หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1136 ศึกใหญ่
ตอนที่ 1136 ศึกใหญ่
สุดท้ายเฮ่อเหลียนจวิ้นก็ยอมเชื่อฟังหลินหร่วน เขาไม่ได้ผลักคนตระกูลเฉาลงจากกำแพงเมืองอีก
ส่วนชูหยุนที่อยู่ตรงข้ามถูกแทงจนร่างเป็นรูพรุน เลือดเจิ่งนอง ลมหายใจค่อนข้างรวยริน
เฉาหยูคิดว่าเฮ่อเหลียนจวิ้นยอมแพ้แล้ว ด้วยเหตุนี้เขาจึงวางกระบี่ไว้ที่คอชูหยุน แล้วตะโกนขึ้นไปบนกำแพงเมืองว่า “เฮ่อเหลียนจวิ้น หากเจ้ายังไม่ยอมปล่อยคนในครอบครัวของข้า ข้าจะฆ่านาง แล้วสู้ตายกับเจ้า ! ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นยกยิ้มเย้ยหยัน “เอาตัวปลอมมาหลอกผู้ใดกัน ! เฉาหยู เจ้าคิดว่าเจิ้นโง่จนแยกตัวจริงตัวปลอมไม่ออกหรืออย่างไร ? ”
หลังจากเฉาหยูได้ยินคำเอ่ยของเฮ่อเหลียนจวิ้น เขาจึงใช้กระบี่ปาดคอชูหยุนด้วยความโมโห
ชูหยุนผู้ดวงซวยพยายามหัวเราะเย้ยหยันให้กับโชคชะตาของตนเอง “เหอะ ๆ ” หลังจากดิ้นได้ไม่กี่ครา เสียงก็เงียบไป ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างดูน่าสยดสยอง เห็นได้ชัดว่านางตายตาไม่หลับ
“เมื่อไหร่ตงเมี่ยวซินจะมาถึง ! ”
เฉาหยูกระทืบเท้าด้วยความโมโห
จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเฮ่อเหลียนจวิ้นถึงทราบข่าวตงเมี่ยวซินถูกจับตัวไปเร็วถึงเพียงนั้น
ตามปกติแล้ว หลังจากคนของเขาจับตัวตงเมี่ยวซินมา กว่าเฮ่อเหลียนจวิ้นจะทราบข่าว เขาก็น่าจะได้ตัวตงเมี่ยวซินมาข่มขู่บีบบังคับให้เฮ่อเหลียนจวิ้นสละราชบัลลังก์แล้ว
เดิมทีเขาวางแผนเอาไว้ว่าก่อนที่ตงเมี่ยวซินจะมาถึงมือของตนเอง เขาจะค่อย ๆ พาคนในครอบครัวออกมา ทว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงที่ใดกันแน่ เหตุใดเฮ่อเหลียนจวิ้นถึงทราบข่าวในเช้าวันต่อมา จากนั้นเขาก็ออกคำสั่งจับกุมคนในครอบครัวของตนเก้าชั่วโคตร ไม่มีเวลาให้เขาได้ตอบสนองแม้แต่น้อย
วันนั้นหากไม่ได้เป็นเพราะเขาติดธุระ เขาก็คงถูกเฮ่อเหลียนจวิ้นจับตัวไปด้วยแล้ว
ขณะมองศพบนกำแพงเมือง เฉาหยูก็เคียดแค้นจนหลั่งน้ำตาเป็นสายเลือด
นั่นเป็นญาติทางสายเลือดของเขา !
ไม่ว่าเฉาหยูจะใจจืดใจดำมากเพียงใด เพื่อบัลลังก์แล้ว เขาสามารถทำได้ทุกอย่าง แต่ไม่อาจทนเห็นญาติมิตรถูกสังหารต่อหน้าต่อตาได้
ลูกน้องคนสนิทของเขาเข้ามากระซิบด้วยความระมัดระวัง “นายท่าน ยังต้องใช้เวลาอีกหน่อย… คนของเฮ่อเหลียนจวิ้นตามมาติด ๆ และองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินแห่งราชวงศ์ต้าโจวยังส่งคนออกตามหาอีกจำนวนมาก คนของพวกเรา…”
เฉาหยูโกรธจัด เขาตวัดกระบี่ใส่ลูกน้องคนนั้นทันที
ลูกน้องคนนั้นล้มลงไปบนพื้น ร่างของเขากระตุกสองสามคราแล้วแน่นิ่งไปทันใด เลือดจากคอของเขากระเซ็นใส่ร่างเฉาหยู
เฉาหยูคำรามเสียงดัง “ไม่ว่าพวกเจ้าจะใช้วิธีการอันใด ภายในสามวันนี้ ข้าจะต้องได้เห็นตงเมี่ยวซิน ! ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าก็บั่นคอตนเองเสีย ! ”
ในเมื่อคนของเฮ่อเหลียนจวิ้นสามารถส่งข่าวได้เร็วเพียงนั้น เช่นนั้นคนของเขาก็ต้องทำได้เหมือนกัน !
