หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1147 การเปลี่ยนแปลงในตระกูลหลิน
ตอนที่ 1147 การเปลี่ยนแปลงในตระกูลหลิน
“เจ้าไม่ชอบแม่นางบัวขาวนั่นหรือ ? ”
หลินหร่วนถามเข้าประเด็นทันที
หลินซิ่วชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับ “ท่านพี่ ข้าไม่ค่อยชอบนางสักเท่าใดนัก มีหลายเรื่องที่นางทำให้ข้ารู้สึกอึดอัด”
นางไม่เคยโกหกหลินหร่วนเลยสักครา รู้สึกอย่างไรก็เอ่ยออกไปอย่างนั้น
หลินหร่วนดีใจที่น้องสาวไม่ได้เปลี่ยนไป สิ่งนี้บ่งชี้ให้เห็นว่าน้องสาวยังคงเชื่อใจนางเสมอ
“เช่นนั้นเจ้าเล่าให้ข้าฟังหน่อยว่านางทำอันใดให้เจ้าลำบากใจบ้าง”
หากจะให้หลินซิ่วเล่า นางกลับนึกไม่ออกในทันที “ข้า…ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ข้ารู้สึกอึดอัด คำเอ่ยของนางในบางครั้งบางครา ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนถูกใส่ร้าย แต่พอลองคิดดูดี ๆ แล้ว ก็รู้สึกว่าไม่ได้มีปัญหาอันใด ท่านพี่ ข้าใจแคบเกินไปหรือไม่เจ้าคะ ? ”
หลินหร่วนส่ายหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนว่าไม่อยู่แล้ว ถ้าหากมีคนทำให้เจ้ารู้สึกไม่สบายใจ อาจจะเป็นเพราะนางไม่ชอบเจ้าหรือเป็นเจ้าเองที่ไม่ชอบนางโดยรู้ตัว เรื่องนี้ไม่มีผิดไม่มีถูก เพียงแต่ระหว่างพวกเจ้าไม่ควรคบหากันเป็นสหายต่อไป และไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกัน หากเจ้ารู้สึกไม่ดี เช่นนั้นก็อยู่ห่าง ๆ นางสักหน่อย เจ้าไม่จำเป็นต้องฝืนทำตัวให้เข้ากับทุกคนได้ และยิ่งไม่จำเป็นต้องฝืนใจตนเองเพราะความสัมพันธ์รอบข้าง คนเหล่านั้นไม่คู่ควรให้เจ้าต้องลดตัว ไม่เช่นนั้นจะเป็นการดูหมิ่นพี่สาวของเจ้า”
หากผู้ใดกล้าทำให้คนที่นางปกป้องได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจ นางจะไม่ยอมปล่อยมันไปอย่างแน่นอน !
สีหน้าของหลินซิ่วดูผ่อนคลายขึ้นไม่น้อย ราวกับว่าปัญหานี้รบกวนจิตใจนางมาระยะหนึ่งแล้ว
“ท่านพี่” หลินซิ่วกอดแขนหลินหร่วนพลางทำตัวออดอ้อนราวกับเด็ก ๆ “ท่านดีที่สุดเลย”
หลินหร่วนลูบแก้มนางด้วยความรักใคร่ “หากมีโอกาสนัดซูเฉิงซีมาให้พี่ดูตัวสักหน่อย”
หลินซิ่วพยักหน้าพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ได้ ข้าก็อยากให้ท่านพี่ช่วยดูเช่นกัน ว่าเขาคู่ควรให้ข้าฝากชีวิตด้วยหรือไม่ ? ”
คนที่นางไว้ใจมากที่สุดก็คือหลินหร่วน ภายในใจของนาง ต่อให้เอาท่านพ่อกับท่านพี่มารวมกัน ก็ยังไม่มีสำคัญเท่ากับหลินหร่วน ทุกคำเอ่ยของหลินหร่วน เป็นความจริงสำหรับนางทั้งหมด หากหลินหร่วนบอกว่าไม่ดี เช่นนั้นคนผู้นั้นจะต้องเลวทรามอย่างแน่นอน !
