หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1165 น้าจิ่งผู้ดุดัน
ตอนที่ 1165 น้าจิ่งผู้ดุดัน
หลินซิ่วเห็นสาวใช้สองคนนั้นพุ่งเข้ามา นางจึงรีบเบี่ยงตัวหลบ
นางฝึกวรยุทธ์กับอาจารย์มาตั้งแต่ยังเยาว์ แม้ว่าจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอันใด แต่นางก็ยังพอมีความรู้อยู่บ้าง
หากนำไปต่อสู้กับผู้อื่นอาจจะไม่ใช่เรื่องดี แต่หากใช้รับมือกับสาวใช้สองคนนี้ของฮูหยินซู มันยังมีประโยชน์อยู่บ้าง
สาวใช้สองคนนั้นคว้าอากาศ แล้วพุ่งชนกันเอง
เมื่อฮูหยินซูเห็นดังนั้น จึงตบโต๊ะด้วยความโมโห “โอหัง ! พวกเจ้าเข้าไปจับนางมาให้ข้า ดูสิว่านางจะทำตัวโอหังได้อีกนานเท่าใด ! ”
ฮูหยินซูพาโมโม่มาด้วยสองคน พวกนางก็เข้าไปร่วมวงด้วยเช่นกัน
เดิมทีห้องนี้มีขนาดไม่ใหญ่อยู่แล้ว หลังจากสาวใช้ไม่กี่คนเข้าไปล้อมหลินซิ่ว นางจึงไม่อาจหลบได้อีกต่อไป เพียงไม่นานหลินซิ่วก็ถูกจับเอาไว้ได้
“พวกเจ้าปล่อยข้านะ ! ฮูหยินซู ท่านทำแบบนี้ เคยคิดถึงผลที่จะตามมาบ้างหรือไม่ ! ”
ฮูหยินซูเอ่ยเย้ยหยัน “ข้าใช้ไม้อ่อนกับเจ้าแล้ว ทว่าเจ้าไม่ยอมเอง ข้าเลยต้องใช้ไม้แข็งกับเจ้า หลินซิ่ว เจ้าอย่าคิดว่ามีองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินคอยสนับสนุน แล้วจะทำตัวโอหังได้ล่ะ ! องค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินตัดความสัมพันธ์กับตระกูลหลินของบ้านเจ้านานแล้ว ก่อนหน้านี้ที่ข้าเชิดชูเจ้า เพียงเพราะให้เกียรติเจ้าเท่านั้น คิดว่าตนเองเป็นคนสำคัญจริง ๆ หรืออย่างไร ? ข้าเป็นถึงฮูหยินขั้นสี่ของราชสำนัก หากคิดจะจัดการสามัญชนอย่างเจ้า ก็แค่เอ่ยปากเท่านั้นแหละ ! ”
“กดนางลงกับเก้าอี้ แล้วให้หมอตรวจนางเสีย ! ”
หลินซิ่วไม่ยินยอม นางพยายามดิ้นรน นางจะยอมให้หมอผู้นั้นตรวจไม่ได้เด็ดขาด นี่มันเหยียดหยามกันเกินไปแล้ว !
ทว่านางเป็นแค่สตรีตัวเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง ไหนเลยจะสู้แรงสตรีร่างใหญ่สี่คนไหว
หมอผู้นั้นเผยสีหน้าลำบากใจออกมา เขาคิดว่าการทำเช่นนี้ไม่ถูกต้อง นี่เป็นศิษย์รักของผู้อาวุโสฉีเชียว หากเขาทำตามคำสั่งของฮูหยินซู ในอนาคตจะต้องถูกสหายร่วมอาชีพก่นด่าเป็นแน่
เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าจุดประสงค์ที่ถูกเชิญมาในวันนี้คืออันใด ฮูหยินของจือโจวออกหน้าเชิญเขาด้วยตนเอง ดังนั้นเขาจึงคิดว่าฮูหยินซูคงรู้สึกไม่ค่อยสบาย แต่คาดไม่ถึงว่าจะถูกพามาที่นี่
หลังจากตัวเขาทราบถึงจุดประสงค์ของฮูหยินซู ก็ตื่นตกใจมากเช่นกัน
ฮูหยินซูเห็นหมอยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน จึงเริ่มวางอำนาจบาตรใหญ่ “หมอจ้าว รีบลงมือสิ อย่ามัวแต่อืดอาด ท่านวางใจได้ เมื่อมีตระกูลซูคอยหนุนหลัง ไม่มีผู้ใดกล้าหาเรื่องท่านหรอก”
