หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1156 ลองฝึกฝีมือ
ตอนที่ 1156 ลองฝึกฝีมือ
ในขณะที่หลินหร่วนกำลังดื่มชาอยู่ในบ้าน จิ่นหลวนก็ได้พาหลินซิ่วเดินเข้ามา
“ท่านพี่”
หลินซิ่วมองหลินหร่วนด้วยความระแวดระวัง
หลินหร่วนส่งสัญญาณให้นางนั่งลง แต่พอเห็นว่านางทำตัวระแวดระวังเช่นนั้น จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าเป็นอันใดไปกัน ? ”
หลินซิ่วนั่งลงด้วยความเกรงอกเกรงใจ “ท่านพี่ ตอนยามอู่ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะทิ้งท่านกับพี่เขยนะเจ้าคะ”
หลินหร่วนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ คุ้มค่าให้เจ้าทำตัวระแวดระวังด้วยหรือ ? ข้าไม่ได้เก็บมาใส่ใจแม้แต่น้อย เอาล่ะ นั่งลงเถิด พวกเรามาสนทนาเรื่องซูเฉิงซีกับแม่นางบัวขาวนั่นดีกว่า”
“ท่านพี่ นางมีนามว่าไป๋หยู่โหลว”
“นางจะมีนามว่าอันใดก็ช่างเถิด สำหรับข้า…นางมีนามว่าบัวขาว” หลินหร่วนวางถ้วยชาลง จากนั้นก็หันไปมองหลินซิ่ว แล้วเอ่ยออกมาว่า “วันนี้ข้าลองหยั่งเชิงนางแทนเจ้าแล้ว ชายหนุ่มอย่างซูเฉิงซี นิสัยใช้ได้เลยทีเดียว ถึงจะสมองช้าไปหน่อย ทว่าตอนนี้เขามีใจให้เจ้าเพียงผู้เดียวจริง ๆ ”
หลินซิ่วเริ่มหน้าแดง นางไม่กล้าเอ่ยอันใดออกมา
หลินหร่วนถามต่ออีกว่า “ตอนนี้เจ้ารู้หรือยังว่าเหตุใดเจ้าถึงไม่ชอบแม่นางบัวขาวผู้นั้น ? ”
เมื่อเอ่ยถึงไป๋หยู่โหลว ความเขินอายบนใบหน้าของหลินซิ่วก็มลายหายไปในทันที นางเม้มปากเข้าหากันแน่น
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้ใดให้แม่นางบัวขาวมาอาศัยอยู่ในจวนตระกูลซู แล้วฮูหยินซูมีท่าทีอย่างไรกับนาง เรื่องนี้สำคัญมากนะ หลินซิ่ว ข้าหวังว่าในอนาคตรอบกายเจ้าจะไม่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง ข้าหวังว่าเจ้ากับว่าที่สามีจะเป็นเหมือนข้ากับพี่เขย ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเรียบง่าย”
“หากฮูหยินซูตั้งใจให้แม่นางบัวขาวผู้นั้นมาอาศัยอยู่ที่จวน และฮูหยินซูมีความคิดที่จะหาอนุภรรยาให้กับซูเฉิงซี เช่นนั้นเจ้าก็ต้องคิดให้ดีว่าจะแต่งกับคนผู้นี้จริง ๆ หรือ”
หลินซิ่วรีบเอ่ยออกมาทันใด “ท่านพี่ เรื่องไป๋หยู่โหลวมาอาศัยอยู่ที่จวนตระกูลซูได้อย่างไรนั้น เรื่องนี้ข้าทราบดีเจ้าค่ะ เดิมทีนางเป็นบุตรสาวตระกูลพ่อค้า แต่เพราะบิดามารดาของนางล้วนตกตายทั้งหมด ดังนั้นนางเลยมาขออยู่อาศัยที่จวนตระกูลซู แต่ดูเหมือนว่าฮูหยินซูจะไม่ค่อยชอบนางสักเท่าใดนัก ส่วนความรู้สึกที่นางมีให้ซูเฉิงซี คาดว่าเป็นความเพ้อฝันของนางเอง”
หลินหร่วนพยักหน้ารับ ทว่าไม่ได้รีบร้อนตัดสินเรื่องนี้ นางจะส่งคนไปตรวจสอบตระกูลซูอย่างละเอียดอีกครา
นางเลี้ยงดูหลินซิ่วมาจนเติบใหญ่เพียงนี้ นางย่อมไม่อยากให้หลินซิ่วได้รับความทุกข์ทรมานหลังจากแต่งงาน ดังนั้นเรื่องคู่ครองจำต้องตรวจสอบให้ดี
“ท่านพี่” หลินซิ่วลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาว่า “เหตุใดข้าถึงรู้สึกไม่ค่อยสบายใจกันนะ ? ”
“เพราะแม่นางบัวขาวนั่น ? ”
