หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1161 ไร้เดียงสาแต่ไม่ได้โง่
ตอนที่ 1161 ไร้เดียงสาแต่ไม่ได้โง่
หลินซิ่วค่อนข้างงุนงง “ไม่ได้เจรจาเรื่องงานแต่งพอสมควรแล้วหรอกหรือ ? เหตุใดอยู่ ๆ ถึงอยากให้พี่สาวของข้ามาเป็นแม่สื่อเล่า ตอนนี้พี่สาวของข้า…นางอยู่ที่หลิงหนาน เดินทางไม่ค่อยสะดวกเท่าใดนัก งานแต่งของพวกเราถูกกำหนดแล้ว หากจะเปลี่ยนแม่สื่อใหม่ตอนนี้ ดูไม่ค่อยเหมาะสมหรือไม่ ? ”
สีหน้าของซูเฉิงซีเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน “หลินซิ่ว กะ…เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นในจวนของข้า งานแต่งของพวกเราอาจจะไม่ค่อยราบรื่นเท่าใดนัก”
หลินซิ่วรีบเอ่ยถามออกมาว่า “เกิดเรื่องอันใดขึ้น ? เกี่ยวกับข้าอย่างนั้นหรือ ? ”
ไร้เดียงสาส่วนไร้เดียงสา ทว่านางไม่ได้โง่เขลา ดูจากท่าทางอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของซูเฉิงซี ทั้งยังอยากให้หลินหร่วนมาเป็นแม่สื่ออีก เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนาง
ซูเฉิงซีไม่อยากโกหกนาง ตอนนี้เรื่องราวกลายเป็นแบบนี้ไปแล้ว หากยังปกปิดต่อไป แล้วเกิดอันใดขึ้นกับนาง หลินซิ่วจะรับมือได้อย่างไร
“ท่านแม่เข้าใจผิดน่ะ นางไม่ค่อยพึงพอใจกับงานแต่งของพวกเราสักเท่าใดนัก ดังนั้นข้าเลยอยากให้องค์หญิงฉางหนิงมาเป็นแม่สื่อ แบบนี้จะต้องแก้ปัญหาทุกอย่างได้เป็นแน่”
หลินซิ่วเม้มปากแน่น จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า “เข้าใจผิดเรื่องอันใด ? เฉิงซี เจ้าอย่าเอาแต่อ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ได้หรือไม่ ข้าต้องการรู้เรื่องทุกอย่าง”
ซูเฉิงซีถอนหายใจยาวออกมา “วันที่พวกเราไปสนทนากันที่ร้านฉวิ๋นเว่ยจี้ หยู่โหลวเข้าใจผิดคิดว่าเจ้าโกรธนาง ดังนั้นนางจึงไปหาท่านแม่ของข้าเพราะอยากให้ท่านแม่ช่วยปรับความเข้าใจ แต่ผู้ใดจะไปคาดคิดว่าท่านแม่กลับคิดไปอีกทาง…”
หลินซิ่วขมวดคิ้วมุ่น “เจ้าหมายความว่า…ฮูหยินซูเข้าใจผิดคิดว่าข้ามีลูกไม่ได้หรือ ? ”
ซูเฉิงซีพยักหน้าด้วยความลำบากใจ “หลินซิ่ว ข้าขอโทษด้วยนะ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้ เช้านี้หยู่โหลวนางมาขอโทษข้า…”
“เหตุใดนางต้องมาขอโทษเจ้าด้วย ? ”
หลินซิ่วเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา “ข้าไม่รู้ว่านางไปเอ่ยอันใดกับฮูหยินซู ฮูหยินซูถึงได้เข้าใจผิดเช่นนี้ คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดควรจะเป็นข้าต่างหาก แล้วนางจะขอโทษเจ้าเพื่อเหตุใด ? ”
ตอนนี้นางเข้าใจความคิดของไป๋หยู่โหลวจนกระจ่างแล้ว ดังนั้นเมื่อได้ยินว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับไป๋หยู่โหลว สัญชาตญาณของนางก็ได้บอกว่า…ไป๋หยู่โหลวจะต้องวางอุบายในเรื่องนี้อย่างแน่นอน
ไม่เช่นนั้นอยู่ดี ๆ ฮูหยินซูจะเข้าใจนางผิดได้อย่างไร ?
