หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1139 ให้บทเรียนแก่นาง
ตอนที่ 1139 ให้บทเรียนแก่นาง
“เจ้าอยากรู้เรื่องที่ถูกปิดบังมากเลยหรือ ? ”
ตงเมี่ยวซินเม้มปากแน่น “ขะ…ข้าคิดว่าข้าควรรู้ ไม่เช่นนั้นข้ากลัวว่าตนเองจะตัดสินใจผิด แล้วทำร้ายผู้อื่นเข้าน่ะ”
เฟยซุ่ยหัวเราะใส่นาง “อดีตสำคัญมากหรือ ? เจ้าชอบคนตรงหน้าหรือคนที่เจ้าลืมไปแล้วในความทรงจำ ? ”
ตงเมี่ยวซินอดไม่ได้ที่จะหน้าแดง แต่นางก็ยังตอบเสียงเบาว่า “ข้าไม่รู้ว่าแต่ก่อนเขาเป็นคนอย่างไร ข้าชอบเขาในเวลานี้… แต่ข้ากลัว…กลัวว่าสิ่งที่เขาแสดงออกมาจะเป็นของปลอม”
จะโทษนางที่สับสนไม่ได้
เพราะคนที่นางชอบคือคุณชายตกอับในหมู่บ้านชาวประมง ทว่าตอนนี้ตัวตนของเขาแปรเปลี่ยนไป เขากลายเป็นองค์จักรพรรดิ นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มากจนเกินไป
นอกจากนี้ องค์จักรพรรดิผู้หนึ่ง… ย่อมมีหญิงสาวข้างกายจำนวนมากจริงหรือไม่เล่า ?
นางไม่อยากแย่งเขากับหญิงสาวเป็นโขยง นางอยากครองคู่กับเขาเพียงสองคน แม้ว่าชีวิตจะยากลำบาก นางก็ยินดี
นางไม่เคยคิดและไม่อยากเป็นพระสนมของจักรพรรดิองค์ใด
เฟยซุ่ยเข้าใจความสับสนของฮุ่ยซินดี ดังนั้นนางจึงตบหลังมือฮุ่ยซินเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “แท้จริงแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลเลยสักนิด เจ้าควรดีใจเสียมากกว่า เพราะเพื่อเจ้าแล้ว องค์จักรพรรดิผู้หนึ่งกลับสามารถละทิ้งฐานะและภาระบนบ่าทั้งหมด เพื่อปลอมเป็นคุณชายตกยากในหมู่บ้านชาวประมงได้ เขาคอยเอาใจเจ้าทุกอย่าง เพราะเขาอยากเอาชนะใจเจ้า ความจริงใจเช่นนี้ ไม่พอทำให้เจ้าหวั่นไหวอีกหรือ ? ”
“นอกจากนี้ วังหลังขององค์จักรพรรดิเฮ่อก็ไม่มีสตรีเลยสักคนเดียว เหล่าขุนนางยื่นฎีกาให้เขารับสตรีเข้าวังทุกวัน แต่เขากลับโยนเรื่องนี้ทิ้งไป เรื่องแรกที่เขาทำหลังจากขึ้นครองบัลลังก์คือส่งสาสน์ไปสู่ขอหญิงสาวผู้หนึ่งที่ราชวงศ์ต้าโจว เจ้าลองเดาดูสิว่าเขาสู่ขอผู้ใด ? ”
ภายในหัวของตงเมี่ยวซินขาวโพลน นางไม่กล้าคิดว่าเป็นตนเอง
นางเป็นเพียงแค่หญิงสาวชาวบ้าน ทว่าเขากลับเป็นถึงองค์จักรพรรดิ มันจะเป็นไปได้อย่างไรเล่า ?
