หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1159 ราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
ตอนที่ 1159 ราดน้ำมันลงบนกองเพลิง
หลังจากฮูหยินซูดื่มรังนกเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางจึงวางถ้วยลง แล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “ยังคงเป็นสตรีที่ใส่ใจมากกว่า มีบุตรชายก็เหมือนมีคนตามทวงหนี้ เอาแต่ทำให้ข้าอึดอัดใจ”
ไป๋หยู่โหลวเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มว่า “บุตรชายย่อมไม่ละเอียดลออเท่าบุตรสาวอยู่แล้วเจ้าค่ะ แต่อีกไม่นานท่านพี่ก็จะแต่งงานแล้วไม่ใช่หรือเจ้าคะ พอแต่งพี่สะใภ้เข้ามา ประเดี๋ยวนางก็ช่วยแสดงความกตัญญูแทนท่านพี่เองแหละเจ้าค่ะ นางคงเอาใจใส่ไม่แพ้ท่านพี่ พอถึงเวลานั้นท่านป้ารอเพลิดเพลินกับความสุขที่ไม่รู้จบได้เลยเจ้าค่ะ”
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ สีหน้าของฮูหยินซูมืดมนขึ้นมาทันใด
ไป๋หยู่โหลวรู้สึกดีใจมากยิ่งนัก แต่นางไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า จากนั้นก็แสร้งเอ่ยแสดงความห่วงใยว่า “ท่านป้ายังหงุดหงิดกับเรื่องเมื่อวานอยู่หรือเจ้าคะ ? ท่านป้า เมื่อคืนหลานลองคิดทบทวนดูแล้ว คิดว่าหลานไม่ควรเอ่ยกับท่านป้าเช่นนั้น บางทีหลานอาจจะได้ยินผิดไป แม่นางหลินซิ่วเป็นศิษย์ของอาจารย์ฉีผู้โด่งดัง ร่างกายของนางน่าจะไม่มีปัญหาเหล่านั้น แต่ถึงจะมี ตอนนี้นางยังเยาว์วัย มีหลายอย่างที่ยังมองไม่ขาด รอให้นางเติบใหญ่ขึ้นอีกสักสองสามปี ประเดี๋ยวนางก็เข้าใจเรื่องสืบทอดเชื้อสายวงศ์ตระกูลเองแหละเจ้าค่ะ”
“ท่านป้า ท่านพี่ชอบหลินซิ่วจากใจจริง ทั้งยังให้ความสำคัญกับแม่นางหลินซิ่วอย่างมาก ท่านอย่าโมโหท่านพี่เพราะเรื่องนี้เลยนะเจ้าคะ หากมีเรื่องอันใดก็ควรสนทนากันดี ๆ หรือจะถอยให้กันบ้างก็เป็นเรื่องที่สมควร เดิมทีการเกี่ยวดองกับตระกูลหลินเป็นเรื่องมงคล จะปล่อยให้แม่ลูกร้าวฉานกันเพราะเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่เช่นนั้นหลานคงรู้สึกผิดตามไปด้วย”
คำเอ่ยของนาง ภายนอกฟังดูเหมือนกำลังเกลี้ยกล่อมฮูหยินซู ทว่าในความเป็นจริง มันเหมือนการราดน้ำมันลงบนกองไฟ
ไม่เพียงย้ำเตือนว่าหลินซิ่วไม่อาจมีบุตรได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเตือนฮูหยินซูว่าหลินซิ่วมีความสำคัญกับซูเฉิงซีมากเพียงใด สำคัญจนทำให้พวกนางสองแม่ลูกร้าวฉานกันได้ ซูเฉิงซีสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อหลินซิ่ว
เมื่อฮูหยินซูได้ยินดังนั้น นางก็หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม
พอคิดว่าหลังจากหลินซิ่วแต่งเข้ามาในตระกูลซู บุตรชายก็จะไม่ลงรอยกับตนเองอีกต่อไป หลินซิ่วอาจจะไม่เห็นตนเองอยู่ในสายตา แม้แต่อำนาจในการดูแลจวนก็อาจจะตกไปอยู่ในมือของหลินซิ่วด้วย ดังนั้นนางจึงรู้สึกแย่จนต้องกัดฟันแน่น
ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด !
นางตั้งครรภ์มาเกือบ 10 เดือน ยอมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบุตรชายมากว่า 10 ปี แล้วนางจะยอมปล่อยให้หลินซิ่วเข้ามายึดครองทุกอย่างได้อย่างไร !
งานแต่งนี่ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องยกเลิก !
