หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1155 หว่านเมล็ดแห่งความขัดแย้ง
ตอนที่ 1155 หว่านเมล็ดแห่งความขัดแย้ง
“คุณหนู ตอนนี้ฮูหยินค่อนข้างเหนื่อยล้า ท่านกลับไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
ไป๋หยู่โหลวกำผ้าเช็ดหน้าในมือเอาไว้แน่น นางพยายามสะกดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้ จากนั้นก็เอ่ยออกมาอย่างอ่อนโยนว่า “โมโม่ ข้ามีเรื่องสำคัญมาก ๆ จะบอกท่านป้า ท่านช่วยไปรายงานให้ข้าอีกรอบเถิดเจ้าค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่นางหลินซิ่ว ซึ่งสำคัญมากเลยล่ะเจ้าค่ะ”
เมื่อโมโม่ได้ยินดังนั้น นางจึงลังเลอยู่ชั่วครู่ ทว่าสุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับ “ถ้าเช่นนั้นคุณหนูโปรดรอสักครู่นะเจ้าคะ”
“รบกวนโมโม่แล้ว”
โมโม่กลับเข้าไปหาฮูหยินซูอีกครา แล้วรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นให้นางฟัง ทันใดนั้นฮูหยินซูก็รู้สึกว่ามันน่าแปลก “เรื่องหลินซิ่วอย่างนั้นหรือ ? ”
“คุณหนูไป๋บอกเช่นนั้นเจ้าค่ะ กล่าวว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก ๆ จะพบฮูหยินให้ได้”
ฮูหยินซูโบกมือส่งสัญญาณ “เช่นนั้นก็ให้นางเข้ามา”
เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว ไป๋หยู่โหลวจึงรีบจัดเสื้อผ้าอาภรณ์ของตน วางมาดให้ดูภูมิฐาน พร้อมกับสาวเท้าเข้ามาในเรือนอย่างผ่าเผย
ไป๋หยู่โหลวผู้นี้อายุยังน้อย แต่กลับมีความคิดมากยิ่งนัก เรื่องที่นางอยากทำให้สำเร็จ นางจะทุ่มเวลาไปศึกษาค้นคว้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ยกตัวอย่างเช่นการปฏิบัติตัวต่อผู้อื่นและการจัดการสิ่งต่าง ๆ นางใช้เวลาศึกษาเรื่องเหล่านี้ไม่น้อยเลย
ส่วนใหญ่บุรุษจะชื่นชอบสตรีที่อ่อนโยนขี้อาย ส่วนผู้อาวุโส โดยเพราะนายหญิงของจวนจะเกลียดคนประเภทนี้มากที่สุด เพราะอนุในจวน มีคนใดที่ไม่เป็นแบบนั้นบ้างเล่า ? แค่สามีของตนเองพานางมารเหล่านั้นมาปิดกั้นหัวใจก็มากเกินพออยู่แล้ว หากบุตรชายของตนเองยังแต่งหญิงสาวแบบนั้นเข้าบ้านอีก นายหญิงของจวนจะต้องโมโหจนกระอักเลือดตายอย่างแน่นอน
ภรรยาเอกควรจะมีท่าทีและรัศมีของภรรยาเอก ไม่เช่นนั้นจะดูแลเรือนหลังได้อย่างไร
ดังนั้นเมื่อไป๋หยู่โหลวมาพบฮูหยินซู นางย่อมเก็บท่าทีน่าสงสารของตนเองเอาไว้ แล้วเชิดหน้าขึ้นเพื่อให้เหมือนคุณหนูตระกูลใหญ่
นางเคยมีประสบการณ์อันเลวร้ายมาหลายครา ดังนั้นนางจึงวิเคราะห์เรื่องต่าง ๆ ได้อย่างแม่นยำ
ตอนนางเข้ามาจวนตระกูลซูใหม่ ๆ นางมักจะร้องห่มร้องไห้ต่อหน้าฮูหยินซู แสดงท่าทีน่าสงสาร เผื่อว่าฮูหยินซูจะสงสารนางบ้าง แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด ฮูหยินซูไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับนางมาโดยตลอด ไม่ว่านางจะเอาใจอย่างไร ฮูหยินซูก็แค่หันมามองเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น สำหรับหลานสาวอย่างนาง ฮูหยินซูเพียงแสดงท่าทีว่ามีศีลธรรมต่อนางก็เท่านั้น
