หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1164 แผนการล้ำลึก
ตอนที่ 1164 แผนการล้ำลึก
ณ โรงน้ำชาตรงข้ามโรงหมอซือเอิน
ไป๋หยู่โหลวมองหลินซิ่วที่ยืนอยู่ในเรือนด้านหลังโรงหมอ ทันใดนั้นนางก็รีบลุกขึ้นยืน แล้วบอกให้เสี่ยวเอ้อร์คิดเงิน
นางมายังห้องส่วนตัวของโรงน้ำชาแห่งนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ เฝ้าอดทนรอมาโดยตลอด ในที่สุดฮูหยินซูก็มาที่โรงหมอ ทั้งยังนั่งรอหลินซิ่วทำงานตั้งครึ่งชั่วยาม
หลังจากออกมาจากโรงน้ำชาแล้ว ไป๋หยู่โหลวก็ขึ้นไปยังรถม้าที่นางเช่า แล้วบอกให้สารถีรีบขับกลับจวนจือโจว
หลิงหลงกระซิบถามว่า “คุณหนู พวกเราจะกลับไปที่จวนเพื่อเหตุใดหรือเจ้าคะ ? ”
ไป๋หยู่โหลวหัวเราะออกมาเบา ๆ “ท่านป้าพาหมอไปหาว่าที่พี่สะใภ้ของข้า เป้าหมายย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว ข้าก็ต้องกลับไปแจ้งข่าวให้พี่ชายรู้อย่างไรเล่า ? ”
หลิงหลงทำหน้าตกตะลึง “เหตุใดคุณหนูถึงทำเช่นนี้ล่ะเจ้าคะ ? ”
ไม่ใช่ว่าควรยืนมองอยู่เฉย ๆ หรืออย่างไร ? หากไปแจ้งข่าวให้คุณชายทราบ เช่นนั้นแผนการของฮูหยินซูจะสำเร็จหรือ ? ถ้าหากฮูหยินซูกับหลินซิ่วไม่ขัดแย้งกัน พวกเราจะไม่เสียแรงเปล่าหรือ ?
ไป๋หยู่โหลวมองนางพร้อมด้วยรอยยิ้ม “เจ้าแค่รอดูก็พอแล้ว”
เหตุใดนางต้องไปแจ้งข่าวน่ะหรือ ? แน่นอนว่าอยากสร้างความทรงจำให้กับซูเฉิงซีในเรื่องนี้อย่างไรเล่า หากอยากแต่งเข้าตระกูลซู เอาแต่ประจบฮูหยินซูไม่ได้ผลหรอก
ซูเฉิงซีชอบหลินซิ่วถึงเพียงนั้น แม้ว่านางจะหาวิธีแต่งงานกับซูเฉิงซีได้แล้ว แต่ซูเฉิงซีก็คงไม่ค่อยชอบนางอยู่ดี ซูเฉิงซีไม่ได้โง่ หากเขารู้เรื่องที่นางทำลงไปทั้งหมด เขาจะมองนางอย่างไร เพียงแค่คิดก็ทราบถึงผลลัพธ์แล้ว
ชีวิตคนเราก็มีอยู่แค่นี้ นางไม่อยากเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เกลียดชังตนเองไปชั่วชีวิต
แต่หากนางแสดงเป็นตัวละครที่พยายามช่วยซูเฉิงซีกับหลินซิ่วทุกวิถีทางต่อหน้าเขาเล่า ?