ฮูหยินซูหันไปเอ่ยกับไป๋หยู่โหลวว่า “หยู่โหลว ข้ามีเรื่องบางอย่างต้องจัดการ เจ้ากลับไปพักผ่อนก่อนเถิด หากต้องการอันใด เจ้าก็บอกพ่อบ้านได้เลย อย่าทำให้ตนเองน้อยเนื้อต่ำใจล่ะ”
ไป๋หยู่โหลวลุกขึ้นยืน แล้วเอ่ยออกมาว่า “ถ้าเช่นนั้นหลานขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ หลานช่วยแบ่งเบาภาระท่านไม่ได้ แต่สามารถช่วยแนะนำท่านได้ บุตรหลานมีบุญวาสนาของตนเอง แม้ว่าแม่นางหลินซิ่วอาจจะมีข้อด้อยบางอย่าง แต่นางเป็นศิษย์ของอาจารย์ฉี ทั้งยังมีพี่สาวเป็นถึงองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดิน ในอนาคตต้องช่วยผลักดันพี่ชายได้ไม่น้อยเป็นแน่ หากท่านพี่และว่าที่พี่สะใภ้รักใคร่ปรองดองกัน ตระกูลซูต้องรุ่งเรืองขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนเจ้าค่ะ”
ก่อนจะออกไป ไป๋หยู่โหลวยังฉวยโอกาสหยิบยกฐานะของหลินซิ่วมาสุมไฟโทสะให้กับฮูหยินซูเพิ่มอีก
หลินซิ่วมีฐานะไม่ธรรมดา มีองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินกับตระกูลฉีคอยให้ท้าย สามารถกุมอนาคตของซูเฉิงซีและซูจือโจวเอาไว้ในมือได้อย่างง่ายดาย หากในอนาคตฮูหยินซูคิดจะกำหนดกฎเกณฑ์หลินซิ่ววางมาดเป็นแม่สามี ก็คงต้องชั่งน้ำหนักให้ดี
หลังจากเพิ่มความไม่พอใจให้กับฮูหยินซูเสร็จแล้ว ไป๋หยู่โหลวจึงพาหลิงหลงสาวใช้ของตนเองออกมาจากเรือนฮูหยินซู
เมื่อคิดถึงท่าทีที่ฮูหยินซูมีต่อหลินซิ่วในเวลานี้ นางก็ดีใจยิ่งกว่าอะไรดี
ทว่านางค่อนข้างฉลาด นางไม่ได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา เมื่อหันไปเห็นหลิงหลงยกยิ้มที่มุมปาก นางจึงเค้นเสียงดุเบา ๆ ว่า “หุบยิ้มเสีย ! ตอนนี้พวกเราต้องระวังทุกฝีก้าว หากผิดพลาดเพียงน้อย อาจจะมีคนสังเกตเห็นเอาได้”
หลิงหลงรีบหยิกตนเองด้วยความรุนแรง นางเจ็บจนเกือบน้ำตาไหล จากนั้นก็เอ่ยถามออกมาว่า “คุณหนู พวกเราจะทำอย่างไรต่อไปเจ้าคะ ? ”
ไป๋หยู่โหลวมองไปทางเรือนของซูเฉิงซี “แน่นอนว่าต้องแจ้งข่าวให้ท่านพี่ทราบอยู่แล้ว”
หากสุมไฟแค่กองเดียว ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่นางคาดหวัง
ซูเฉิงซีกำลังฟังรายงานจากเด็กรับใช้
“คุณชาย ข้าน้อยไปสืบมาแล้วขอรับ เมื่อวานหลังจากคุณชายออกมาจากเรือนของฮูหยิน ญาติผู้น้องของท่านก็เข้าไปเยี่ยมฮูหยินต่อทันที ฮูหยินอารมณ์เสียตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา พอนายท่านกลับมาถึงจวน ฮูหยินก็ไปพบนายท่านทันทีเลยขอรับ”
“น้องหญิงไปหาท่านแม่หรือ ? รู้หรือไม่ว่าพวกนางสนทนาเรื่องอันใดกัน ? ”
เด็กรับใช้ส่ายหน้า “ตอนที่ญาติผู้น้องของท่านกับฮูหยินสนทนากัน ทุกคนที่อยู่ในห้องถูกฮูหยินไล่ออกมาขอรับ”
ซูเฉิงซีคิดว่าปัญหาต้องมาจากไป๋หยู่โหลว เขาคิดว่าต้องไปถามนางให้รู้เรื่อง แต่ในขณะที่เขากำลังลุกขึ้นยืน บ่าวรับใช้กลับเข้ามารายงานว่า “คุณชาย คุณหนูบอกว่ามีเรื่องจะสนทนากับท่านขอรับ ตอนนี้กำลังรออยู่นอกเรือน”
“ให้นางเข้ามา”
