หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1137 พายุสงบ
ตอนที่ 1137 พายุสงบ
เฉาหยูเห็นเฮ่อเหลียนจวิ้นนั่งอยู่บนหลังนกยักษ์ เขาจึงรีบตะโกนบอกผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเองว่า “ยิงมันลงมาให้ข้าประเดี๋ยวนี้ ! ”
ทันใดนั้นก็มีคนนำเอาธนูออกมา แล้วเล็งไปบนท้องนภา
เฮ่อเหลียนจวิ้นยกยิ้มเย็นชา “ไม่รู้จักเจียมตัว ! ”
เพียงนกยักษ์กระพือปีกก็เกิดลมกรรโชกแรง ลูกธนูที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยความว่องไวดอกนั้นกลับอ่อนแรงลง แล้วร่วงลงสู่พื้นราวกับหญ้าแห้ง ยอดฝีมือที่คุ้มกันเฉาหยูพากันล้มลงไปคนละทิศละทางเพราะต้านกระแสลมไม่ไหว
เฮ่อเหลียนจวิ้นเห็นโอกาส เขาจึงรีบสั่งให้นกยักษ์บินโฉบลงไป ส่วนตัวเขายกหน้าไม้ขึ้น เล็งไปที่หัวใจของเฉาหยู ก่อนจะกดยิงลูกศรอาบยาพิษอย่างไม่ลังเล
ในขณะที่เห็นลูกศรดอกนั้นกำลังพุ่งเข้ามาหาตนเอง เฉาหยูจึงพยายามหาทางหลบ แต่ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวได้เร็วเพียงใด เขาจะสู้ความเร็วของลูกศรดอกนั้นได้หรือ
ลูกศรอันแหลมคมแทงทะลุเนื้อ ปักเข้าสู่หัวใจของเฉาหยูเข้าเต็ม ๆ
เฉาหยูมองไปยังลูกศรบนหน้าอกที่กำลังสั่นไหวด้วยความไม่พอใจ หลังจากยืนนิ่งอยู่กับที่ได้สักพัก อยู่ ๆ ก็มีเลือดสีดำเข้มไหลออกมาจากมุมปากของเขา
“อัก…”
ทันใดนั้นเฉาหยูก็กระอักเลือดออกมายกใหญ่ เขายังอยากเอ่ยอันใดบางอย่าง ทว่าพิษบนลูกศรดอกนั้นออกฤทธิ์แล้ว ดังนั้นจึงไม่เหลือโอกาสให้เขาได้เอ่ยอีกต่อไป
แม้จะยังขุ่นเคือง ทว่าท้ายที่สุดร่างของเฉาหยูก็ล้มกระแทกพื้นอย่างแรง
ผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาเหล่านั้นนับว่าภักดีมากจริง ๆ เมื่อเห็นเขาหมดลมหายใจ ไม่เพียงไม่ยอมจำนนเท่านั้น กลับกันยังพยายามโจมตีฝั่งเฮ่อเหลียนจวิ้นรุนแรงกว่าเดิม เพราะอยากจะแก้แค้นให้เฉาหยู
ทว่าทหารของเฮ่อเหลียนจวิ้นก็ไม่ใช่พ่อพระ การต่อสู้แบบเดี่ยวอาจจะต้านไม่ไหว แต่หากเป็นการต่อสู้แบบกลุ่ม พวกเขาไร้เทียมทาน ผู้ใต้บังคับบัญชาของเฉาหยูยืนหยัดต่อได้อีกราวครึ่งชั่วยาม พวกเขาแทบจะถูกกวาดล้างทั้งหมด
เฮ่อเหลียนจวิ้นนั่งนกยักษ์กลับมายังป้อมปราการ กลับมายืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับหลินหร่วน มองดูเหล่าทหารเก็บกวาดสนามรบอยู่บนกำแพงเมือง
มีนายทหารกลุ่มหนึ่งแบกร่างของเฉาหยูเข้ามาสอบถามเขาว่า “ฝ่าบาท จะจัดการกับศพของกบฏเฉาหยูอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ ? ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นตอบอย่างไม่คิดเลยสักนิดว่า “แขวนเอาไว้บนกำแพงเมืองเป็นเวลาสามวัน นอกจากนี้ดึงคนที่สนับสนุนเขาออกมา ให้คนเหล่านั้นได้เห็นว่า…หากพวกเขาคิดจะทรยศ พวกเขาก็ต้องตกอยู่ในสภาพนี้เช่นกัน”
“พ่ะย่ะค่ะ ! ”
หลินหร่วนส่ายหน้าเบา ๆ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอันใดออกมา
“เจ้าคงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยจัดการเรื่องต่าง ๆ ที่นี่ เช่นนั้นเจ้าค่อย ๆ จัดการไปก็แล้วกัน รอให้จัดการเสร็จเมื่อใด เจ้าค่อยไปรับเมี่ยวซินจากบ้านของข้า”