เช่นนี้หากนางใช้อุบายทำให้ซูเฉิงซีตบแต่งกับนางในอนาคต ซูเฉิงซีก็จะไม่รังเกียจนาง กระทั่งรู้สึกขอบคุณที่นางพยายามช่วยเขากับหลินซิ่วด้วยซ้ำ จากนั้นนางค่อยใช้ความรู้สึกขอบคุณ สร้างความรู้สึกระหว่างชายหญิงขึ้นมากับซูเฉิงซี
นางไม่สนใจหรอกว่าซูเฉิงซีจะรักนางหรือไม่ แค่ทำให้ชีวิตที่เหลือของนางสุขสบายและราบรื่นได้ก็เพียงพอแล้ว
โรงหมอซือเอินอยู่ห่างจากจวนตระกูลซูไม่มากนัก รถม้าเดินทางมาได้ไม่นานก็หยุดลงที่หน้าจวนตระกูลซู
หลังจากลงมาจากรถม้า ไป๋หยู่โหลวก็รีบวิ่งไปที่เรือนของซูเฉิงซีทันใด
ระหว่างทางนางวิ่งวนไปมาและวิ่งกลับไปที่เรือนของตนเองหนึ่งรอบ ตอนไป๋หยู่โหลวไปถึงเรือนของซูเฉิงซี เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง สภาพดูไม่ค่อยได้สักเท่าใดนัก แม้แต่ดูน่าสงสารด้วยซ้ำ
“ท่านพี่ ท่านพี่ เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ ท่านรีบออกมาเร็วเข้า ! ”
ซูเฉิงซีกำลังอ่านตำราอยู่ในห้องหนังสือ หลังจากได้ยินเสียงของไป๋หยู่โหลว เขาจึงวางตำราในมือลง แล้วเดินออกมาพบนาง “เกิดอันใดขึ้น ? เหตุใดเจ้าถึงมีสภาพแบบนี้ล่ะ ? ”
ไป๋หยู่โหลวเอ่ยออกมาด้วยความร้อนรน “ท่านพี่ ท่านอย่าเพิ่งสนใจข้าเลย รีบไปที่โรงหมอซือเอินเร็วเข้าเถิดเจ้าค่ะ ท่านป้าพาคนไปหาแม่นางหลินซิ่ว ในกลุ่มนั้นยังมีหมอด้วยหนึ่งคน ข้าสงสัยว่าท่านป้าจะไปตรวจร่างกายของแม่นางหลินซิ่วเจ้าค่ะ”
หลังจากซูเฉิงซีได้ยินดังนั้น เขาก็รีบวิ่งออกไปทันที
ไป๋หยู่โหลวรีบวิ่งตามไป เพื่อความสุขในวันข้างหน้า นางดิ้นรนสุดชีวิตจริง ๆ ถึงกับไม่ทิ้งระยะห่างจากซูเฉิงซีมากนัก
พอไปถึงหน้าจวน ไป๋หยู่โหลวตะโกนเสียงดังว่า “ท่านพี่ นั่งรถม้าไปเถิดเจ้าค่ะ นั่นเป็นรถม้าที่ข้านั่งกลับมา ! ”
ซูเฉิงซีรีบกระโดดขึ้นไปบนรถม้า เขาไม่ได้รอไป๋หยู่โหลวแต่อย่างใด รีบบอกให้สารถีขับไปยังโรงหมอซือเอินทันใด
หลังจากรถม้าเคลื่อนตัวออกไปไกลแล้ว ไป๋หยู่โหลวก็ยืนไม่ไหวอีกต่อไป นางล้มกระแทกพื้นอย่างแรง
ยามเฝ้าประตูผงะตกใจ เขารีบเข้าไปถามว่า “คุณหนูไป๋ ท่านเป็นอันใดไปขอรับ ? ”
ไป๋หยู่โหลวตอบกลับพร้อมกับหอบหายใจ “ไม่มีอันใด ข้าวิ่งเร็วไปหน่อย เลยหมดแรง ให้ข้าพักสักหน่อย ประเดี๋ยวก็ดีขึ้นเองนั่นแหละ”
เพียงไม่นานหลิงหลงก็ตามมาทัน นางพยายามประคองไป๋หยู่โหลวให้ลุกขึ้น จากนั้นสองนายบ่าวก็ลากสังขารของตนเองกลับเรือน
ณ โรงหมอ
ฮูหยินซูมองหลินซิ่วด้วยสายตาสงสัย “ตัวข้าเข้าใจมาโดยตลอดว่าคน ๆ หนึ่งไม่มีทางเอ่ยถึงเรื่องบางอย่างออกมาโดยไร้เหตุผล ในเมื่อเอ่ยออกมาแล้ว จะต้องมีจุดประสงค์อย่างแน่นอน”
หลินซิ่วถามกลับด้วยสีหน้าเย็นชา “ดังนั้นฮูหยินซูเลยคิดว่าร่างกายของข้ามีปัญหา มีลูกไม่ได้อย่างนั้นหรือ ? ”
ตอนนี้นางไม่เรียกท่านป้าอีกต่อไปแล้ว คนแบบนี้ ไม่คู่ควรให้นางเคารพ