หลินหร่วนหัวเราะเสียงดังลั่น “เด็กโง่ หากวันใดถูกข้าหลอกไปขายขึ้นมา เกรงว่านอกจากเจ้าจะไม่หนีแล้ว ยังช่วยนับเงินให้กับข้าอีกด้วย”
หลินซิ่วพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น “นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว หากท่านพี่จะขายข้า นั่นก็ต้องเป็นเพราะว่าท่านพี่มีเหตุผล”
หลินหร่วนเคาะหน้าผากนางพลางระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “ไม่ได้พบกันเพียงแค่ไม่กี่ปี เจ้าเอาใจผู้อื่นเก่งขึ้นไม่น้อยเลยนี่ จริงสิ ตลอดสองสามปีมานี้ทุกคนในบ้านสบายดีหรือไม่ ? ”
หลินซิ่วพยักหน้า แล้วเอ่ยออกมาว่า “สบายดีเจ้าค่ะ ตลอดหลายปีมานี้ท่านพ่อเปลี่ยนไปไม่น้อย เขาทำการค้าขาย เพราะมีเส้นสายของท่านพี่ ผนวกกับความพยายามของเขา การค้าจึงค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ท่านพ่อก็ใกล้จะแต่งงานใหม่แล้วเจ้าค่ะ”
หลินหร่วนผงะตกใจ “จริงหรือ ? ”
แม้ว่าที่เมืองชิงโจวจะมีคนของนางอยู่ ทว่าคนเหล่านั้นไม่ได้มีไว้สอดส่องสถานการณ์ของบ้านตระกูลหลิน ดังนั้นจึงมีเรื่องราวมากมายที่นางยังไม่ทราบ
หลินซิ่วพยักหน้ารับพร้อมด้วยรอยยิ้ม “แต่ท่านพ่อยังเห็นแก่หน้าข้ากับพี่ชาย ดังนั้นจึงไม่ได้ทำอันใดกระโตกกระตากเจ้าค่ะ”
หลังจากเอ่ยจบ หลินซิ่วก็ชะงักไปชั่วครู่ เพราะนางคิดว่าตนเองไม่ควรเอ่ยถึงพี่ชายต่อหน้าพี่สาว
ทว่าหลินหร่วนไม่ได้ใส่ใจ สำหรับนาง หลินหานไม่ได้สลักสำคัญอันใด หากจะเอ่ยถึงก็ไม่เป็นไร
“หากลุงหลินมีความคิดเช่นนั้น พวกเจ้าสองพี่น้องก็ควรช่วยกันกระตุ้นเขา เพราะพวกเจ้าก็ต้องสร้างครอบครัวของตนเองเช่นกัน ลุงหลินยังอายุไม่มาก ยังเหลือเวลาใช้ชีวิตอีกหลายสิบปี หากข้างกายไม่มีคนคอยอยู่เป็นเพื่อน คงจะเหงาน่าดู ขอแค่อีกฝ่ายนิสัยดี เรื่องฐานะก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ”
เมื่อหลินซิ่วเห็นว่าพี่สาวไม่ได้ถือสาแต่อย่างใด นางจึงลอบถอนหายใจออกมา “ข้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ท่านพ่ออาจจะเป็นห่วงความรู้สึกของพวกเรา เขาถึงได้พยายามปกปิด กระทั่งไม่กล้าบอกให้พวกเรารู้ด้วยซ้ำ แต่หารู้ไม่ว่า…พวกเรารู้หมดทุกอย่าง”
เมื่อหลินหร่วนนึกถึงนิสัยซื่อสัตย์และจริงใจของหลินจง รวมถึงฉากที่เขาต้องคอยปิดบังความรักคราใหม่ของตนเอง ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
“ฝ่ายสตรีเป็นผู้ใด ? เจ้าเคยพบหรือไม่ ? ”
หลินซิ่วพยักหน้ารับ “เคยพบอยู่แล้วเจ้าค่ะ ป้าจิ่งรู้จักกับท่านพ่อตอนทำการค้า ทั้งยังเคยมาตรวจโรคที่โรงหมอของข้า นางเป็นคนตรงไปตรงมาเจ้าค่ะ ทั้งยังมีฝีมือด้านการค้าไม่น้อย แม้ว่าครอบครัวจะไม่ได้ร่ำรวยอันใดมาก แต่ก็ไม่ได้ฐานะแย่ เอ่ยตามตรง แท้ที่จริงข้าคิดว่าท่านพ่อดูแย่กว่าป้าจิ่งตั้งเยอะ ข้าล่ะไม่เข้าใจป้าจิ่งจริง ๆ ว่าชอบท่านพ่อตรงที่ใด”
และป้าจิ่งยังเป็นฝ่ายรุกอีกด้วย เรื่องนี้ทำให้หลินซิ่วประหลาดใจยิ่งกว่าเดิม
