หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1157 ทะเลาะ
ตอนที่ 1157 ทะเลาะ
หลินหร่วนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ไปตรวจสอบให้ละเอียด ข้าอยากรู้ว่าแม่นางบัวขาวผู้นั้นเอ่ยอันใดกับฮูหยินซูบ้าง ถึงได้ทำให้ฮูหยินซูโกรธเพียงนั้น”
“พ่ะย่ะค่ะ”
องครักษ์เงารับคำสั่ง จากนั้นก็รีบออกไปหาข่าวทันที
เซียวจิ่งเฉินประคองนางเดินช้า ๆ จากนั้นเขาก็เอ่ยออกมาเบา ๆ ว่า “ข้ามีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดบางอย่างขึ้นกับงานแต่งของหลินซิ่ว”
หลินหร่วนหันหน้าไปมองเขา “ฮูหยินซูจะยกเลิกงานแต่งหรือ ? ”
เซียวจิ่งเฉินเค้นเสียงดัง ‘ฮึ’ เบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “ยกเลิกงานแต่ง ? ยังไม่เคยหมั้นหมาย แล้วจะเรียกว่ายกเลิกงานแต่งได้อย่างไร ? พวกเขามีสิทธิ์อันใดมายกเลิกงานแต่งกับหลินซิ่วอย่างนั้นหรือ ? ”
มุมปากของหลินหร่วนกระตุก “ไม่มีสิทธิ์จริง ๆ นั่นแหละ”
หลังจากครุ่นคิดชั่วครู่ นางก็เอ่ยออกมาอีกว่า “ถ้าหากซูเฉิงซีมีความอดทนต่อเรื่องต่าง ๆ ได้ ก็คุ้มค่าให้หลินซิ่วแต่งงานด้วย รอดูท่าทีของเขาก่อนก็แล้วกัน”
ทว่าเซียวจิ่งเฉินกลับเอ่ยออกมาว่า “ข้าว่างานแต่งของหลินซิ่วไม่จำเป็นต้องรีบร้อนถึงเพียงนั้น ควรให้นางพบเจอชายหนุ่มมากความสามารถอีกสักสองสามคนถึงจะดี ให้นางได้เปิดโลกบ้าง ค่อย ๆ เลือก ไม่จำเป็นต้องยึดติดอยู่กับซูเฉิงซีเพียงแค่คนเดียว”
หลินหร่วนค่อนข้างประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าความคิดของเขาจะเปิดกว้างเพียงนี้ ถึงกับสนับสนุนให้หลินซิ่วมองชายหนุ่มคนอื่น ๆ เพิ่มเติม
“หากทำเช่นนั้นจะไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือ ? ”
เซียวจิ่งเฉินเอ่ยอย่างไม่แยแสว่า “ชื่อเสียง ? ของแบบนี้หากอยู่ต่อหน้าผลประโยชน์และอำนาจแล้ว มันไม่มีค่าให้เอ่ยถึงด้วยซ้ำ”
สำหรับคนที่มีชีวิตอยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจมาตั้งแต่ยังเยาว์ ชื่อเสียงไม่ใช่ของมีค่าอันใด
“หลินซิ่วไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงหรอก นางยังไม่ได้หมั้นหมายอย่างเป็นทางการ ตอนนี้ตัวนางถือว่ามีชื่อเสียงในเมืองชิงโจวอยู่บ้าง ผนวกกับจุดยืนของเจ้าภายในใจชาวเมืองชิงโจว ไหนจะชื่อเสียงของตระกูลฉีอีก การที่หลินซิ่วหลงชอบบุตรชายจือโจวตำแหน่งเล็ก ๆ ได้ ถือว่าพวกเขาโชคดีมากแล้ว หากพวกเขาคิดจะยกเลิกงานแต่ง เช่นนั้นคนที่จะเสื่อมเสียชื่อเสียงคงไม่ใช่หลินซิ่ว”
ตอนนี้คำเอ่ยในทำนองเดียวกัน ถูกเอ่ยออกมาจากปากของซูจือโจวภายในห้องหนังสือของจวนตระกูลซูเช่นเดียวกัน
วันนี้เขาทำงานที่ศาลาว่าการมาทั้งวัน ในขณะที่เพิ่งกลับมาถึงจวน ยังไม่ทันได้นั่งเลยด้วยซ้ำ ฮูหยินซูก็ตรงเข้ามาหาเขาแล้ว พอมาถึงนางก็เอ่ยเรื่องยกเลิกงานแต่งกับตระกูลหลินทันที
ซูจือโจวตื่นตกใจเป็นอย่างมาก “เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังเอ่ยเรื่องอันใดอยู่ ? ”
จนกระทั่งตอนนี้ฮูหยินซูก็ยังโมโหไม่หาย “ข้าไม่ได้บ้า ทว่างานแต่งนี่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยกเลิก ! แม้ว่าการยกเลิกงานแต่งจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของหลินซิ่ว แต่ข้าจะคิดหาวิธีชดเชยให้นางทีหลัง ไม่ว่านางจะเรียกร้องอันใดก็ได้ทั้งนั้น แต่งานแต่งจะต้องถูกยกเลิก”
ซูจือโจวโมโหจนแน่นหน้าอก จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า “ตอนนั้นเจ้าพึงพอใจกับงานแต่งนี้มาก เหตุใดตอนนี้ถึงมาโวยวายให้ยกเลิกเล่า เจ้าคิดว่าพวกเขาเป็นผู้ใด ? เจ้าคิดว่าองค์หญิงฉางหนิงกับตระกูลหลินไม่มีความสัมพันธ์อันใดต่อกันแล้ว เจ้าจะทำอันใดตามใจชอบก็ได้หรือ ? ส่วนเรื่องชดเชย เจ้าจะเอาอันใดไปชดเชยให้พวกเขากัน ? เจ้าตบหน้าพวกเขา แล้วยังคิดว่าตนเองจะสามารถเหยียบซ้ำได้หรือ ! ”
ยกเลิกงานแต่งแล้วค่อยชดใช้ ? นั่นเรียกว่าชดใช้ที่ไหนกันเล่า ? เรียกว่ารังแกกันเกินไปต่างหาก ! เจ้าคิดว่าสตรีบ้านนั้นเป็นตัวอันใดกัน ?