หลินซิ่วส่ายหน้าปฏิเสธ แล้วเอ่ยออกมาว่า “เพราะท่านถามถึงเรื่องนั้น หลังจากเฉิงซีตามข้าไปยังโรงหมอ ข้าได้ย้อนถามเขาอีกครา ทว่าเขาไม่ได้ตอบคำถามของข้าตรง ๆ ”
หลินหร่วนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “ดังนั้นเจ้าเลยเป็นกังวลว่า…หากคำถามนั่นเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ทางเลือกของเขาจะทำให้เจ้าลำบากใจใช่หรือไม่ ? ”
“ใช่” หลินซิ่วพยักหน้ายอมรับตามตรง “แม้ว่าความคิดของข้าจะดูเกินไปหน่อย แต่พอคิดว่าภายในใจของเขาเรื่องสืบทอดตระกูลสำคัญกว่าข้า ข้าก็รู้สึกเศร้าใจมากแล้วเจ้าค่ะ”
หลินหร่วนนั่งนานมากแล้ว นางรู้สึกไม่ค่อยสบายตัวเท่าใดนัก ดังนั้นจึงให้หลินซิ่วประคองนางออกไปเดินเล่นที่ลานบ้าน “เรื่องเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดก็รู้สึกแย่กันทั้งนั้น นี่เป็นเรื่องปกติ เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก หากเจ้าไม่รู้สึกเสียใจสิแปลก เพราะมันสามารถบ่งบอกได้ว่าเจ้าไม่ได้รักซูเฉิงซี”
หลินซิ่วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก นางคิดว่าความคิดของนางเกินพอดีไปหน่อย
หลินหร่วนตบหลังมือของนางเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “เจ้าอย่ากดดันตนเองมากจนเกินไป คำถามในวันนี้เป็นเพียงหลุมพราง ข้าไม่ได้เตรียมเอาไว้ให้ซูเฉิงซี ทว่าเตรียมเอาไว้ให้แม่นางบัวขาวที่ลอบฟังอยู่ข้างนอกต่างหาก”
หลินซิ่วเบิกตากว้างทันใด “นางลอบฟังอยู่ข้างนอกมาตลอดเลยหรือ ? ”
ว่าแล้วเชียว เหตุใดถึงบังเอิญเพียงนั้น
หลินหร่วนเอ่ยออกมาอีกว่า “แม่นางบัวขาวผู้นั้นคิดจะพัฒนาความสัมพันธ์กับซูเฉิงซี ที่ข้าเอ่ยถามซูเฉิงซีแบบนั้น ข้ามีจุดประสงค์สองประการ ประการแรกคืออยากรู้ว่าซูเฉิงซีรักเจ้ามากเพียงใด ประการที่สองคืออยากทดสอบแม่นางบัวขาวผู้นั้น”
ปฏิกิริยาของซูเฉิงซีถือว่าพอรับได้ เพราะอยู่ในความคาดหมายของนางอยู่แล้ว
นับว่าเป็นเรื่องยาก หากจะให้บุรุษในยุคสมัยโบราณสัญญาว่าจะรักหลินซิ่วเพียงคนเดียวต่อหน้าคนภายนอก ในสังคมศักดินา บุรุษมักจะระมัดระวังและลังเลเมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหาเรื่องของทายาท หากอีกฝ่ายบอกว่าต้องการแค่หลินซิ่ว นางคงจะรู้สึกแปลก ๆ
ซูเฉิงซีกับหลินซิ่วเพิ่งคบหากันได้ไม่นาน ทั้งยังไม่เคยผ่านร้อนผ่านหนาวด้วยกันมาก่อน ไม่มีทางที่จะไม่สนใจปัญหาของอีกฝ่าย หากซูเฉิงซีตอบว่า…แม้หลินซิ่วจะมีลูกไม่ได้ เขาก็ไม่สนใจ มันคงดูปลอมมากยิ่งนัก
ปฏิกิริยาของซูเฉิงซีถือเป็นเรื่องปกติ อีกอย่างนางก็มองออกว่าภายในใจของซูเฉิงซีให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากกว่า
หลินหร่วนมองหลินซิ่วด้วยสายตาอ่อนโยน แล้วเอ่ยออกมาว่า “เจ้าไม่ต้องเก็บคำถามนั่นไปคิดมาก เพราะนั่นเป็นเพียงแค่เรื่องสมมุติ ไม่มีทางเกิดขึ้นจริง หากนำเอาเรื่องสมมุติไปคิดเป็นจริงเป็นจัง มันดูโง่จนเกินไป นอกจากนี้ปฏิกิริยาของซูเฉิงซีนับว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้มีปัญหาอันใด”
