตัวแน่นหนา ไม่อาจละเว้นโทษได้ ตัดร่างครึ่งท่อน ประหารวันนี้เลย ! ”
เหล่าขุนนางรีบคุกเข่าอ้อนวอนทันใด “ฝ่าบาท ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ นางไป๋เป็นพระมารดาแท้ ๆ ของพระองค์ หากลงโทษหนักถึงเพียงนี้ เกรงว่าผู้คนคงจะวิจารณ์กันทั้งใต้หล้าพ่ะย่ะค่ะ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงพลังว่า “ถ้าเช่นนั้นเสร็จพ่อของข้าควรถูกสวมเขาหรือ ? ในฐานะที่ข้าเป็นลูก แม้แต่ความยุติธรรมแค่นี้ก็ยังเรียกร้องให้เสด็จพ่อไม่ได้ พฤติกรรมของนางไป๋ถือเป็นความผิดมหันต์ หากเจิ้นทำเช่นนี้แล้วถูกผู้คนทั่วใต้หล้าวิจารณ์ เจิ้นยินดียอมรับ ทหาร นำตัวนางไป๋ไปลงโทษที่ประตูอู่ ! ”
ลี่ไท่เฟยไม่คิดไม่ฝันว่าเฮ่อเหลียนจวิ้นจะกล้าฆ่าตนเอง ทั้งยังเป็นเรื่องฉาวโฉ่เช่นนี้อีก ไม่ไว้หน้านางเลยสักนิด
พอคิดได้ว่าอีกไม่นานตนเองจะต้องตาย ลี่ไท่เฟยจึงตื่นตระหนกขึ้นมาทันใด นางไม่อยากตาย นางยังอยากมีชีวิตอยู่ต่อ มีชีวิตอย่างมีหน้ามีตา ด้วยเหตุนี้นางจึงรีบเข้าไปอ้อนวอนเฮ่อเหลียนจวิ้น “จวิ้นเอ๋อร์ แม่ผิดไปแล้ว แม่ถูกเฉาหยูบีบบังคับ เป็นเขาที่บังคับแม่ เป็นเขาทั้งนั้น เขาทำลายความบริสุทธิ์ของแม่ เพื่อทำให้แม่กลายเป็นหมากของเขาไปชั่วชีวิต รวมถึงเรื่องก่อกบฏด้วยเช่นกัน ล้วนเป็นแผนการของเขาทั้งหมด แม่เป็นแค่หมากตัวหนึ่งของเขาเท่านั้น แม่…”
เฮ่อเหลียนจวิ้นหันไปฉีกยิ้มให้เหล่าขุนนาง “พวกเจ้าได้ยินเต็มสองหูแล้วหรือยัง ? เฉาหยูข่มขืนเชื้อพระวงศ์ คิดก่อกบฏ มีโทษประหารเก้าชั่วโคตร ! ”
ลี่ไท่เฟยตระหนักได้ว่าตนเองหลงอุบายของเฮ่อเหลียนจวิ้นอีกแล้ว ดังนั้นนางจึงหันไปชี้หน้าด่าเฮ่อเหลียนจวิ้นด้วยความขุ่นเคือง “เจ้าสารเลว ! ข้าคลอดเจ้าออกมา เลี้ยงดูเจ้าจนเติบใหญ่ เพื่อให้เจ้ามาทำกับข้าแบบนี้หรือ ? ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นขี้เกียจสนใจนางอีกต่อไป ดังนั้นเขาจึงโบกมือ เพื่อส่งสัญญาณให้คนลากตัวนางออกไป
ไม่ว่าลี่ไท่เฟยจะเบาปัญญาเพียงใด แต่นางก็รู้ว่าไม่อาจตายด้วยโทษประหารครึ่งท่อนได้ เดิมทีนางเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ที่สูงศักดิ์ที่สุดในแคว้นเป่ยตี้ ทว่าเพียงพริบตาเดียวก็ตกลงไปในน้ำโคลนแล้ว แม้ตอนตายก็ยังถูกผู้คนนับหมื่นนับพันวิพากษ์วิจารณ์อีก นางยอมรับจุดจบเช่นนี้ไม่ได้
ด้วยเหตุนี้นางจึงรวบรวมความกล้า ฉวยโอกาสตอนที่คนไม่ทันระวัง พุ่งตัวเข้าใส่เสาในท้องพระโรง
หากต้องตาย นางก็จะตายอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ !
หยิ่งอีพุ่งเข้ามา แล้วใช้เท้าถีบลี่ไท่เฟยจนกระเด็นออกไป
อยากตายในท้องพระโรงอย่างนั้นหรือ ? เห็นองครักษ์เงาอย่างพวกเขาตายหมดแล้วหรืออย่างไร ?