ฮูหยินซูตระหนักได้ว่าการทำแบบนั้นดูไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก แต่นางก็ยังแสดงท่าทีเด็ดเดี่ยวตามเคย “ตอนนั้นข้าไม่รู้ว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ ข้าเห็นว่าซีเอ๋อร์ชอบพอหลินซิ่ว ดังนั้นจึงเอ่ยปากเรื่องงานแต่ง หากรู้ว่านางมีลูกไม่ได้เช่นนี้ ข้าไม่มีทางปล่อยให้ซีเอ๋อร์แต่งงานกับนางอย่างแน่นอน ! ”
ซูจือโจวขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าว่าอย่างไรนะ ? ”
ฮูหยินซูเพิ่งตระหนักได้ว่าตนเองยังไม่ได้อธิบายถึงสาเหตุของการยกเลิกงานแต่ง “หลินซิ่วมีลูกไม่ได้ นอกจากนี้นางยังคัดค้านไม่ยอมให้ซีเอ๋อร์มีอนุอีกด้วย ! นี่คือสาเหตุที่ข้าอยากยกเลิกงานแต่ง ตัวนางมีลูกไม่ได้ก็ช่างเถิด แต่นางยังไม่ยอมให้ลูกของเรารับอนุอีก นี่ไม่ใช่การอาศัยบารมีขององค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินข่มเหงผู้อื่นหรอกหรือ ! ”
สีหน้าของซูจือโจวเคร่งขรึมขึ้นมาทันใด “เป็นเรื่องจริงหรือ ? ”
“ข้าจะนำเอาเรื่องแบบนี้มาล้อเล่นเพื่ออันใด หยู่โหลวได้ยินมากับหูตนเอง นอกจากนี้นางยังมีปัญหากับหลินซิ่วเพราะเรื่องนี้อีกด้วย ตอนนั้นหลินซิ่วกับฮูหยินแซ่เสิ่นกำลังบีบบังคับให้ซีเอ๋อร์รับปากว่าจะไม่รับอนุภรรยา หยู่โหลวคิดว่าพวกนางทำเกินเหตุ ดังนั้นนางจึงออกหน้าแทนซีเอ๋อร์สองสามประโยค ผลลัพธ์คือหลินซิ่วกลับชักสีหน้า ทิ้งคนที่เหลือเอาไว้ แล้ววิ่งออกไปทันที”
ยิ่งคิดฮูหยินซูก็ยิ่งโมโห “หลินซิ่วผู้นี้ อาศัยความสัมพันธ์กับองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดิน ทำราวกับว่าตนเองเป็นคนสำคัญ ไม่เพียงเรียกร้องอย่างเกินเหตุเท่านั้น ทว่ายังบกพร่องเรื่องมารยาทอีกด้วย นางกล้าชักสีหน้า แล้ววิ่งออกไปได้อย่างไร นี่เป็นพฤติกรรมที่คุณหนูตระกูลใหญ่ควรมีหรือเจ้าคะ ! วันข้างหน้าหากซีเอ๋อร์เป็นขุนนาง ไม่รู้ว่านิสัยเช่นนี้ของนางจะทำให้ผู้อื่นขุ่นเคืองมากเพียงใด”
“จริงสิ ! ยังมีอีกสาเหตุหนึ่งที่ข้ายืนกรานจะยกเลิกงานแต่งนี่ให้ได้ วันนี้ซีเอ๋อร์วิ่งมาบอกกับข้าว่า…เขาอยากช่วยขยายโรงหมอให้หลินซิ่ว ทั้งยังบอกว่าตนเองสนับสนุนให้หลินซิ่วดูแลโรงหมอต่อ แม้ว่าจะแต่งงานกันแล้ว ลูกสะใภ้ของพวกเราจำเป็นต้องออกไปเผยโฉมทำงานงก ๆ ด้วยหรือ ? ”
“ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่เห็นดีเห็นงามกับงานแต่งนี่ จำต้องยกเลิกเท่านั้น ถ้าหากหลินซิ่วแต่งเข้าตระกูลซูของพวกเรา จะไม่เท่ากับทำลายคนรุ่นหลังของตระกูลซูหรือเจ้าคะ ? ! ”
ฮูหยินซูบ่นโวยวายยกใหญ่ สีหน้าหงิกงอยิ่งกว่าอะไรดี