เฮ่อเหลียนจวิ้นกลับเอ่ยออกมาว่า “ไม่ต้องแล้ว ข้าจะไปรับนางประเดี๋ยวนี้เลย”
ไม่มีผู้ใดทราบว่าหลังจากที่เขารู้ข่าวเรื่องตงเมี่ยวซินถูกจับตัวไป ตลอดสิบกว่าวันมานี้เขารู้สึกอย่างไรบ้าง
เขาไม่อยากรออีกต่อไปแล้ว เขาอยากจะไปพบนางเสียตอนนี้
เมื่อหลินหร่วนเห็นดังนั้น นางจึงยักไหล่เล็กน้อย จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า “แล้วแต่เจ้าเถิด ข้าคิดว่าเจ้าควรไปเปลี่ยนชุดก่อนดีกว่า” ชุดมังกรของเขาดูทรงพลังจนเกินไป ประเดี๋ยวตงเมี่ยวซินคงได้หวาดกลัวแทน
เฮ่อเหลียนจวิ้นก้มหน้ามองชุดตนเอง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่ต้องหรอก แบบนี้ดีแล้ว ในไม่ช้าก็เร็วนางต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเหล่านี้ ดังนั้นสู้ใช้โอกาสนี้ บอกเรื่องที่นางควรรู้เลยดีกว่า”
หลินหร่วนเอ่ยถามด้วยความจริงจังว่า “ความทรงจำเหล่านั้นของนาง เจ้าคิดจะทำอย่างไรกับมัน ? หากเจ้าอยากให้ฟื้นคืนความทรงจำ ข้าก็มีวิธีเช่นกัน”
เฮ่อเหลียนจวิ้นหัวเราะออกมาเบา ๆ “เรื่องที่ผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถิด มันไม่ใช่เรื่องดีอันใด”
มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น นางถึงจะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขจริง ๆ
เขาหวังว่าเมี่ยวซินจะลืมเรื่องราวและคนที่ทำให้นางไม่มีความสุขไปชั่วชีวิต
เรื่องในอดีตไม่สำคัญ สิ่งที่เขาให้ความสำคัญคืออนาคตระหว่างเขากับนางต่างหาก
หลินหร่วนพยักหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้ม “อือ”
เฮ่อเหลียนจวิ้นไม่ได้ตระหนักว่าตนเป็นองค์จักรพรรดิแต่อย่างใด เขาละทิ้งความวุ่นวายเอาไว้ แล้วตามหลินหร่วนออกไปทันที
สถานการณ์ของตงเมี่ยวซินถือว่าค่อนข้างดี นอกจากคนของเฉาหยูจะวางยานางแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ทำอันใดนางอีก
ดังนั้นหลังจากพาตัวกลับมาที่บ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำรามแล้ว นางก็นอนหลับไปค่อนวัน แล้วถึงได้ฟื้นขึ้นมาอีกครา
เพิ่งลืมตาขึ้น นางก็เห็นเจ้าตัวน้อยขนปุกปุยกำลังนอนอยู่ที่ขอบเตียงของนาง เจ้าของศีรษะเล็ก ๆ นั่นมีใบหน้างดงามเป็นอย่างมาก ดวงตากลมโตสีดำขลับกำลังจับจ้องมาที่นาง ถึงจะเป็นคนใจแข็งมากเพียงใด ก็ยังต้องใจละลาย
ทว่าเพียงไม่นาน นางก็ตระหนักได้ว่าแนวคิดของตนเองผิดเพี้ยนไป
เพราะมีเสียงเสือคำรามดังมาจากด้านนอกประตู ตงเมี่ยวซินชะงักค้างด้วยความตื่นตกใจ หลังจากได้สติกลับมาอีกครา นางจึงดึงเจ้าตัวน้อยมาซ่อนไว้ข้างหลัง
“แม่นางน้อย ข้างนอกมีสัตว์ร้าย อย่าวิ่งไปที่ใดมั่วซั่วล่ะ รีบมาซ่อนข้างหลังข้าเร็วเข้า ข้าจะปกป้องเจ้าเอง ไม่ต้องกลัวนะ”
แต่ใครจะไปคาดคิดว่าแม่นางน้อยจะหัวเราะเสียงหวานใส่นาง จากนั้นก็ยกมือน้อย ๆ ขึ้นมาปิดปาก ในขณะที่นางกำลังประหลาดใจ แม่นางน้อยผู้นั้นก็ได้เป่านกหวีด
จากนั้นเสือขาวน่าเกรงขามตัวหนึ่งก็มาปรากฏตัวเบื้องหน้าพวกนาง