หลินหร่วนกลับไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกอันใด เพราะจุดแข็งของหลินจงก็คือความซื่อสัตย์และจริงใจ เขาปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจเสมอ ไม่อ้อมค้อมหรือใช้เล่ห์เหลี่ยม
ส่วนป้าจิ่งผู้นั้นทำการค้า นับตั้งแต่โบราณมา ไม่ค่อยมีสตรีทำการค้ามากเท่าใดนัก สตรีที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงการการค้า ยังไม่เคยพบเจอบุรุษประเภทใดบ้าง ? สามารถกล่าวได้ว่านางรู้ดีอยู่แก่ใจว่าบุรุษที่น่าเกลียดเหล่านั้นเป็นอย่างไร
เมื่อนำหลินจงไปเทียบกับบุรุษเหล่านั้นแล้ว จะเห็นความแตกต่างได้อย่างชัดเจน
ซื่อสัตย์ เรียบง่าย จริงใจ ในสายตาของคนทำการค้า เรื่องเหล่านี้คือจุดอ่อน แต่มันกลับเป็นจุดดึงดูดป้าจิ่งผู้นั้นแทน
“เรื่องนี้ข้าไม่สะดวกยื่นมือเข้าไปยุ่ง หากเจ้ากับพี่ชายคิดว่าป้าจิ่งผู้นั้นไม่เลว พวกเจ้าก็ช่วยผลักดันพวกเขาสักหน่อย ลุงหลินใช้ชีวิตลำพังมาสิบกว่าปีแล้ว พวกเจ้าต่างก็เติบใหญ่แล้ว ปล่อยให้เขาสร้างครอบครัวเล็ก ๆ ของตนเองใหม่ได้แล้ว”
หลินจงปล่อยให้ตนเองโสดตั้งแต่นางหลิวตกตายไป ส่วนนางหวังที่นางหลินยัดเยียดมาให้ พวกนางไม่เคยยอมรับเลย
หลินซิ่วเอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มว่า “เรื่องนี้คงไม่ต้องให้ถึงมือพวกเราหรอกเจ้าค่ะ ป้าจิ่งเป็นคนฉลาด ท่านพ่อรับมือไม่ได้สักเท่าใด ตอนนี้เขาตกอยู่ในกำมือของนางแล้วเจ้าค่ะ แต่เป็นเพราะงานแต่งของข้ายังไม่เรียบร้อยก็เท่านั้น”
นางพอจะคาดเดาความคิดของหลินจงออก พ่อม่ายครองโสดมาสิบกว่าปี เลี้ยงดูบุตรชายบุตรสาวจนเติบใหญ่ ตอนนี้บุตรสาวกำลังจะออกเรือนแล้ว หากเขาคิดจะแต่งงานใหม่ในเวลานี้ บ้านว่าที่ลูกเขยจะมองบุตรสาวของเขาอย่างไรล่ะ ?
แท้จริงแล้วหลินซิ่วไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้ แต่หลินจงกลับยืนกรานที่จะให้ความสำคัญ
หลินหร่วนเอ่ยพร้อมด้วยรอยยิ้มว่า “เช่นนั้นก็ให้เขาอดทนต่อไปอีกสักระยะเถิด บางทีอาจจะใช้เวลาไม่นานเท่าใดนัก”
ประโยคนี้ทำให้หลินซิ่วหน้าแดงขึ้นมาทันใด
สองพี่น้องไม่ได้พบกันมาหลายปี พอได้พบกันอีกครา จึงมีเรื่องให้สนทนาไม่รู้จบ
เซียวจิ่งเฉินไม่ได้มารบกวนพวกนาง เขาไปยังสวนหลังบ้าน แล้วเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาที่คอยสอดแนมอยู่ในเมืองชิงโจวออกมา
“สถานการณ์ตระกูลหลินในช่วงสองสามปีมานี้เป็นอย่างไรบ้าง ? ”
คนที่ถูกเรียกมามีนามว่าติ่งซานจิ่ว เป็นหนึ่งในลูกน้องของติ่งรุย
“ทูลท่านอ๋อง ตลอดสองสามปีมานี้ตระกูลหลินใช้ชีวิตกันอย่างสงบสุข หลินจงดิ้นรนทำการค้า แรก ๆ มีหลงทางไปบ้าง แต่เพราะมีเส้นสายของท่านอ๋องกับองค์หญิงอยู่ เขาเลยไม่ได้ขาดทุนมากนัก ช่วงสองปีมานี้การค้าดีขึ้นพอสมควร หลินหานแต่งงานกับหลิวหยาสาวใช้ในเรือน เขาเปิดสำนักศึกษาเอกชนขึ้นมา ในขณะที่พากเพียรศึกษาตำรา เขาก็เป็นอาจารย์ควบคู่ไปด้วย พวกเขาใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่ายพ่ะย่ะค่ะ”