หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1166 ประธานสาวผู้เผด็จการ
ตอนที่ 1166 ประธานสาวผู้เผด็จการ
“ท่านแม่ ! ท่านคิดจะทำอันใด ! ”
ซูเฉิงซีถึงกับผงะ
ฮูหยินซูดวงตาแดงก่ำ นางกัดฟันขู่ว่า “เจ้าหลีกทางให้ข้าประเดี๋ยวนี้ ! วันนี้ข้าจะเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงของหลินซิ่วให้ได้ หากเจ้าขวางข้า ข้าจะแทงตนเองตาย ! ”
จิ่งเสียนกับหลินซิ่วก็ตกตะลึงมากเช่นกัน ฮูหยินซูผู้นี้ต้องป่วยแน่ ๆ
ซูเฉิงซีรีบคุกเข่าลงบนพื้นทันใด จากนั้นก็เอ่ยออกมาว่า “ท่านแม่ ท่านอย่าทำแบบนี้ได้หรือไม่ ? ข้าขอร้องท่านล่ะ”
ฮูหยินซูยังคงแสร้งบ้าคลั่ง “ให้หลินซิ่วมาตรวจชีพจรประเดี๋ยวนี้ ! ”
ซูเฉิงซีส่ายหน้า แล้วเอ่ยออกมาว่า “ท่านแม่ ท่านใจเย็น ๆ ก่อนได้หรือไม่ ? ร่างกายของหลินซิ่วไม่ได้มีปัญหาอันใด แล้วเหตุใดนางต้องตรวจชีพจรด้วย ท่านอย่าก่อเรื่องได้หรือไม่ขอรับ ? ”
ฮูหยินซูไร้หนทางรักษาแล้ว นางไม่ยอมฟังคำโน้มน้าวแม้แต่น้อย เอาแต่ยืนกรานจะให้หลินซิ่วตรวจชีพจรให้ได้
จิ่งเสียนอดไม่ได้ที่จะตะคอกกลับ “ข้าว่าคนที่ควรตรวจคือตัวเจ้าเองต่างหาก ให้หมอตรวจดูสมองสักหน่อย วันข้างหน้าจะได้ไม่ส่งผลต่อตำแหน่งฮูหยินขั้นสี่ของเจ้า”
“หลินซิ่ว พวกเราไปกันเถิด จะเป็นจะตายอย่างไรก็ปล่อยนาง ถึงนางจะตายอยู่ที่นี่ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอันใดกับพวกเรา”
หลังจากเอ่ยจบ จิ่งเสียนก็ดึงหลินซิ่วออกไปจากห้อง
หลินซิ่วหันหน้าไปมองซูเฉิงซีแวบหนึ่ง ทว่าสุดท้ายก็ตัดใจ จากนั้นก็เดินตามจิ่งเสียนออกไป
ในขณะที่เดินมาถึงลานบ้าน นางก็เห็นหลินหร่วนรีบร้อนตรงมาทางนี้ โดยมีเซียวจิ่งเฉินเดินตามมาด้วย เพราะรีบ หลินหร่วนจึงมีเหงื่อออกเต็มศีรษะในวันที่อากาศร้อนเช่นนี้
พอเห็นว่าหลินซิ่วยังคงปลอดภัยดี หลินหร่วนจึงถอนหายใจออกมาอย่างแรง “ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว”
พอเห็นหลินหร่วน หลินซิ่วจึงปล่อยมือออกจากจิ่งเสียน แล้วพุ่งเข้าไปสวมกอดนางพลางร่ำไห้ออกมาทันที “ท่านพี่”
เมื่อครู่นางตื่นตกใจและโมโหไม่น้อย
หลินหร่วนตบหลังเพื่อปลอบประโลมนางเบา ๆ “ไม่เป็นไร ข้าอยู่นี่แล้ว ไม่มีผู้ใดกล้ารังแกเจ้าแล้ว”
ในขณะที่ นางก็หันไปถลึงตาใส่เซียวจิ่งเฉินด้วยความโมโห
ต้องโทษเขา เขาเกลี้ยกล่อมให้นางหลับ ไม่เช่นนั้นหลินซิ่วก็คงไม่ถูกรังแกแบบนี้ ! โชคดีที่มีคนมาปกป้องหลินซิ่วเอาไว้ ไม่เช่นนั้นหลินซิ่วจะต้องเสียเปรียบอย่างแน่นอน
เซียวจิ่งเฉินลูบจมูก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาหลินหร่วน
เขาจะทราบได้อย่างไรว่าฮูหยินซูบ้าคลั่งเพียงนี้ เมื่อวานหลินหร่วนนอนไม่เต็มอิ่ม พอตื่นมาก็บ่นว่าปวดศีรษะ เขาเป็นห่วงภรรยา ดังนั้นจึงสั่งให้สาวใช้ต้มน้ำแกงสงบใจหนึ่งชาม แล้วเกลี้ยกล่อมให้หลินหร่วนดื่ม
ผลลัพธ์คือนางงีบหลับไปถึงหนึ่งชั่วยาม
