หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1149 ต้องแต่งกับเขาให้ได้
ตอนที่ 1149 ต้องแต่งกับเขาให้ได้
สาวใช้ของไป๋หยู่โหลวมีนามว่าหลิงหลง นางเป็นคนเฉลียวฉลาด เมื่อเห็นว่าซูเฉิงซีไม่ยอมตามไปด้วย นางจึงรีบเอ่ยออกมาว่า “คุณชาย ที่คุณหนูของพวกเราเชิญท่านไป เป็นเพราะอยากสนทนาเรื่องแม่นางหลินซิ่วเจ้าค่ะ”
ซูเฉิงซีหันหน้าไปมองนาง “สนทนาเรื่องหลินซิ่ว ? หลินซิ่วมีอันใดอย่างนั้นหรือ ? ”
หลิงหลงส่ายหน้า “ข้าน้อยไม่รู้เจ้าค่ะ คุณหนูเพียงให้ข้าน้อยมาตามคุณชาย ส่วนจะสนทนาเรื่องอันใดกับคุณชายนั้น ข้าน้อยก็ไม่ทราบเหมือนกันเจ้าค่ะ”
ซูเฉิงซีเงยหน้าขึ้นมองท้องนภา “ตอนนี้ค่ำมากแล้ว ข้าไม่สะดวกไป เจ้ากลับไปบอกคุณหนูของเจ้าก็แล้วกันว่า…ไม่ว่านางจะคิดหรือมองแม่นางหลินซิ่วอย่างไร ก็ให้ไปบอกท่านแม่ของข้าเถิด”
หลังจากเอ่ยจบ ซูเฉิงซีก็เดินจากไปทันที
เขาไม่ได้คิดมากอันใด คิดเพียงว่าหากไปพบไป๋หยู่โหลวยามพบค่ำเช่นนี้ อาจจะไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าใดนัก
ส่วนญาติผู้น้องของเขาผู้นี้ ซูเฉิงซีไม่ได้รู้สึกผูกพันอันใด เห็นเป็นญาติผู้หนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ดูแลอันใดเพิ่มเติมเพราะนางเป็นหลานสาวทางฝั่งมารดา
เนื่องจากเรือนหลังนี้ มารดาของเขาเป็นผู้ดูแล ไหนเลยเขาจะต้องสอดมือเข้าไปยุ่งอีก
นอกจากนี้ญาติผู้น้องยังอายุน้อยกว่าเขาเพียงแค่ไม่กี่ปี ดังนั้นเขาต้องเว้นระยะห่างสักหน่อย
เมื่อหลิงหลงเห็นว่าซูเฉิงซีไม่ไว้หน้านางเช่นนั้น นางก็อดไม่ได้ที่จะขยำชายเสื้อของตนเอง แล้วเดินกลับเรือนไป๋หยู่โหลวด้วยความท้อแท้
ไป๋หยู่โหลวสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบาง ตอนนี้นางกำลังนั่งดีดฉินอยู่ในศาลา เมื่อเห็นว่าหลิงหลงกลับมาคนเดียว นางจึงรีบเอ่ยถามออกมาทันทีว่า “เหตุใดท่านพี่ถึงไม่มาด้วยเล่า ? ”
หลิงหลงรีบหยิบเสื้อคลุมไปคลุมร่างให้นาง “คุณหนู ใส่เสื้อคลุมก่อนเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้ คุณชายบอกว่าค่ำมากแล้ว ไม่สะดวกมาพบเจ้าค่ะ”
ไป๋หยู่โหลวหนาวจนจามออกมา ดังนั้นนางจึงรีบสวมเสื้อคลุม ทั้งยังพยายามห่อร่างให้แน่นหนากว่าเดิม ตอนนี้นางหนาวจะตายอยู่แล้ว
แต่เพื่อสร้างความประทับใจให้ญาติผู้พี่อย่างซูเฉิงซี นางจึงไม่ลังเลที่จะสวมใส่เสื้อผ้าเนื้อบาง แล้วมานั่งดีดฉินอยู่ในศาลาทั้งที่อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้ นางอยากให้ญาติผู้พี่ของนางเห็นรูปร่างอรชรและเสียงฉินอันไพเราะตั้งแต่ย่างกรายเข้ามาในเรือนหลังนี้
นางอยากให้ญาติผู้พี่รู้ว่า…สตรีที่งดงามจริง ๆ ควรมีรูปลักษณ์แบบนาง ไม่ใช่สตรีที่ร่างมีแต่กลิ่นยา วัน ๆ เอาแต่คลุกคลีอยู่กับคนไข้
ทว่าญาติผู้พี่คนนี้เหมือนหุ่นกระบอกไม่มีผิด นางพยายามคิดหาข้ออ้างสารพัดสารเพ แต่ก็ยังทำให้เขามาที่เรือนของตนเองไม่ได้
พอคิดว่าในอีกไม่กี่วันญาติผู้พี่ของตนเองก็จะหมั้นหมายกับหลินซิ่วแล้ว นางจึงกระวนกระวายยิ่งกว่าอะไรดี