หลังจากไป๋หยู่โหลวได้รับอนุญาตแล้ว นางก็พาหลิงหลงเดินเข้ามา ในระหว่างนั้น นางยังแสร้งทำหน้าเป็นกังวลได้อย่างแนบเนียน
เมื่อเห็นซูเฉิงซี ไป๋หยู่โหลวจึงรีบเอ่ยขอโทษทันที “ท่านพี่ เมื่อวานหลินซิ่วออกไปกะทันหัน ข้ากลัวว่าตนเองจะเอ่ยอันใดไม่เหมาะสม จนทำให้แม่นางหลินซิ่วโมโห เดิมทีข้าคิดว่าจะมาหาท่าน เพื่อขอให้ท่านช่วยเอ่ยกับแม่นางหลินซิ่วแทนข้าหน่อย แต่ข้าคิดว่าคงไม่ค่อยเหมาะเท่าใดนัก ดังนั้นข้าเลยไปหาท่านป้า ท่านป้าถามข้าว่าทำอันใดให้แม่นางหลินซิ่วขุ่นเคือง ข้าจึงเล่าออกไปตามตรง แต่คาดไม่ถึงว่าท่านป้าจะเปลี่ยนสีหน้า เมื่อครู่ข้าไปคารวะท่านป้าที่เรือน และสนทนากับท่านป้าสองสามประโยค รู้สึกเหมือนว่าท่านป้าจะเข้าใจผิดหลายอย่าง ข้ากลัวว่าตนเองจะสร้างปัญหาให้กับท่านพี่ ดังนั้นจึงรีบมาบอกท่านเจ้าค่ะ”
ซูเฉิงซีเอ่ยถามออกมาตรง ๆ ว่า “เจ้าสนทนาอันใดกับท่านแม่ ถึงได้ทำให้ท่านแม่โกรธเพียงนี้ ? ”
ไป๋หยู่โหลวรู้อยู่แล้วว่าเขาต้องเอ่ยถามเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงแสร้งทำท่าทีรู้สึกผิด แล้วเอ่ยออกมาว่า “ข้าไม่ได้เอ่ยอันใดมาก แค่เล่าเรื่องในร้านฉวิ๋นเว่ยจี้ให้ท่านป้าฟังเท่านั้น ตอนนี้ท่านป้ากำลังเข้าใจผิด เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับชื่อเสียงของแม่นางหลินซิ่ว ดังนั้นหลังจากลองคิดดูดี ๆ แล้ว ข้าก็เลยตัดสินใจมาบอกท่าน เพื่อให้ท่านช่วยตัดสินใจว่าจะอธิบายกับท่านป้าอย่างไรดี”
ซูเฉิงซีเอ่ยถามพร้อมกับจ้องเข้าไปในดวงตานาง “เป็นเช่นนี้จริง ๆ หรือ ? ”
ไป๋หยู่โหลวไม่หลบสายตา “จริงแท้แน่นอนเจ้าค่ะ ข้าบอกกับท่านป้าว่า…ตอนนั้นข้าได้ยินแม่นางหลินซิ่วกับฮูหยินเสิ่นเอ่ยถามท่านพี่ว่าหากแม่นางหลินซิ่วมีลูกไม่ได้ ท่านจะทำอย่างไร รวมถึงเรื่องที่ข้าบุกเข้าไปในห้องส่วนตัวโดยพลการ ข้าล้วนเอ่ยความจริงทั้งหมดเจ้าค่ะ หากท่านพี่ไม่เชื่อ ลองไปสอบถามท่านป้าได้เจ้าค่ะ”
ซูเฉิงซีย่อมคาดไม่ถึงว่าหญิงสาวอายุ 16 – 17 ปีอย่างไป๋หยู่โหลวจะมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายจนไม่แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา เมื่อเขาเห็นดวงตาอันแน่วแน่ของนาง เขาจึงเชื่อคำเอ่ยของนางไปโดยปริยาย
ไป๋หยู่โหลวถอนหายใจออกมา ราวกับรู้สึกผิดเต็มประดา “ท่านพี่ ข้าต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ข้าไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะทำให้ท่านป้าเข้าใจแม่นางหลินซิ่วผิดไป ข้าพยายามอธิบายให้ท่านป้าฟังแล้ว แต่ดูเหมือนท่านป้าจะไม่ค่อยอยากฟังสักเท่าใดนัก ข้ากลัวว่าเรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่องานแต่งของท่านพี่กับแม่นางหลินซิ่ว ดังนั้นข้าเลยมาบอกท่านตามตรง ท่านพี่จะด่าหรือทุบตี ข้าก็ยินดีรับโทษเจ้าค่ะ”
ซูเฉิงซีเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ “หากข้าด่าหรือทุบตีเจ้า มันจะช่วยแก้ปัญหาอันใดได้ ? เอาล่ะ เจ้ากลับไปก่อนเถิด ประเดี๋ยวข้าจะคิดหาวิธีแก้ไขเรื่องนี้เอง”