แม้ว่าซูจือโจวจะหงุดหงิดมากเช่นกัน แต่สุดท้ายเขาก็เป็นขุนนางมากว่าสิบปี ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามอย่างใจเย็นและเป็นกลางว่า “เรื่องที่หลินซิ่วมีลูกไม่ได้ เจ้าไปตรวจสอบมาแน่ชัดแล้วใช่หรือไม่ ? ”
“ยังจะต้องตรวจสอบอันใดอีก ? หลินซิ่วเอ่ยเรื่องนี้ออกมาด้วยตนเอง แล้วจะเป็นเรื่องโกหกได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ ? ”
ฮูหยินซูกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น สาเหตุที่หลินซิ่วทำตัวโอหังได้ถึงเพียงนี้ ไม่ใช่เพราะอาศัยบารมีขององค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินหรืออย่างไร !
ซูจือโจวเม้มปากแน่น “ตั้งแต่ต้นจนจบเจ้าแค่ได้ยินเรื่องนี้มาจากปากผู้อื่นเท่านั้น ? ”
ฮูหยินซูพยักหน้ารับ
“เหลวไหล ! ” ซูจือโจวตะคอกเสียงดัง “เรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้ ยังไม่ทันได้ตรวจสอบให้ดี ก็โวยวายขอยกเลิกงานแต่งแล้ว เจ้าบ้าหรือปัญญาอ่อนกัน ! แม้ว่าหลินซิ่วจะไม่มีความสัมพันธ์กับองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดิน แต่เจ้าก็ไม่ควรด่วนตัดสินใจเช่นนี้ ! ”
ฮูหยินซูโต้เถียงอย่างไม่คิดจะยอมแพ้ “นั่นเป็นสิ่งที่หลินซิ่วเอ่ยออกมาด้วยตนเองนะเจ้าคะ แล้วมันจะเป็นเรื่องโกหกได้อย่างไร ? อีกอย่างข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้ได้อย่างไร ? หรือต้องไปถามหลินซิ่วด้วยตนเองว่านางมีลูกได้หรือไม่ ? ”
ซูจือโจวโมโหมามากพอแล้ว “แม้ว่าจะตรวจสอบหลินซิ่วไม่ได้ แต่เจ้าเคยถามเฉิงซีแล้วหรือยัง ? ”
ฮูหยินซูกลอกตาใส่ซูจือโจวหนึ่งครา “ถามเขาจะไปได้คำตอบอันใด เขาถึงกับสนับสนุนให้หลินซิ่วเปิดโรงหมอต่อหลังจากแต่งงานกันแล้ว แล้วยังจะมีเรื่องอันใดที่ช่วยปกปิดให้นางไม่ได้อีก ไม่แน่ว่าหลินซิ่วอาจจะวางยาเสน่ห์ซีเอ๋อร์ ไม่เช่นนั้นเหตุใดซีเอ๋อร์ถึงได้เชื่อฟังนางเพียงนี้ ! ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยกเลิกงานแต่งครานี้ หลินซิ่วจะแต่งเข้าจวนตระกูลซูของพวกเราไม่ได้เด็ดขาด ! ”
หลังจากเอ่ยจบ ฮูหยินซูก็ลุกขึ้นยืน แล้วพาสาวใช้ของตนเองออกไปทันที
ซูจือโจวยังคงโมโหไม่หาย เขาเรียกเด็กรับใช้เข้ามา แล้วออกคำสั่งว่า “ไปเรียกเฉิงซีมา”
เด็กรับใช้รีบหดคอ แล้ววิ่งออกไปทันที
ซูเฉิงซีกำลังอ่านตำราอยู่ในห้อง เมื่อได้ยินเด็กรับใช้บอกว่าท่านพ่อเรียกให้เขาไปพบที่ห้องหนังสือ เขาจึงรีบออกไปทันที
เดิมทีคิดว่าท่านพ่อจะทดสอบความรู้ของเขา แต่คาดไม่ถึงว่าท่านพ่อจะเอ่ยถามเรื่องอื่น “พ่อได้ยินมาว่าหลินซิ่วมีลูกไม่ได้อย่างนั้นหรือ ? ”