หลิงหลงเห็นเจ้านายขมวดคิ้วไม่ยอมพูดยอมจา จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า “คุณหนู วันนี้ข้าน้อยได้ยินว่าฮูหยินซูกำลังเตรียมส่งจดหมายไปให้ตระกูลหลิน กล่าวว่าจะไปหารือเรื่องงานแต่งของคุณชายกับแม่นางหลิน พวกเรารีบหน่อยเถิดเจ้าค่ะ หากงานแต่งครานี้ถูกกำหนด ต่อไปจะต้องลำบากกว่าเดิมเป็นแน่”
ไป๋หยู่โหลวขยำผ้าเช็ดหน้าในมือ นางจะไม่ร้อนใจได้อย่างไร นางอยากไปหาท่านป้าของนาง แล้วสารภาพความในใจของตนเองออกมาให้รู้แล้วรู้รอดไปเสีย
ทว่าตลอดหลายวันมานี้นางพอจะมองออกว่าครอบครัวของท่านป้าพึงพอใจกับเรื่องมงคลของญาติผู้พี่กับหลินซิ่วมากเพียงใด
ภูมิหลังของหลินซิ่วแข็งแกร่ง หากนางเป็นบุรุษ นางก็อยากแต่งงานกับหลินซิ่วเช่นกัน ไม่ใช่มาแต่งกับหญิงสาวที่บิดามารดาตกตายกลายเป็นเด็กกำพร้าพึ่งพาไม่ได้อย่างนาง
เข้าใจก็ส่วนเข้าใจ แต่นางไม่มีทางยอมรับชะตาชีวิตนี่หรอก
หากพลาดจากญาติผู้พี่ไปแล้ว นางคงหาสามีที่ดีเท่าญาติผู้พี่ได้ยาก
อย่าว่าตอนนี้นางมีฐานะย่ำแย่เลย เพราะตอนที่ท่านพ่อกับท่านแม่ของนางยังอยู่ การแต่งงานกับญาติผู้พี่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องเกินเอื้อมอยู่ดี เพราะท่านลุงเป็นขุนนาง ส่วนท่านพ่อของนางเป็นเพียงพ่อค้า อีกทั้งการค้าก็ไม่ได้ดีอันใด ดังนั้นจึงเห็นความเหลื่อมล้ำของฐานะได้อย่างชัดเจน
สามารถกล่าวได้ว่า…นางไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะเป็นภรรยาของญาติผู้พี่ด้วยซ้ำ
แต่นางอยากลองพนันดูสักครา เพราะถ้าหากมันสำเร็จขึ้นมาเล่า ? เช่นนั้นนางจะสามารถพลิกฐานะของตนเองได้ จากบุตรสาวพ่อค้ากลายเป็นภรรยาตระกูลขุนนาง ในอนาคตหากญาติผู้เป็นขุนนางในราชสำนัก เช่นนั้นนางก็อาจจะได้รับการแต่งตั้งตามไปด้วย
ตั้งแต่โบราณมีคำกล่าวที่ว่า…หอคอยที่ใกล้น้ำ ย่อมได้พระจันทร์ก่อน ตอนนี้นางเข้ามาอยู่ในจวนท่านป้า ขอเพียงแค่นางคิดหาวิธี จะต้องมีโอกาสอย่างแน่นอน
ทว่านางคงต้องรีบหน่อยแล้ว ก่อนที่หลินซิ่วจะแต่งเข้าตระกูลซู ทางที่ดีที่สุดนางจะต้องเปลี่ยนข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสุกกับญาติผู้พี่ จากนั้นก็ประกาศเรื่องนี้ออกไป เมื่อเป็นเช่นนี้ฐานะของนางก็จะมั่นคง
เอ่ยตามตรง นางริษยาหลินซิ่วยิ่งกว่าอะไรดี
เดิมทีหลินซิ่วมีฐานะต่ำต้อยถึงเพียงนั้น แต่กลับโชคดีกลายเป็นน้องสาวขององค์หญิงพิทักษ์แผ่นดิน นางมีไพ่ตายอย่างองค์หญิงผู้พิทักษ์แคว้นอยู่ ดังนั้นหากหลินซิ่วอยากจะแต่งงานกับผู้ใดก็ย่อมได้ทั้งนั้น
ส่วนมารดาของนางคือบุตรสาวตระกูลหวัง พี่น้องบ้านเดียวกันกับท่านป้า ทว่ามารดาของเกิดจากอนุ ดังนั้นจึงได้แต่งเข้าตระกูลพ่อค้า ส่วนท่านป้าได้แต่งเข้าตระกูลซู ซึ่งเป็นตระกูลขุนนาง
เดิมทีฐานะมารดาของนางสูงส่งกว่ามารดาของหลินซิ่วไม่น้อย ทว่าตอนนี้ฐานะของนางกับหลินซิ่วกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
เหตุใดสวรรค์ถึงไม่ยุติธรรมเช่นนี้ ?