เฟยซุ่ยตบบ่านางเบา ๆ “แม่นางอาซิน เรื่องในอดีตของพวกเจ้า ลืมได้ก็ลืมมันไปเสียเถิด ไม่ต้องสนหรอกว่าเกิดอันใดขึ้น เจ้าจงจำเอาไว้ว่า…จงหวงแหนคนที่อยู่ตรงหน้า เพราะหากคลาดไปแล้ว อาจจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิต”
ตงเมี่ยวซินนึกถึงแผ่นหลังอันอ้างว้างเมื่อครู่ของเฮ่อเหลียนจวิ้น นางเริ่มนั่งไม่ติด แต่ก็ไม่กล้าออกไปตามหา
เฟยซุ่ยผลักนางออกไป “อย่ามัวแต่เขินอายอยู่ที่นี่เลย องค์จักรพรรดิเฮ่อเป็นคนเด็ดขาด บางทีตอนนี้เขาอาจจะขี่ม้ากลับแคว้นเป่ยตี้แล้วก็เป็นได้ ต่อไปเจ้ากับเขาก็จะไม่ได้พบกันอีก แม่นางอาซิน รีบออกไปเถิด เขาคงยังไปได้ไม่ไกล”
อาซินไม่รู้ว่าตนเองเอาความกล้ามาจากที่ใด นางรีบยกกระโปรงขึ้น แล้ววิ่งออกไปทันที
ทว่านางไม่คุ้นเคยกับบ้านพักตากอากาศพยัคฆ์คำรามเลยสักนิด หลังออกมาจากเรือน นางหันหน้าไปมองรอบด้าน แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของเฮ่อเหลียนจวิ้น นางเริ่มกลัวว่าเขาจะไปทั้งอย่างนี้ ดังนั้นนางจึงไม่เขินอายอีกต่อไป รีบตะโกนเรียกทันที “พี่เยว่ ท่านอยู่ที่ใด พี่เยว่ ! ”
แต่หลังจากตะโกนเรียกได้ชั่วครู่ นางกลับไม่เห็นเขาปรากฏตัวออกมา
เมื่อคิดว่าเขาจากไปแล้วจริง ๆ ตงเมี่ยวซินก็ตาแดงด้วยความโมโห นางก็จริง ๆ เลย เหตุใดถึงไม่ให้โอกาสเขาได้อธิบาย ?
เห็น ๆ กันอยู่ว่าก่อนหน้านี้นางคิดถึงเขาใจแทบขาด แต่พอพบหน้ากัน นางกลับใจร้ายกับเขาถึงเพียงนั้น
นางทำเกินไปหรือไม่ ? เพราะรู้ว่าเขาห่วงใยตนเอง ดังนั้นถึงได้กล้าเอ่ยเอาแต่ใจเช่นนั้นสินะ
กลับกันหากนางทำทุกอย่างเพื่อเขา แต่เขาบอกว่าไม่พอใจ ทั้งยังจะปล่อยมือจากนางไป นางจะทนได้หรือ ?
เพียงแค่คิด นางก็รู้สึกเจ็บปวดแล้ว
เหตุใดนางถึงได้เลวร้ายเพียงนี้นะ ?
ไม่ได้ นางต้องหาเขาให้พบ แล้วรีบขอโทษเขาเสีย ส่วนเขาจะยอมให้อภัยหรือไม่ หรือเรื่องระหว่างนางกับเขาจะเป็นอย่างไรต่อไป ค่อยว่ากันอีกที
ตงเมี่ยวซินรีบสาวเท้าวิ่งออกไป กว่าจะหาสาวใช้ผู้หนึ่งพบไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นนางจึงรีบเอ่ยถามว่า “เจ้าเห็นพี่เยว่หรือไม่ ? ไม่สิ ! ตอนนี้เขาเป็นองค์จักรพรรดิน่ะ”
สาวใช้ผู้นั้นพยักหน้ารับ “เห็นเจ้าค่ะ เมื่อครู่เขาออกไปจากบ้านพักแล้ว”
ออกไปแล้วจริง ๆ หรือ ?
ตงเมี่ยวซินถอนหายใจออกมาอย่างแรง นางรู้สึกปวดใจมากยิ่งนัก น้ำตาที่พยายามกลั้นเอาไว้กำลังจะหยดลงมา นางฝืนยิ้มให้สาวใช้ผู้นั้น แล้วหมุนตัวเดินกลับมาทางเดิม
บริเวณมุมหนึ่ง หลินหร่วนชำเลืองมองเฮ่อเหลียนจวิ้นที่กำลังกำหมัดแน่น “เจ้าทุ่มเทเพียงนั้นเพื่อให้นางกลับมาหลงรักเจ้าใหม่ แต่เจ้ากลับคิดจะยอมแพ้ เพราะคำเอ่ยไม่กี่ประโยคของนาง ? เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ? ”
ความสัมพันธ์ของทั้งสองคดเคี้ยวเกินไปแล้ว คดเคี้ยวจนนางอยากจะอาเจียน
น่ารำคาญชะมัด !