“ส่วนแม่นางบัวขาวผู้นั้น เจ้าเล่ห์เพทุบายกว่าเจ้ามาก ตอนนี้ในสายตาของซูเฉิงซีมีเพียงแค่เจ้าคนเดียวเท่านั้น ยังไม่เห็นนางอยู่ในสายตา แต่หากนางอยู่ในจวนตระกูลซูต่อไป ก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะไม่มีอันใดเกิดขึ้น ส่วนท่าทีของฮูหยินซู เจ้าไม่ต้องคิดมาก เพราะสตรีมักไม่แน่ไม่นอน คนที่ไม่ชอบในวันนี้ อาจจะชอบในวันรุ่งขึ้น ถ้าหากตระกูลซูมีความคิด พวกเขาน่าจะรู้ว่าการให้แม่นางบัวขาวผู้นั้นอาศัยอยู่ในจวนเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เป็นถึงจือโจว จะไม่มีบ้านหลังอื่นเลยหรือ”
หลังจากหลินซิ่วฟังจบ นางก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากแน่นกว่าเดิม “ท่านพี่ ข้าควรทำอย่างไรต่อไปดี ? ”
หลินหร่วนมองนาง แล้วถามกลับว่า “เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า ? ”
แท้ที่จริงนางจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเองก็ได้ แต่จำเป็นต้องให้หลินซิ่วรู้จักเรียนรู้ด้วยตนเอง เพราะนางไม่สามารถดูแลหลินซิ่วไปชั่วชีวิตได้ ถึงอย่างไรก็ต้องสอนให้นางเติบโตด้วยตนเอง
โชคดีที่เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นก่อนแต่งงาน ถือเป็นบทเรียนให้หลินซิ่วได้ฝึกฝีมือ แม้ว่านางจะล้มเหลว ก็ยังมีตนเองคอยช่วยอยู่ข้างหลัง ไม่มีปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน
บางทีการใช้แม่นางบัวขาวผู้นั้นมาฝึกหลินซิ่ว อาจทำให้นางได้รับประสบการณ์ที่มีประโยชน์บ้าง
หลินซิ่วทำอันใดไม่ถูก สภาพแวดล้อมที่นางเติบโตมานั้นเรียบง่ายอย่างมาก แม้ว่าตอนยังเยาว์จะเคยทนทุกข์อยู่ในบ้านตระกูลหลิน ทว่าสถานการณ์ในบ้านตระกูลหลินนั้นเรียบง่ายอย่างมาก ต่อมาหลังจากได้ใช้ชีวิตร่วมกับหลินหร่วน กลับยิ่งเรียบง่ายเข้าไปใหญ่ ไม่เคยได้สัมผัสการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในเรือนหลังมาก่อน
ดังนั้นก่อนหน้านี้นางก็เลยรู้สึกแค่ว่าไป๋หยู่โหลวทำให้นางไม่สบายใจเท่านั้น ไม่ได้คิดไปในทิศทางอื่นเลย
หากให้นางจัดการกับเรื่องนี้ด้วยตนเอง นางคิดหาหนทางไม่ออกจริง ๆ
หลินหร่วนเอ่ยให้กำลังใจนางด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องรีบ เจ้าค่อย ๆ กลับไปคิดก็ได้”
หลินซิ่วพยักหน้ารับ นางรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
เหตุใดการแต่งงานกับผู้ใดสักคน มันยุ่งยากถึงเพียงนี้ ?
ก่อนฟ้ามืด หลินหร่วนให้คนไปส่งหลินซิ่วกลับโรงหมอ
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้ว องครักษ์เงาผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวออกมาเบื้องหน้าหลินหร่วนกับเซียวจิ่งเฉิน
“ทูลนายท่านทั้งสอง กระหม่อมไปตรวจสอบสถานการณ์ในจวนตระกูลซูมาเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ โดยรวมเป็นเหมือนที่คุณหนูหลินเล่า ยามเว่ยวันนี้ ฮูหยินซูทะเลาะกับคุณชายซู จากนั้นไม่ทราบว่าไป๋หยู่โหลวไปเอ่ยอันใดกับฮูหยินซู ดูเหมือนว่านางจะโมโหไม่น้อยเลยพ่ะย่ะค่ะ”