เดิมทีนางคิดว่าตนเองมีฐานะต่ำต้อย ดังนั้นฮูหยินซูเลยไม่ชอบนาง แต่หลังจากนางลองสังเกตฮูหยินซูได้ระยะหนึ่ง พบว่าฮูหยินซูแค่ไม่ชอบสตรีอย่างนาง ไม่เพียงแค่ฮูหยินซูเท่านั้น ทว่าบรรดาภรรยาขุนนางที่ไปมาหาสู่กับฮูหยินซู ล้วนแต่ไม่ชอบสตรีที่มีนิสัยเหมือนนาง พวกนางชื่นชอบสตรีที่อ่อนโยน ใจกว้าง สง่างามและสดใสร่าเริงมากกว่า
พอทราบถึงสาเหตุแล้ว ไป๋หยู่โหลวจึงเริ่มเรียนรู้การวางตัวแบบคุณหนูตระกูลใหญ่
หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ผลลัพธ์ก็เด่นชัดขึ้น
เมื่อไป๋หยู่โหลวก้าวเท้าเข้ามาในเรือน ฮูหยินซูก็สัมผัสได้ทันทีว่ารัศมีของนางแปรเปลี่ยนไป
“หลานคารวะท่านป้า”
เดิมทีฮูหยินซูไม่ได้รู้สึกอันใดกับหลานสาวคนนี้มากนัก แต่หลังจากเห็นการแต่งตัวและสีหน้าที่ต่างไปจากเดิมของนางในวันนี้ ฮูหยินซูถึงกับเก็บความหงุดหงิดเหล่านั้นลงไป แล้วฉีกยิ้มให้นางแทน “มานั่งสิ”
ไป๋หยู่โหลวกล่าวขอบคุณฮูหยินซู จากนั้นก็เดินไปนั่งเก้าอี้ด้วยท่วงท่าสง่างาม ทั้งยังมีมารยาทพร้อมสรรพ
ฮูหยินซูพยักหน้าในใจ สำหรับหลานสาวผู้นี้ นางไม่ได้รู้สึกผูกพันอันใด สาเหตุที่รับนางมาเลี้ยง เพราะไม่อยากเสียหน้าก็เท่านั้น สามีตนเองเป็นถึงจือโจวของเมืองชิงโจวแห่งนี้ หลานสาวมาขอร้องอ้อนวอนถึงหน้าจวน แล้วจะให้นางไล่อีกฝ่ายไปได้อย่างไร
สุดท้ายก็แค่มีคนในจวนเพิ่มมากขึ้นก็เท่านั้น
ต่อมานางพบว่าหลานสาวคนนี้ทำอันใดไม่ค่อยถูกใจนางสักเท่าใดนัก ดังนั้นจึงยิ่งรู้สึกไม่สนิทใจเข้าไปใหญ่
แต่หลังจากไม่ได้สนใจมาระยะหนึ่ง นางกลับพบว่าหลานสาวผู้นี้เปลี่ยนไปไม่น้อย ดูสบายตาขึ้นมากเลยทีเดียว
“เมื่อครู่เจ้าบอกโมโม่ว่า…เจ้ามีเรื่องสำคัญจะบอกข้าอย่างนั้นหรือ ? ”
ไป๋หยู่โหลวพยักหน้ารับด้วยความจริงใจ “ใช่เจ้าค่ะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับแม่นางหลินซิ่ว แม้ว่าการนำเอาเรื่องนี้มาเอ่ยลับหลังจะไม่ค่อยดีเท่าใดนัก แต่หลังจากหลานลองคิดดูแล้ว คิดว่ามันส่งผลเสียต่อหลายคน ดังนั้นจึงตัดสินใจมาบอกท่านป้าเจ้าค่ะ”
เมื่อฮูหยินซูได้ยินนางเอ่ยเช่นนั้น จึงอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที “เป็นเรื่องอันใดกันแน่ ? ”
ไป๋หยู่โหลวแสร้งทำท่าทางใคร่ครวญก่อนชั่วครู่ ถึงจะยอมเปิดปากเอ่ยออกมา “วันนี้ข้าบังเอิญไปพบท่านพี่อยู่กับแม่นางหลินซิ่วที่ร้านฉวิ๋นเว่ยจี้เจ้าค่ะ พวกเขาสองคนนัดฮูหยินท่านหนึ่งออกมาทานข้าว ข้าบังเอิญไปได้ยินเรื่องที่พวกเขาสนทนากัน คิดว่ามันไม่ค่อยเหมาะสมสักเท่าใดนัก ข้าทนฟังต่อไปไม่ไหว ดังนั้นข้าจึงเดินเข้าไปช่วยตอบแทนท่านพี่สองสามประโยค ผลลัพธ์กลับคาดไม่ถึงว่าแม่นางหลินซิ่วจะไม่พอใจ นางทิ้งท่านพี่กับฮูหยินท่านนั้นไปดื้อ ๆ เจ้าค่ะ”
ฮูหยินซูยกถ้วยชาขึ้นจิบ ที่แท้ก็เรื่องเล็กแค่นี้ “เจ้ากลัวว่าตนเองจะมีปัญหากับหลินซิ่วหรือ ? ”