จะครองคู่กันหรือไม่ก็เอ่ยมาให้ชัดเลย หากครองคู่ไม่รอดก็รีบออกไปเสีย อย่ามาทรมานผู้อื่นอยู่ที่นี่
เฮ่อเหลียนจวิ้นพยายามห้ามใจตนเองไม่ให้ตามนางไป เขากัดฟันเอ่ยออกมาว่า “เด็กนั่นเอ่ยอันใดไม่รู้จักคิด ข้าจะขัดเกลานิสัยของนางสักหน่อย ! ไม่เช่นนั้นต่อไปได้ขึ้นมาข่มบนหัวเป็นแน่ ถึงอย่างไรข้าก็เป็นองค์จักรพรรดิผู้หนึ่ง จะให้สตรีมากดขี่ได้อย่างไร ! ”
หลินหร่วนกลอกตาใส่เฮ่อเหลียนจวิ้นหนึ่งครา “เอาเถิด แค่พวกเจ้ามีความสุขก็พอแล้ว ข้าไม่อยู่เล่นเป็นเพื่อนแล้ว”
ตอนนี้นางมีทั้งบุตรชายและบุตรสาว ทั้งยังมีสามีที่ดีอีกหนึ่งคน ชีวิตของนางสมบูรณ์แบบมากแล้ว นางไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความรักของผู้อื่นอีก
ด้วยเหตุนี้หลินหร่วนจึงเดินออกมา นางตัดสินใจจะไปดูบุตรสาวใจร้ายของตนเองสักหน่อย ตอนนี้เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยามแล้ว เด็กคนนั้นคงจะกลับมาทำหน้าเหม็นเบื่อนางอีกรอบ
เฮ่อเหลียนจวิ้นเค้นเสียงดัง “ฮึ” ใส่แผ่นหลังของหลินหร่วน “เจ้าจะไปเข้าใจอันใด ! เจ้าไม่รู้หรือว่านี่คือความโรแมนติกอย่างหนึ่ง ? ข้าล่ะอยากจะรู้จริง ๆ ว่าเซียวจิ่งเฉินชอบเจ้าตรงที่ใด ! ”
“ข้าชอบนางทุกตรง กลับกัน ข้าละไม่เข้าใจว่าเจ้าชอบตงเมี่ยวซินตรงที่ใด ? ”
อยู่ ๆ เซียวจิ่งเฉินก็ปรากฏตัวออกมา เฮ่อเหลียนจวิ้นผงะตกใจ รีบตบหน้าอกตนเองเสียยกใหญ่ “ลูกพี่ เวลาเจ้าไปไหนมาไหนช่วยส่งเสียงหน่อยได้หรือไม่ ? ตอนนี้ข้าเป็นองค์จักรพรรดิแล้วนะ แม้แต่บุตรชายสักคนก็ยังไม่มี หากเจ้าทำข้าตกใจตาย แคว้นเป่ยตี้ของข้าจะไร้ผู้สืบทอดบัลลังก์นะ”
เซียวจิ่งเฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “วางใจได้ หากเจ้าตาย ฮ่องเต้ของพวกเราย่อมรีบหนุนจักรพรรดิพระองค์ใหม่ที่เชื่อฟังกว่าขึ้นครองบัลลังก์แทนเจ้า ไม่แน่เขาอาจจะรวมแคว้นเป่ยตี้กับราชวงศ์ต้าโจวเป็นผืนแผ่นดินเดียวกันก็ได้”
หลังจากเอ่ยจบ เขาก็หันไปมองเฮ่อเหลียนจวิ้นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
จากใจเลยนะ เขาล่ะสงสัยในสายตาของเฮ่อเหลียนจวิ้นจริง ๆ ตงเมี่ยวซินเจออันใดนิดอันใดหน่อยก็ร้องห่มร้องไห้แล้ว นางอ่อนไหวง่ายอย่างกับอะไรดี แล้วจะแบกรับหน้าที่มารดาของแผ่นดินได้อย่างหรือ ?
สภาพขี้ขลาดราวกับสามารถร้องไห้ได้ตลอดเวลาของนาง ขออย่าให้น้ำตาแตกระหว่างถูกแต่งตั้งก็แล้วกัน
เช่นนั้นคงทำให้เฮ่อเหลียนจวิ้นหน้าแตกไม่เหลือชิ้นดี
เซียวจิ่งเฉินไม่ได้ปกปิดความรังเกียจแม้แต่น้อย ทำให้เฮ่อเหลียนจวิ้นเริ่มโมโห
“เจ้าคิดว่าทุกคนเป็นเหมือนเจ้าหรืออย่างไร ชอบสตรีที่ทำตัวราวกับบุรุษอย่างหลินหร่วน ? ข้าขอถามหน่อยเถิด ตอนเจ้ากอดนาง เจ้าไม่คิดว่าตนเองกำลังกอดบุรุษอยู่หรืออย่างไร ? ”
หลังจากสิ้นเสียงของเขา เซียวจิ่งเฉินก็รีบตอกกลับอย่างไม่เกรงใจทันทีว่า “รีบพาผู้หญิงของเจ้าไสหัวออกไปเสีย ! ”