“อ่อ…อย่างนั้นหรือ ? ที่แท้ซูจือโจวก็มีอำนาจล้นฟ้า แม้แต่องค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินก็ยังไม่เห็นอยู่ในสายตา”
ทันใดนั้นก็มีเสียงสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากข้างนอก
เมื่อหลินซิ่วได้ยินเสียงนี้ นางจึงรีบตะโกนด้วยความดีใจในทันที “น้าจิ่ง ! ”
ผู้ที่มาเยือนก็คือจิ่งเสียน ด้านหลังของนางยังมีชายฉกรรจ์ถือท่อนไม้มาด้วยหลายคน
เมื่อจิ่งเสียนเห็นหลินซิ่วถูกกดไว้กับเก้าอี้ เสื้อผ้าอาภรณ์และผมเผ้ายุ่งเหยิง นางจึงโกรธจัดจนสติเลือนหายไปทันที “รังแกกันเกินไปแล้ว ! พวกเจ้าตีสุนัขที่ใช้อำนาจรังแกผู้อื่นให้ข้าประเดี๋ยวนี้ ! ”
ชายฉกรรจ์เหล่านั้นรับคำสั่ง จากนั้นพวกเขาก็รีบพุ่งเข้าไปกระแทกสาวใช้สองคนที่ขวางอยู่หน้าประตู จนพวกนางกระเด็นเข้าไปในห้อง แล้วเริ่มใช้กระบองฟาดพวกนาง
แน่นอนว่าคนที่พวกเขาฟาดคือสาวใช้ของฮูหยินซู ไม่ได้แตะต้องฮูหยินซูแม้เพียงปลายเล็บ
เนื่องจากฮูหยินซูเป็นฮูหยินขั้นสี่ หากฟาดนางก็เท่ากับตบหน้าราชสำนัก จิ่งเสียนไม่อาจแบกรับผลที่ตามมาได้
ทว่าการทุบตีบ่าวไพร่เหล่านี้ ก็ไม่ต่างอันใดจากการตบหน้าฮูหยินซู
“โอ๊ย ! ฮูหยินช่วยด้วย ฮูหยินช่วยข้าด้วย…”
สาวใช้เหล่านั้นถูกทุบตีจนร้องโอดโอย น้ำตาไหลนองหน้า
ฮูหยินซูไม่เคยพบเจอกับเรื่องเช่นนี้มาก่อน พอเห็นว่าคนที่ตนเองพามาด้วยถูกทุบตีจนลุกไม่ขึ้น นางจึงโมโหจนตามืดบอด
“โอหัง กำเริบ ! นางจิ่ง ยังไม่รีบให้คนของเจ้าหยุดมืออีก คนของข้า สามัญชนอย่างเจ้ามีสิทธิ์ทุบตีด้วยหรือ ? ! ”
จิ่งเสียนเค้นเสียง ‘ฮึ’ ด้วยความเหยียดหยาม “เหตุใดจะไม่กล้าเล่า ฮูหยินซู ข้าไม่กล้าแตะต้องเจ้า ทว่าสาวใช้ของเจ้าเหล่านี้ ข้าตีไปแล้ว เจ้าจะทำอันใดได้อีก ? หากเจ้าคิดว่าข้าผิด เช่นนั้นก็ไปหารือกันที่ศาลาว่าการ ให้จือโจวช่วยพิจารณา”
“เจ้า… เจ้า…”
ฮูหยินซูโมโหเป็นอย่างมาก นางเดินไปข้างหน้าสองสามก้าว จากนั้นก็ง้างมือขึ้น หมายจะตบบ้องหูของจิ่งเสียน
ทว่าทันใดนั้นก็มีร่างของคนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาขวางจิ่งเสียนเอาไว้
“เพี๊ยะ…”
เสียงดังฟังชัด ฝ่ามือฟาดลงไปบนใบหน้าของซูเฉิงซี
“ซีเอ๋อร์ ! ลูกมาได้อย่างไร ? ”
เมื่อเห็นว่าข้าวของในห้องกระจัดกระจาย ซูเฉิงซีก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามว่า “ท่านแม่ ท่านกำลังทำอันใดอยู่ ? ! เหตุใดท่านถึงทำแบบนี้กับหลินซิ่ว ! ”