ไป๋หยู่โหลวกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น นางไม่พอใจเลยสักนิด นางจะต้องทำให้สำเร็จ ต้องแต่งเข้าตระกูลซูให้ได้ ! หลินซิ่วมีภูมิหลังแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น หากไม่มีญาติผู้พี่สักคน นางก็ยังแต่งกับชายหนุ่มมากความสามารถคนอื่น ๆ ได้อีก
ส่วนนาง มีญาติผู้พี่ตัวเลือกเดียวเท่านั้น
ดังนั้นนางจะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด !
ไป๋หยู่โหลวตัดสินใจได้แล้ว ดังนั้นนางจึงหันไปเอ่ยกับหลิงหลงว่า “พรุ่งนี้เจ้าจับตาดูการเคลื่อนไหวของท่านพี่หน่อย”
ในเมื่อท่านพี่ไม่มาหาข้า เช่นนั้นข้าจะไปหาท่านเอง
ผู้คนมักจะเอ่ยว่า…สตรีแกร่งกลัวบุรุษตื๊อ หากสลับกันความหมายก็ยังคงเดิม ขอแค่นางทุ่มเทสักหน่อย ไม่ว่าญาติผู้พี่จะเคารพในขนบธรรมเนียมมากเพียงใด จะต้องรับมือไม่ไหวอย่างแน่นอน
หลิงหลงขานรับด้วยความดีใจ
นางอยากให้คุณหนูแต่งงานกับคุณชายเป็นอยางมาก เพราะหากเป็นเช่นนี้ ชีวิตในวันข้างหน้าของพวกนางก็จะมั่นคง และตัวนาง ก็อาจจะมีโอกาสได้เป็นอนุของคุณชายด้วย
คุณชายเป็นบุตรของขุนนาง ในอนาคตเขาต้องได้เป็นขุนนางในราชสำนักอย่างแน่นอน นางมีฐานะต่ำต้อย มากกว่านั้นนางไม่กล้าคิด แต่การเป็นอนุของคุณชาย อาจจะมีความเป็นไปได้
เนื่องจากนางเป็นสาวใช้คนสนิทของคุณหนู ในอนาคตข้างกายของคุณชายต้องมีอนุคนอื่น ๆ อีกแน่นอน หากคุณหนูอยากเป็นที่โปรดปราน ก็ต้องให้ความสำคัญเลือกคนรอบตัว
และตัวนางถือเป็นตัวเลือกแรก
ขอเพียงแค่นางคลอดบุตรชายบุตรสาวสักคู่ วันข้างหน้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะลำบากอีกต่อไปแล้ว
ดังนั้นคุณหนูของนางต้องได้แต่งงานกับคุณชาย !
ไหนเลยซูเฉิงซีจะรู้ว่าตนเองกลายเป็นเนื้อก้อนโตที่นายบ่าวคู่นั้นพยายามจะไขว่คว้าไปให้ได้ เขารีบตรงไปยังเรือนของฮูหยินซู เพื่อสนทนาเรื่องส่งจดหมายไปให้ตระกูลหลิน
“ท่านแม่ อย่าลืมส่งจดหมายไปให้อาจารย์ของหลินซิ่วด้วยล่ะ อาจารย์ฉีไม่ค่อยชอบลูกเท่าใดนัก หากจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ดี อาจารย์ฉีจะต้องสร้างความลำบากให้ลูกอีกเป็นแน่”
ฮูหยินซูเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ดูความรีบร้อนของเจ้าสิ วางใจเถิด เรื่องนี้แม่ไม่ทำพลาดหรอก ทางฝั่งอาจารย์ฉี แม่เตรียมจดหมายเอาไว้แล้ว”
ซูเฉิงซีเอ่ยออกมาพร้อมด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านแม่ยังคงรอบคอบเหมือนเดิมเลยนะขอรับ”
ฮูหยินซูมองเขาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า “ดูท่าทางของเจ้าสิ ไม่ใช่ว่าแต่งภรรยาแล้วจะลืมแม่นะ”
ซูเฉิงซีรีบเข้าไปออดอ้อนฮูหยินซูทันใด “ท่านแม่วางใจเถิด หลังจากข้าแต่งภรรยาแล้ว ข้าไม่มีทางลืมบุญคุณของท่านแม่เป็นแน่ พอถึงเวลานั้นลูกกับหลินซิ่วจะกตัญญูต่อท่านแม่อย่างแน่นอนขอรับ”