ซูเฉิงซีอธิบายออกมาว่า “นางคิดว่าเพราะตัวนางเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้เกิดเรื่องทั้งหมดขึ้น ดังนั้นถึงได้มาขอโทษข้า หลินซิ่ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเอ่ยถึงเรื่องนี้ พวกเรามาช่วยกันคิดหาวิธีก่อนดีกว่าว่าจะทำให้ท่านแม่เลิกเข้าใจผิดได้อย่างไร”
หลินซิ่วเม้มปาก “ข้าคิดไม่ออก พี่สาวของข้าอยู่ที่หลิงหนาน หากบอกนางตอนนี้ ต้องใช้เวลาเดินทางกว่าสองเดือน พอถึงตอนนั้นงานแต่งของพวกเราคงถูกจัดไปแล้ว ถึงนางจะกลับมา ก็ไม่มีประโยชน์อันใด”
นางไม่บอกกับซูเฉิงซีหรอกว่าพี่สาวของนางกลับมานานแล้ว เรื่องนี้ทำให้นางอารมณ์เสียอย่างถึงที่สุด อยู่ดี ๆ ก็มีคนเข้าใจผิดคิดว่านางมีลูกไม่ได้ ฟังจากคำเอ่ยของซูเฉิงซีแล้ว เหมือนว่าฮูหยินซูคิดจะยกเลิกงานแต่ง
ร่างกายของนางไม่ได้มีปัญหาอันใด แล้วเหตุใดต้องคิดหาวิธีลบความเข้าใจผิดของฮูหยินซูด้วยกัน ? ครานี้ฮูหยินซูฟังคำเอ่ยยั่วยุไม่กี่ประโยคของไป๋หยู่โหลวก็เข้าใจผิดคิดว่านางมีลูกไม่ได้แล้ว แล้วคราหน้าจะเกิดอันใดขึ้นอีกกัน ?
แม้ว่านางจะไม่รู้ว่าควรจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร แต่นางก็รู้ว่าครานี้จะยอมให้ไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อซูเฉิงซีเห็นนางอารมณ์เสียแบบนั้น เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที เพราะสำหรับหลินซิ่วแล้ว เรื่องนี้มันเกินไปหน่อยจริง ๆ ไม่ว่าหญิงสาวบ้านใดถูกสงสัยเรื่องแบบนี้ ก็รับไม่ได้ทั้งนั้น
แต่เรื่องก็ได้เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ต้องหาทางแก้ถึงจะถูก
ด้วยเหตุนี้ซูเฉิงซีจึงจับมือหลินซิ่วเอาไว้หลวม ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “หลินซิ่ว ข้ารู้ว่าเรื่องนี้ทำให้เจ้ารู้สึกแย่ แต่ในเมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว พวกเราควรหาทางแก้ หลินซิ่ว เรื่องนี้ตระกูลซูทำผิดต่อเจ้า ข้าเองก็รู้สึกผิดมากเช่นกัน เดิมทีข้าควรเป็นคนแก้ไขเรื่องนี้ ทว่าตอนนี้ในหัวของข้าว่างเปล่า คิดหาทางออกที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้ว ดังนั้นจึงอยากมาปรึกษากับเจ้าน่ะ”
หลินซิ่วใจอ่อนเพราะท่าทีน่าสงสารของเขา “ข้าก็คิดไม่ออกเหมือนกัน”
หญิงสาวอย่างนางถูกสงสัยเรื่องแบบนี้ นางจะทำอันใดได้เล่า ? หรือต้องวิ่งไปยังจวนตระกูลซูเพื่อบอกฮูหยินซูว่าร่างกายของนางไม่ได้มีปัญหาใด ?
นางไม่ได้บ้าสักหน่อย !