เมื่อฮูหยินซูเห็นว่าบุตรชายไม่ห่วงตนเองเลยสักนิด กลับกันยังเอ่ยปากปกป้องหลินซิ่ว นางจึงรู้สึกอัดอั้นตันใจมากยิ่งนัก “เหตุใดข้าจะทำแบบนี้กับนางไม่ได้ ? ข้าก็แค่อยากพิสูจน์เท่านั้นว่าร่างกายของนางไม่มีปัญหาจริง ๆ นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย ทว่านางกลับไม่ให้ความร่วมมือ แถมนางคนใจหยาบนี่ยังทำร้ายคนของข้าจนเป็นแบบนี้อีก ซูเฉิงซี ในสายตาของเจ้ายังมีแม่อย่างข้าอยู่หรือไม่ ? ! ”
“ท่านแม่ ท่านเลิกทำเรื่องไร้สาระได้หรือไม่ ? ร่างกายของหลินซิ่วไม่ได้มีปัญหาอันใด ! ท่านรีบกลับไปเสียเถอะ อย่ามัวขายหน้าอยู่ที่นี่ต่อเลยขอรับ ! ”
หัวใจของซูเฉิงซีพังทลาย เขาคาดไม่ถึงว่าเรื่องราวจะออกมาเป็นแบบนี้
ครานี้จะจัดการอย่างไรเล่า
ฮูหยินซูก็ใจสลายเช่นกัน นางไม่คาดคิดว่าบุตรชายจะเอ่ยกับตนเองเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงโมโหขึ้นมาทันใด “ซูเฉิงซี ! ข้าทำแบบนี้ไปเพื่อผู้ใดกัน ! นางจิ้งจอกหลินซิ่วยังไม่ทันแต่งเข้าจวนก็ห้ามให้เจ้ารับอนุไปชั่วชีวิตแล้ว อีกทั้งตัวนางยังมีปัญหา มีลูกไม่ได้ แบบนี้ไม่ใช่การทำลายตระกูลซูหรือ ? ”
ซูเฉิงซีปวดเศียรเวียนเกล้าขึ้นมาทันใด “ข้าเคยบอกแล้วว่าร่างกายของหลินซิ่วไม่ได้มีปัญหาอันใด ! ท่านเลิกทำเรื่องเหลวไหลได้แล้ว มีอันใดค่อยกลับไปสนทนากันที่จวนดีหรือไม่ขอรับ ? ”
“ไม่ดี ! ” ฮูหยินซูแผดเสียงดังลั่น “วันนี้ข้าจะพิสูจน์ด้วยตาของตนเองให้ได้ ! ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่านางชั้นต่ำหลินซิ่วมีเจตนาร้าย ! ”
“หมอจ้าว ไปตรวจชีพหลินซิ่วเร็วเข้า ! ”
ตอนนี้หลินซิ่วถูกปล่อยตัวแล้ว นางเข้าไปหลบอยู่ข้างหลังจิ่งเสียน
จิ่งเสียนขวางนางเอาไว้พลางมองหมอจ้าวด้วยสีหน้าเย็นชา “เจ้าลองดูสิ หากวันนี้ข้าไม่ตัดอุ้งเท้าของเจ้าให้หมูกิน ก็อย่ามาเรียกข้าว่าจิ่งเสียนอีกเลย ! ”
เมื่อได้ยินดังนั้น หมอจ้าวจึงไม่กล้าขยับตัว และยิ่งไม่กล้าเงยหน้าขึ้น
เขาผิดใจกับคนในห้องนี้ไม่ได้เลยสักคน โดยเฉพาะจิ่งเสียนที่ขึ้นชื่อว่าแม่เสือ หากเขากล้าผิดใจกับนาง ผลที่ตามมาคงร้ายแรงกว่าการผิดใจกับฮูหยินซู ฮูหยินซูอาจจะจัดการเขาในที่ลับ ทว่าจิ่งเสียนสามารถจัดการเขาได้อย่างเปิดเผย !
เหตุใดเขาถึงซวยเพียงนี้ ถูกลากเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องฉาวโดยไม่ได้ตั้งใจ
ฮูหยินซูเห็นหมอจ้าวไม่ขยับ นางจึงไม่คำนึงถึงเรื่องกฎเกณฑ์อีกต่อไป นางสาวเท้าไปข้างหน้าหมายจะจับตัวหลินซิ่ว
ซูเฉิงซีรีบเข้าไปขวางทันใด “ท่านแม่ ท่านอย่าทำแบบนี้ได้หรือไม่ ? ท่านตามข้ากลับบ้านเถิด ! ถือว่าข้าขอร้องท่านล่ะ หากมีเรื่องอันใด ค่อยกลับไปสนทนากันที่จวนเถิดนะขอรับ”
ฮูหยินซูไม่หลงเหลือสติใด ๆ แล้ว เมื่อเห็นซูเฉิงซีปกป้องหลินซิ่วเช่นนั้น นางจึงดึงปิ่นปักผมลงมา แล้วหันด้านที่แหลมคมจี้คอตนเอง