เหล่าลูกน้องพากันเผยสีหน้าขมขื่นออกมา แต่ไม่มีผู้ใดกล้าเถียง
เฉาหยูหันหน้ากลับมามองเฮ่อเหลียนจวิ้น แล้วตะโกนออกมาว่า “เฮ่อเหลียนจวิ้น เจ้ารอก่อนเถิด ! ข้าจะทำให้เจ้าต้องคุกเข่าขอร้องให้ข้าปล่อยคนของเจ้า ! ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นหันไปถามหลินหร่วนอีกครา “เมี่ยวซิน ไม่เป็นอันใดจริง ๆ ใช่หรือไม่ ? ตอนนี้นางอยู่ที่ใด ? ”
หลินหร่วนถลึงตาใส่เขาหนึ่งครา “แม้แต่ข้า เจ้าก็ไม่เชื่อหรือ ? ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นตอบกลับอย่างไม่มั่นใจว่า “แม้แต่ตัวข้าเอง ข้ายังไม่เชื่อเลย”
หลินหร่วนกลอกตาใส่เฮ่อเหลียนจวิ้น แล้วเอ่ยออกมาว่า “ตอนนี้นางอยู่ที่บ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำราม นางค่อนข้างหวาดกลัว คนของเฉาหยูวางยานาง ร่างกายยังคงอ่อนแอ จำเป็นต้องฟื้นฟู”
หลังจากได้รับการยืนยันจากหลินหร่วนแล้ว เฮ่อเหลียนจวิ้นจึงหันไปตะโกนใส่เฉาหยู “ไม่ต้องรอแล้ว ในเมื่อมาแล้วก็อย่าเพิ่งรีบกลับ”
หลังจากเอ่ยจบ เขาก็โบกมือ หยิ่งอีรีบส่งสัญญาณมือทันที
อยู่ ๆ ประตูเมืองที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นทหารม้าเรือนหมื่น
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเฉาหยูก็มีไม่น้อยเช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับคนของเฮ่อเหลียนจวิ้นแล้ว จำนวนคนต่างไม่ว่า แต่พละกำลังก็ยังต่างกันมากอีกด้วย
พอเห็นว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เฉาหยูจึงตัดสินใจเลี่ยงศึกครานี้ก่อน
เขาไม่ใช่คนเบาปัญญาที่รู้ว่าตนเองเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แล้วยังจะสู้อย่างไม่คิดชีวิตกับอีกฝ่าย
ตราบใดที่ยังมีชีวิต ย่อมต้องมีความหวัง
รอให้ตงเมี่ยวซินถูกส่งมาถึงมือเขาเมื่อใด เขาค่อยมาหาเฮ่อเหลียนจวิ้นใหม่ก็ยังไม่สาย !
ด้วยเหตุนี้เฉาหยูจึงออกคำสั่งให้ถอยทัพ
ทว่าเฮ่อเหลียนจวิ้นจะยอมปล่อยให้เขาหนีไปหรือ ? ตอนนี้เมี่ยวซินถูกช่วยออกมาแล้ว ความกังวลของเขาหายไปแล้ว หากปล่อยให้เฉาหยูหนีไปได้อีก เช่นนั้นเขาคงโง่มากแล้ว !
ด้วยเหตุนี้เขาจึงเดินลงไปจากกำแพงเมือง แล้วออกคำสั่งด้วยตนเองว่า “ผู้ใดที่จับเป็นหรือเข่นฆ่ากบฏเฉาหยูได้ ข้าจะแต่งตั้งเป็นแม่ทัพใหญ่ขั้นหนึ่ง ! ”
รางวัลที่ล่อตาล่อใจเช่นนี้ ทำให้เหล่าทหารพากันเดือดพล่านทันใด เฮ่อเหลียนจวิ้นยังไม่ทันได้สั่งให้เคลื่อนทัพ พวกเขาก็พากันควบม้าออกไปจากประตูเมืองแล้ว
ส่วนทางฝั่งของเฉาหยู เขาลักลอบก่อตั้งกองทัพขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ เวลาฝึกจึงไม่กล้าทำให้ดูสะดุดตาจนเกินไป พวกเขาไม่ได้มีท่าทีน่าเกรงขามเหมือนทหารของเฮ่อเหลียนจวิ้นที่ถูกฝึกมาเป็นพิเศษ และอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ยังห่างไกลจากกองทัพของเฮ่อเหลียนจวิ้นไม่น้อย
นั่นเป็นทหารที่เลี้ยงมาด้วยเบี้ยหลวง ม้าศึกและชุดเกราะที่อยู่บนร่างของพวกเขาล้วนเป็นของดีทั้งนั้น ส่วนทหารของเฉาหยู ส่วนใหญ่ล้วนต้องพึ่งพากำลังขาของตนเอง
ตอนนี้เฉาหยูเสียเปรียบเฮ่อเหลียนจวิ้นไม่น้อย จำเป็นต้องหาทางหนีก่อน ขวัญกำลังใจถูกทำลาย เมื่อเห็นทหารม้าอันน่าเกรงขามของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามา พวกเขาแต่ละคนจึงพากันทิ้งกระบี่ แล้ววิ่งหนีหางจุกตูดทันที
ทว่าสองขาจะสู้สี่ขาได้อย่างไร ?