ไป๋หยู่โหลวส่ายหน้า “หลานไม่ได้กังวลเรื่องนี้เจ้าค่ะ เพราะหลานคิดว่าสิ่งที่ตนเองเอ่ยออกไปไม่ใช่เรื่องผิด หากผิดก็ต้องเป็นแม่นางหลินซิ่วกับฮูหยินท่านนั้น พวกเขาบังคับให้ท่านพี่ตอบคำถาม ข้ารู้สึกว่าพวกเขาทำเกินไปเจ้าค่ะ ! ”
ฮูหยินซูเริ่มขมวดคิ้วมุ่น “พวกเขาถามอันใด ? ”
ไป๋หยู่โหลวเผยสีหน้าเป็นกังวลออกมา แล้วตอบว่า “ก่อนหน้านี้พวกเขาสนทนาถึงเรื่องอันใด หลานก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะ แต่คำถามที่หลานได้ยินในตอนนั้นคือ…หากแม่นางหลินซิ่วมีลูกไม่ได้ ท่านพี่จะทำอย่างไร คำถามนี้แฝงความหมายบางอย่าง ราวกับอยากให้ท่านพี่ยอมรับปากว่าจะไม่มีอนุ แม้ว่าแม่นางหลินซิ่วจะมีลูกไม่ได้ ก็ห้ามมีอนุเจ้าค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ ? ! ”
ฮูหยินซูลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตกใจ “พวกเขาถามแบบนี้จริง ๆ หรือ ? ”
ไป๋หยู่โหลวพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ หลานถึงได้โมโห แล้วบุกเข้าไปตอบแทนท่านพี่อย่างไรมารยาท หลานคิดว่า…แม่นางหลินซิ่วขอมากเกินไปเจ้าค่ะ ภายใต้สถานการณ์ที่รู้ว่าตนเองมีลูกไม่ได้ ไม่เพียงไม่ออกตัวหาอนุให้ท่านพี่เท่านั้น ทว่ายังบังคับให้ท่านพี่สัญญาว่าจะไม่มีอนุภรรยาไปชั่วชีวิตอีก เรื่องเช่นนี้ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยเจ้าค่ะ”
สีหน้าของฮูหยินซูแปรเปลี่ยนไปทันใด นางลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ แล้วเอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “เป็นแบบนี้จริง ๆ หรือ ? ”
ไป๋หยู่โหลวพยักหน้ารับ “เป็นแบบนี้จริง ๆ เจ้าค่ะ หลานได้ยินมาเต็มสองรูหู”
ไป๋หยู่โหลวค่อนข้างฉลาด เพราะสิ่งที่นางเอ่ยออกมาล้วนเป็นความจริงทั้งหมด เพียงแค่ใส่สีตีไข่เพิ่มลงไปเล็กน้อยเท่านั้น นางทำให้ความหมายของเรื่องทั้งหมดเปลี่ยนไป ทำให้ฮูหยินซูเข้าใจผิดคิดว่าหลินซิ่วไม่สามารถมีลูกได้
ฮูหยินซูโมโหจนตัวสั่น “ทำเกินไปจริง ๆ รังแกกันเกินไปแล้ว ! คิดว่าที่ตระกูลซูของพวกเราอยากเกี่ยวดองด้วยเป็นเพราะองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินหรืออย่างไร ? คิดว่ามีธงผืนใหญ่อย่างองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินคอยปกป้อง แล้วตระกูลซูของพวกเราจะทำตามที่นางขอทุกประการหรือ ? ยิ่งไปกว่านั้น องค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินตัดขาดความสัมพันธ์กับตระกูลหลินมานานแล้ว พวกเขาเอาความกล้ามาจากที่ใด ! ”
ฮูหยินซูคิดว่าตนเองไม่ใช่คนมักใหญ่ใฝ่สูงอันใด และยิ่งไม่มีทางให้บุตรชายเพียงคนเดียวไปประจบผู้ใดด้วย เรื่องงานแต่งของบุตรชาย นางไม่ค่อยได้สอดมือเข้าไปยุ่งเกี่ยว หลังจากบุตรชายมาบอกว่าชอบพอหลินซิ่วอยากแต่งงานกับนาง ตนเองแค่ออกหน้าไปทำความรู้จักกับตระกูลหลิน เพื่อช่วยเจรจาเรื่องการหมั้นหมายก็เท่านั้น
แต่นางกลับคาดไม่ถึงว่าตระกูลหลินจะทำเรื่องเช่นนี้ !