ตงเมี่ยวซินตื่นตกใจจนขาอ่อน นางรีบดึงตัวหนูน้อยมาสวมกอด แล้วค่อย ๆ ถอยหลังด้วยความระมัดระวัง
ทว่าเพิ่งเดินถอยหลังไปได้แค่ไม่กี่ก้าว แม่นางน้อยก็เริ่มบิดตัวไปมาในอ้อมอกของนางอย่างไม่ให้ความร่วมมือ
พฤติกรรมแบบนี้จะว่าน่ารักมันก็น่ารักอยู่หรอก จะว่าลำบากก็ลำบากใช้ย่อย ตงเมี่ยวซินไม่ทันระวัง แม่นางน้อยหลุดออกไปจากอ้อมกอดของนางแล้ว นางวิ่งเข้าไปหาเสือขาวตัวนั้นด้วยความดีใจ ร่างน้อย ๆ ของนางพุ่งเข้าไปกอดรัดทั่วทั้งใบหน้าเสือขาวราวกับกำลังกอดตุ๊กตา
ตงเมี่ยวซินตื่นตกใจจนหัวใจแทบวาย ในขณะที่นางกำลังจะเข้าไปแย่ง ‘อาหารเสือ’ ออกมานั้น นางกลับพบว่าเจ้าเสือตัวนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวแต่อย่างใด มันปล่อยให้แม่นางน้อยเล่นหน้ามันอยู่อย่างนั้น
แม่นางน้อยระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข
ตงเมี่ยวซินขยี้ตาตนเองราวกับไม่อยากจะเชื่อ คนกับเสืออยู่ด้วยกันได้จริง ๆ หรือ ?
นี่นางกำลังเห็นภาพหลอนหรือกำลังฝันอยู่กันแน่ ?
ในขณะที่นางกำลังรวบรวมความกล้าเข้าไปหาเสือตัวนั้น ทว่าเจ้าเสือกลับเงยหน้าขึ้นมามองนางด้วยสายตาเย็นชา ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ไม่เป็นมิตร
ตงเมี่ยวซินผงะตกใจจนขนลุกขนชันไปทั้งร่าง เท้าราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ไม่กล้าขยับตัวแต่อย่างใด
ตอนนี้นางไม่กล้าสงสัยภาพเบื้องหน้าของตนเองแล้ว เพราะเสือตัวนั้นเป็นของจริง และแม่นางน้อยผู้นี้ก็เป็นคนจริง ๆ
“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ”
ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากข้างนอก ดังนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้น แล้วมองไปทางประตู เห็นสาวใช้ผู้หนึ่งกำลังสาวเท้ามาทางนี้ ทว่าพอเห็นนาง ดวงตาของสาวใช้ผู้นั้นก็เปล่งประกายขึ้นมาทันใด จากนั้นก็เดินเข้ามาคารวะตนพร้อมด้วยรอยยิ้ม “คารวะแม่นางอาซิน”
ตงเมี่ยวซินเบี่ยงตัวหลบ แล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวังว่า “ฮูหยินท่านนี้ ไม่ทราบว่าที่นี่คือที่ใดอย่างนั้นหรือ ? แล้วเหตุใดข้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า ? ”
สาวใช้ผู้นั้นตอบกลับพร้อมด้วยรอยยิ้ม “แม่นางอาซินยกย่องกันเกินไปแล้ว แม่นางเรียกข้าน้อยว่าลี่เอ้อร์ก็ได้แล้วเจ้าค่ะ ที่นี่คือบ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำราม เฮ่อ…คุณชายเยว่หลานกับฮูหยินของพวกเราเป็นสหายสนิทกัน หลังจากทราบว่าท่านประสบกับปัญหา ฮูหยินก็เลยออกไปช่วยท่านกลับมาเจ้าค่ะ แม่นางอาซิน ตอนนี้ท่านรู้สึกอย่างไรบ้าง รู้สึกไม่สบายตรงที่ใดหรือไม่ ? ”
เมื่อตงเมี่ยวซินได้ยินนางเอ่ยถึงเยว่หลาน จึงรีบเอ่ยถามออกมาทันใดว่า “แล้วพี่เยว่เป็นอย่างไรบ้าง ? คนชั่วพวกนั้นเล่า ? พวกมันทำร้ายพี่เยว่หรือไม่ ? ”
ในขณะที่ลี่เอ้อร์กำลังจะตอบคำถามของนาง แต่กลับมีเสียงดังขึ้นมาจากข้างนอกเสียก่อน “อาซิน ข้าไม่ได้เป็นอันใด เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ? ”