จิ่งเสียนได้ยินหลินซิ่วเรียกหลินหร่วนว่าท่านพี่ ดังนั้นนางจึงกวาดตามองอย่างละเอียดชั่วครู่ ก่อนจะเดินไปข้างหน้า แล้วย่อกายคารวะหลินหร่วน “หม่อมฉันจิ่งเสียน ถวายบังคมองค์หญิง ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”
หลินหร่วนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “ท่านเดาออกได้อย่างไร ? ”
เรื่องนี้เดาได้ไม่ยาก แม้ว่ารูปร่างหน้าตาของหลินหร่วนจะไม่เหมือนเดิมเลยก็ตาม
จิ่งเสียนตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า “เดาได้ไม่ยากเลยเพคะ แม้ว่าใบหน้าขององค์หญิงจะแปรเปลี่ยนไป ทว่าคนที่ทำให้หลินซิ่ววิ่งเข้าไปหาอย่างวางใจได้ นอกจากองค์หญิงแล้ว ก็ไม่น่าจะมีผู้อื่นอีกเพคะ”
หลินหร่วนชอบจิ่งเสียนผู้นี้ขึ้นมาทันใด เฉลียวฉลาด เด็ดขาด ใจกล้า ทั้งยังสวยและร่ำรวยอีกด้วย สตรีแบบนี้หากอยู่ในยุคสมัยใหม่ จะต้องกลายเป็นประธานสาวผู้เผด็จการอย่างแน่นอน
“น้าจิ่ง เมื่อครู่ต้องขอบคุณท่านยิ่งนัก ไม่เช่นนั้นหลินซิ่วคงถูกรังแกไปแล้ว”
เมื่อจิ่งเสียนได้ยินหลินหร่วนเรียกตนเองว่า ‘น้าจิ่ง’ นางก็ตื่นตกใจเป็นอย่างมาก ทว่าเพียงไม่นานก็สงบจิตสงบใจได้อีกครา ในเมื่อองค์หญิงเรียกตนเช่นนั้น แสดงว่าตนเองเข้าตาองค์หญิงสินะ
ในเมื่อองค์หญิงให้เกียรตินาง เช่นนั้นนางก็จะรับเอาไว้
“เมื่อวานจวนตระกูลซูส่งพ่อบ้านไปขอเลื่อนนัดกับพ่อของหลินซิ่ว ฮูหยินซูบอกว่านางไม่สบาย ข้ารู้สึกว่ามันผิดปกติ ดังนั้นจึงรีบส่งคนไปหาข่าว ต่อมาถึงได้ข่าวของหลินซิ่วจากสาวใช้ที่รับผิดชอบซื้อของเข้าตระกูลซูเหล่านั้น เช้าวันนี้คนของข้ายังบอกว่านางจิ้งจอกเฒ่าผู้นั้นไปเชิญหมอจ้าวด้วยตนเอง ข้าเดาออกทันทีว่านางคิดจะทำอันใด ดังนั้นจึงรีบพาคนมาที่โรงหมอ โชคดีที่ข้ามาทัน หากช้าไปอีกนิด หลินซิ่วคงถูกบังคับให้ตรวจชีพจรไปแล้ว”
เมื่อคิดถึงเรื่องเหล่านี้ จิ่งเสียนก็โมโหจนควันออกหู
“จิ้งจอกเฒ่าอย่างฮูหยินซูทำตัวแย่จริง ๆ นั่นแหละ ถึงกับคิดวิธีเลวร้ายเช่นนี้ออกมาได้ ไม่ว่าหลินซิ่วจะตรวจหรือไม่ ก็เป็นฝ่ายเสียเปรียบทั้งนั้น”
หลินหร่วนก็โมโหมากเช่นกัน ทว่าตอนนี้อารมณ์ของหลินซิ่วยังไม่คงที่ นางจึงไม่อยากเอ่ยอันใดมากนัก เพียงพาหลินซิ่วกับจิ่งเสียนมายังบ้านพักของตนเอง
หลินซิ่วถูกสาวใช้พาไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
หลินหร่วนส่งคนไปแจ้งข่าวให้หลินจงทราบ ก่อนจะกลับมานั่งสนทนากับจิ่งเสียน “น้าจิ่ง ได้ยินหลินซิ่วบอกว่าท่านกับลุงหลิน…”
จิ่งเสียนหัวเราะเสียงดังลั่น แล้วยอมรับอย่างเปิดเผย “ใช่ ข้าชอบลุงหลินของท่าน ข้าอยากแต่งกับเขา”
หลินหร่วนค่อนข้างสงสัย “ข้าอยากรู้ว่าน้าจิ่งชอบลุงหลินตรงที่ใด ? ลุงหลินซื่อบื้อจะตายไป ด้วยคุณสมบัติของน้าจิ่ง จะหาคนที่ดีกว่าลุงหลินก็ไม่ใช่เรื่องยากอันใดเลย”