ฮูหยินซูกวาดตามองร่างกายของหลินซิ่วหนึ่งรอย สุดท้ายสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่หน้าท้องของนาง “ใช่ ข้าสงสัยแบบนั้น หลินซิ่ว เจ้าคบหากับซีเอ๋อร์มาระยะหนึ่งแล้ว เจ้าก็น่าจะรู้ว่าตระกูลซูของพวกเรามีเขาเป็นต้นกล้าแค่ต้นเดียว ภาระสำคัญอย่างการสืบทอดตระกูลซู ถือเป็นหน้าที่ของเขาและว่าที่ภรรยาของเขา ดังนั้นปัญหาเรื่องสืบทายาท ตระกูลซูจะปล่อยให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่น้อย”
ในขณะที่เอ่ย ฮูหยินซูก็หันไปมองชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ข้างนางมาโดยตลอดแวบหนึ่ง “เพื่อทายาทของตระกูลซู ข้าจำเป็นต้องเข้มงวด หลินซิ่ว ข้ารู้ว่าเจ้ากับซีเอ๋อร์ชอบพอกัน ข้าเองก็อยากให้เจ้าแต่งเข้าตระกูลซู แต่สำหรับปัญหาการสืบทอดทายาท วันนี้ข้าคงต้องล่วงเกินเจ้าแล้ว ท่านผู้นี้เป็นหมอนารีที่ข้าเชิญมา ข้าจะให้เขาตรวจชีพจรของเจ้าต่อหน้าข้า ตรวจดูว่าเจ้ามีปัญหาอันใดหรือไม่ จากนั้นพวกเราค่อยมาตกลงเรื่องงานแต่งของเจ้ากับซีเอ๋อร์กัน”
“เจ้าวางใจได้ ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร ข้าก็จะให้เจ้าเป็นลูกสะใภ้ตระกูลซู”
หลินซิ่วมองท่าทางหยิ่งยโสของฮูหยินซู นางอดไม่ได้ที่จะเค้นเสียงหัวเราะออกมา “ขอโทษด้วยฮูหยินซู การตรวจนี่ ข้าคงอนุญาตไม่ได้ ร่างกายของข้ามีหรือไม่มีปัญหา ข้าย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ ไม่จำเป็นต้องให้ท่านเชิญหมอมาตรวจข้าหรอกเจ้าค่ะ”
ฮูหยินซูไม่ยอมผ่อนปรน “เจ้าต้องตรวจ ! หากร่างกายของเจ้าไม่มีปัญหา แล้วเหตุใดถึงไม่ยอมให้ตรวจ ? หลินซิ่ว ไม่ว่าร่างกายของเจ้าจะมีปัญหาหรือไม่ ข้าย่อมจะสู่ขอเจ้าเข้าตระกูลซู เพียงแต่ว่าหากร่างกายของเจ้าไม่มีปัญหาอันใด ข้าจะยอมรับปากว่าจะไม่ให้ซีเอ๋อร์รับอนุภรรยา”
หลินซิ่วรู้สึกว่าเรื่องนี้ไร้สาระยิ่งนัก “ฮูหยินซู ข้ายังไม่ได้แต่งเข้าตระกูลซูเลยนะ ท่านยังตัดสินใจแทนข้าไม่ได้ ข้างนอกน่าจะมีคนไข้มาใหม่แล้ว ข้าขอตัวไปรักษาคนไข้ก่อน ต้องขออภัยด้วยที่อยู่เป็นเพื่อนไม่ได้ เชิญฮูหยินซูตามสบายเจ้าค่ะ”
หลังจากเอ่ยจบ หลินซิ่วก็หันหลังกลับ แล้วเดินออกไป
ฮูหยินซูรีบส่งสายตาให้สาวใช้
สาวใช้รูปร่างกำยำสองคนรีบสาวเท้าไปขวางหน้าประตูเอาไว้
หลินซิ่วหันหน้าไปมองฮูหยินซู “ฮูหยินซูคิดจะใช้กำลังกับข้าอย่างนั้นหรือ ? ”
ฮูหยินซูเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเย็นชาว่า “เจ้าปฏิเสธไม่ยอมให้ความร่วมมือ ข้าจำต้องใช้วิธีนี้ หลินซิ่ว หวังว่าเจ้าจะเข้าใจความทุกข์ของข้า”
แท้จริงแล้วนางแทบอดใจไม่ไหวที่จะยกเลิกงานแต่งทันควัน ทว่าสามีของนางไม่ยอม บุตรชายก็ไม่เห็นด้วย ดังนั้นนางจึงต้องใช้วิธีนี้
วิธีนี้มีผลลัพธ์สองประการ ประการแรกคือบีบบังคับให้หลินซิ่วขอยกเลิกงานแต่งเสียเอง ประการที่สองคือตรวจร่างกายหลินซิ่ว หลังจากผลตรวจออกมาแล้ว หลินซิ่วคงไม่อาจโต้เถียงอันใดได้อีก พอถึงเวลานั้นสิทธิ์ในการควบคุมงานแต่งครานี้ก็จะตกมาอยู่ในมือของตระกูลซู
ฮูหยินซูไม่รอให้หลินซิ่วได้ตั้งตัว นางรีบออกคำสั่งกับคนของตนเองทันใด “ไป ไปเชิญแม่นางหลินซิ่วมาให้หมอตรวจชีพจรสักหน่อย ! ”
สาวใช้รูปร่างกำยำที่รออยู่อีกด้านหนึ่งรีบพุ่งเข้าหาหลินซิ่วทันใด