ซูเฉิงซีเอ่ยออกมาเสียงเบาว่า “วิธีที่ข้าคิดได้ในตอนนี้คือเลื่อนงานแต่งออกไปก่อน จากนั้นค่อยให้องค์หญิงฉางหนิงออกหน้าด้วยตนเอง”
แม้ว่าการทำเช่นนี้จะเป็นการใช้อำนาจข่มท่านพ่อกับท่านแม่ของเขา แต่มันเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดแล้ว นอกจากจะไม่ทำให้หลินซิ่วต้องน้อยเนื้อต่ำใจแล้ว ยังทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่ของเขามีสติมากขึ้นอีกด้วย และเรื่องที่หลินซิ่วอยากดูแลโรงหมอต่อ ก็อาจจะถูกแก้ไขด้วย
เชิญองค์หญิงฉางหนิงมาออกหน้าช่วยเหลือ เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยากมากจริง ๆ เขาไม่มีปัญญาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง ดังนั้นควรให้คนนอกมาช่วย
เขาไม่สนใจศักดิ์ศรีของตนเอง หากเทียบกับศักดิ์ศรีของตนเองแล้ว ชื่อเสียงของหลินซิ่วสำคัญกว่า ยิ่งไปกว่านั้นเสียหน้ากับคนในครอบครัวเดียวกัน ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด
เมื่อหลินซิ่วได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้น นางจึงเริ่มหวั่นไหวขึ้นมา
เพราะนี่เป็นวิธีที่เหมาะสมจริง ๆ นั่นแหละ ไม่ว่าอย่างไรท่านพี่ก็มาถึงเมืองชิงโจวแล้ว หากนางออกหน้าด้วยตนเอง จะต้องช่วยจัดการเรื่องนี้ได้อย่างราบรื่นแน่นอน
ด้วยเหตุนี้หลินซิ่วจึงเอ่ยออกมาว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าจะลองกลับไปคิดดูนะ”
ซูเฉิงซีรู้สึกโล่งอกไม่น้อย เขาพยักหน้ารับพร้อมด้วยรอยยิ้ม “ได้ ! ถ้าหากองค์หญิงฉางหนิงไม่ยอมช่วย พวกเราค่อยคิดหาทางอื่นกัน”
หลังจากกลับมาจากท่าเรือแล้ว หลินซิ่วก็ตรงไปที่บ้านของหลินหร่วนทันที
“ท่านพี่ ท่านคิดเห็นว่าอย่างไรเจ้าคะ ? ”
หลังจากนางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้หลินหร่วนฟังตามตรงแล้ว นางก็รอให้หลินหร่วนแสดงความเห็นอย่างใจจดใจจ่อ
หลินหร่วนค่อนข้างพึงพอใจกับวิธีการของซูเฉิงซี ถือว่ายังพอมีความคิดอยู่บ้าง ไม่ได้เชื่อฟังคำยั่วยุของแม่นางบัวขาว แล้ววิ่งมาตรวจร่างกายหลินซิ่ว
หากซูเฉิงซีเอ่ยเรื่องเหลวไหลนั่นออกมาจริง ๆ นางก็ไม่ถือสาที่จะตีเขาจนอึไหล จากนั้นค่อยบังคับให้เขากินเข้าไปอีกรอบ !
“เป็นวิธีที่ดี แต่หากจะให้ข้าช่วยออกหน้า งานแต่งจะต้องเลื่อนออกไปก่อน เจ้าอยากเลื่อนออกไปหรือ ? ”
หลินซิ่วค่อนข้างลังเล “ท่านพี่ ข้าไม่รู้ว่าควรเลื่อนออกไปหรือไม่ แต่หากเป็นไปได้ ข้าหวังให้เป็นไปตามฤกษ์ ตอนนี้ข้าตัดสินใจไม่ได้ หากข้าแต่งเข้าตระกูลซูด้วยสถานการณ์เช่นนี้ คงจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าใดนัก”
ฮูหยินซูฟังคำเอ่ยยั่วยุไม่กี่ประโยค ก็เข้าใจผิดคิดว่านางมีลูกไม่ได้แล้ว นางเริ่มเป็นกังวลว่าหากแต่งเข้าไปทั้งอย่างนี้ จะเกิดความขัดแย้งยิ่งกว่าเดิม
ดังนั้นนางจึงไม่อยากรีบร้อนแต่งงานสักเท่าใดนัก
อย่างไรคงต้องรอดูท่าทีของคนตระกูลซูให้แน่ชัดก่อน แล้วค่อยหารือเรื่องแต่งงานก็ยังไม่สาย
หลินหร่วนยิ้มปลอบใจ เด็กคนนี้ไม่ได้โง่ ไม่ได้ลุ่มหลงไปกับความรัก หรือคิดแต่จะอยู่เคียงคู่กับคนในใจ อย่างน้อยนางก็ยังรู้จักวิเคราะห์ว่าสถานการณ์เช่นนี้จะส่งผลอย่างไรกับตนเอง
แม้ว่าจะยังมีความคิดของเด็ก ๆ และไม่มีวิธีการรับมือดี ๆ แต่นางกลับใจเย็น รู้จักคิดตริตรองให้ดี เช่นนี้ไม่ต้องกังวลแล้วว่าในอนาคตนางจะถูกผู้อื่นรังแก
“ในเมื่อเจ้าไม่แน่ใจ เช่นนั้นก็เลื่อนงานแต่งออกไปก่อนเถิด พวกเราไม่ได้รีบออกเรือน ไม่จำเป็นต้องสนใจความคิดของตระกูลซูมากเพียงนั้น คราหน้าพอซูเฉิงซีมาหาเจ้า เจ้าก็แค่บอกว่าส่งข่าวให้ข้าแล้ว ให้เขาค่อย ๆ รอต่อไป ข้าก็อยากจะเห็นว่าฮูหยินซูกับซูจือโจวจะมีท่าทีอย่างไรเช่นกัน”