จิ่งเสียนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “เอ่ยตามตรง ข้าก็ไม่รู้ว่าตนเองชอบเขาตรงที่ใด ด้วยนิสัยของข้า ข้าไม่ชอบคนซื่อบื้ออย่างถึงที่สุด แต่กับลุงหลินของท่าน ข้ากลับไม่ถือสานิสัยนั่นของเขาแม้แต่น้อย กลับกันยังคิดว่าน่าสนุกดี คาดว่าคงเป็นโชคชะตา ที่กำหนดให้เขามาเป็นผู้ชายของข้า”
นางคร่ำหวอดอยู่ในวงการการค้ามากว่าสิบปี หน้าจึงหนาเป็นพิเศษ ตอนที่นางเอ่ยเรื่องเหล่านี้กับหลินหร่วน นางดูไม่เขินอายแม้แต่น้อย และนางก็สัมผัสได้ว่าหลินหร่วนชื่นชอบคนตรงไปตรงมาอย่างนาง นางฝึกฝนศิลปะการพูดมานานมากแล้ว เป็นธรรมดาที่นางจะรู้ว่าต้องเอ่ยอย่างไรอีกฝ่ายถึงจะชอบตน
เป็นอย่างที่คิดเอาไว้ หลังจากหลินหร่วนได้ยินคำตอบของจิ่งเสียนแล้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “น้าจิ่ง ข้าไม่ขอปิดบังท่าน เมื่อหลายปีก่อนข้าเองก็เคยคิดจะหาภรรยาใหม่ให้กับลุงหลิน แต่ด้วยนิสัยของเขา ทำให้ถูกผู้อื่นรังแกได้โดยง่าย หากหาคนที่นิสัยอ่อนโยนหน่อย ทั้งสองก็จะโอนอ่อนไปตาม ๆ กัน แล้วเช่นนี้จะใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างไร ? แต่หากข้าหาคนที่ร้อนแรงหน่อย ก็กลัวว่าเขาจะถูกกดจนโงหัวไม่ขึ้น แต่พอได้มาพบกับน้าจิ่งในวันนี้แล้ว ข้าก็เข้าใจในทันที ลุงหลินเหมาะกับท่านอย่างแท้จริง”
จิ่งเสียนเชิดหน้าขึ้นด้วยความภาคภูมิใจ “ข้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากัน หลินจงก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความรีบร้อน
ตอนนี้หลินหร่วนได้กลับมาเป็นตัวของตัวเองแล้ว เมื่อหลินจงเห็นนาง เขาก็ตื่นเต้นจนเท้าซ้ายสะดุดเท้าขวา เกือบล้มหน้าคะมำแล้วด้วยซ้ำ
ติ่งฉือซานเป็นคนไปตามเขา ดังนั้นจึงรีบเข้าไปช่วยประคองทันใด
พอเห็นหน้าเขา จิ่งเสียนก็เปิดปากบ่นในทันที “ข้าบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ ? ข้าบอกแล้วว่าตระกูลซูมีเจตนาไม่ดี แต่เจ้ากลับไม่เชื่อข้า ! เจ้ารู้หรือไม่ว่าเมื่อครู่หลินซิ่วเกือบจะถูกนางบ้านั่นรังแกแล้ว ! ”
หลินจงรีบพยุงตัวขึ้นมา “หลินซิ่วเป็นอันใด ? ตระกูลซูทำอันใดกับหลินซิ่ว ? ”
หลินซิ่วเดินออกมาพอดี เมื่อนางเห็นหน้าหลินจง ดวงตาก็แดงเรื่อขึ้นมาอีกครา “ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”
หลินจงรีบเดินเข้าไปหาหลินซิ่ว แล้วลากตัวนางมาพิจารณาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เมื่อยืนยันแล้วว่านางไม่ได้เป็นอันใดจริง ๆ เขาถึงได้เอ่ยถามออกมาว่า “ตระกูลซูทำอันใดเจ้า ? ”
จิ่งเสียนปากไว นางเล่าเรื่องทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบออกมา “เรื่องกลายเป็นแบบนี้แล้ว เจ้าเอ่ยมาเลยดีกว่า ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ? ”
หลินจงกำหมัดพลางเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ยกเลิกงานแต่ง ! งานแต่งครานี้ พวกเราตระกูลหลินไม่ต้องการแล้ว ! ”