เพียงไม่นาน ทหารของเฮ่อเหลียนจวิ้นก็ตามคนของเฉาหยูทัน พวกเขาเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็มีศพนอนกองอยู่เต็มพื้นแล้ว ทหารของเฉาหยูส่วนใหญ่พากันยอมแพ้ เพราะอย่างน้อยตนเองก็ยังมีชีวิตรอด
เมื่อเห็นสถานการณ์ในสนามรบ เฉาหยูก็โมโหยิ่งกว่าอันใดดี “เสียข้าวสุก ! พวกเลี้ยงเสียข้าวสุก ! ข้าเลี้ยงพวกไร้ประโยชน์อย่างพวกเจ้าเพื่ออันใด ! ห้ามยอมแพ้ ! ผู้ใดกล้ายอมแพ้ ข้าจะฆ่าคนผู้นั้นเสีย ! สู้ สู้ให้ข้าประเดี๋ยวนี้ ! หากฆ่าเฮ่อเหลียนจวิ้นได้ ข้าก็สามารถแต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพขั้นหนึ่งได้เช่นกัน ! ”
หลังจากสิ้นเสียงของเขา ทหารที่มีฝีมือร้ายกาจที่สุดของเฮ่อเหลียนจวิ้นก็สังหารมาถึงรอบตัวเฉาหยู
ลูกน้องที่ภักดีรีบเสี่ยงชีวิตต้านการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ “พวกเราจะช่วยรั้งเอาไว้ พวกเจ้ารีบพานายท่านหนีไปเสีย ! ”
กองกำลังที่ภักดีของเฉาหยูถูกแบ่งออกเป็นสองกอง กองแรกสกัดกั้นการโจมตี ยื้อเวลาให้เฉาหยู ส่วนอีกกองรีบพาเฉาหยูหนี
คนเหล่านี้มีวรยุทธ์สูงส่ง เป็นกองกำลังที่เฉาหยูบ่มเพาะอย่างอุตสาหะเมื่อหลายปีก่อน อย่ามองว่าพวกเขามีแค่หลักร้อย ทว่าจำนวนเพียงเท่านี้กลับสามารถต้านทานการโจมตีทหารของเฮ่อเหลียนจวิ้นได้
ไม่ว่าเฉาหยูจะไม่พอใจมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่กล้าลังเล เขาให้ความร่วมมือกับลูกน้องอย่างดี
เฮ่อเหลียนจวิ้นทราบถึงข้อเสียของการปล่อยเสือเข้าป่าดี ดังนั้นเขาจึงรีบหยิบแตรขึ้นมาเป่า
เมื่อนกยักษ์กระพือปีกเข้ามา ผู้คนต่างก็พากันตื่นตกใจทันที
เฮ่อเหลียนจวิ้นขานเรียกหยิ่งอี หยิ่งอีรีบใช้วิชาตัวเบาพาเฮ่อเหลียนจวิ้นขึ้นไปนั่งบนหลังนกยักษ์ทันที
นกยักษ์กรีดร้อง ก่อนจะกระพือปีกไปทางเฉาหยู
เฮ่อเหลียนจวิ้นจับจ้องเฉาหยูที่อยู่ท่ามกลางฝูงชน จากนั้นก็ยื่นมือไปหาหยิ่งอี “เอาหน้าไม้มาให้ข้า”
หยิ่งอีรีบถอดหน้าไม้ที่อยู่บนข้อมือของเขาไปสวมให้เฮ่อเหลียนจวิ้นทันใด
ในขณะที่นั่งอยู่บนหลังนกยักษ์ เฮ่อเหลียนจวิ้นก็ได้เล็งหน้าไม้ไปทางเฉาหยู