หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1174 จะปล่อยให้ข่าวลือนี้แพร่งพรายออกไปไม่ได้เด็ดขาด
- Home
- หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
- ตอนที่ 1174 จะปล่อยให้ข่าวลือนี้แพร่งพรายออกไปไม่ได้เด็ดขาด
ตอนที่ 1174 จะปล่อยให้ข่าวลือนี้แพร่งพรายออกไปไม่ได้เด็ดขาด
เมื่อหลินซิ่วได้ยินดังนั้น นางจึงเงยหน้าขึ้นพลางเอ่ยด้วยดวงตาแดงก่ำว่า “ท่านพี่ ข้า…”
นางเริ่มมองไม่เห็นความหวังแล้วจริง ๆ
หลินหร่วนเผยรอยยิ้มออกมาพลางตบบ่านางเบา ๆ “เจ้าโตขนาดนี้แล้ว ยังจะขี้แยอยู่อีก รีบกลั้นน้ำตาเอาไว้เสีย ทำให้นางบ้าตระกูลซูผู้นั้นเห็นว่า…เด็กที่องค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินสั่งสอนมาแข็งแกร่งและรู้จักปล่อยวางเป็น ! ”
หลินซิ่วพยายามกลั้นน้ำตา “ท่านพี่ ข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องขายหน้าอย่างแน่นอน”
หลินหร่วนขานรับเบา ๆ “ตั้งสติ แล้วรักษาคนไข้ของเจ้าให้เรียบร้อยเสียก่อน จากนั้นค่อยไปคิดถึงเรื่องอื่น”
ในขณะที่เอ่ย หลินหร่วนให้จิ่นหลวนเข้ามาช่วยเช็ดหน้าให้กับหลินซิ่ว
เพียงไม่นาน หลินซิ่วก็สงบสติอารมณ์ลงได้ นางหันไปยิ้มให้หลินหร่วน แล้วเดินกลับไปรักษาคนไข้ต่อ
หลังจากปลอบประโลมหลินซิ่วเสร็จเรียบร้อยแล้ว หลินหร่วนก็ได้ปล่อยพลังออกไปจับตาดูความเคลื่อนไหวภายในจวนตระกูลซู
โมโม่คนสนิทของฮูหยินซูทำงานได้ค่อนข้างเร็ว พอเช้าวันรุ่งขึ้น นางรีบจัดการตามคำสั่งของฮูหยินซูทันใด โดยหาคนที่ชอบนินทามาสองสามคน จากนั้นก็นัดพวกนางไปยังโรงน้ำชาแห่งหนึ่ง
โมโม่ผู้นี้ฉลาดไม่น้อย นางไม่ได้ออกหน้าด้วยตนเอง ทว่าส่งสาวใช้คนอื่นไปแทน
สาวใช้ผู้นั้นไม่ได้มีชื่อเสียงอันใด ดังนั้นสตรีสองสามคนที่ชอบนินทาล้วนไม่รู้จักนางทั้งสิ้น
“เจ้าเป็นผู้ใด เรียกพวกเรามาเพื่อเหตุใด ? ”
สาวใช้ผู้นั้นเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ที่เรียกพวกเจ้ามา ย่อมเป็นเพราะมีเรื่องอยากจะรบกวนพวกเจ้าอยู่แล้ว”
ในขณะที่เอ่ย สาวใช้ผู้นั้นก็ได้นำเอาเงินออกมาวางไว้บนโต๊ะทีละก้อน ๆ
เมื่อสตรีสองสามคนนั้นเห็นเงิน ดวงตาของพวกนางก็เปล่งประกายขึ้นมาทันใด
สาวใช้กระแอมเบา ๆ แล้วเอ่ยออกมาว่า “วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามา เพราะอยากจะให้พวกเจ้านำเอาคำเอ่ยสองสามประโยคไปแพร่กระจายให้ทั่วเมืองชิงโจว ส่วนเงินเหล่านี้ถือเป็นค่าเสียเวลาของพวกเจ้า”
เมื่อได้ยินดังนั้น สตรีที่ชอบนินทาจึงเอ่ยออกมาว่า “เจ้ามาหาถูกคนแล้ว เรื่องอื่นพวกเราอาจจะไม่ถนัด แต่เรื่องฝีปาก พวกเราไม่เป็นสองรองผู้ใด เจ้าอยากให้พวกเราแพร่กระจายเรื่องอันใด ก็บอกมาได้เลย”
สาวใช้ผู้นั้นมอบเงินให้สตรีที่ชอบนินทาคนละก้อน
หลังจากสตรีที่ชอบนินทารับเงินไปแล้ว พวกนางก็ถูมือด้วยความดีอกดีใจ เพียงแค่ขยับปาก ก็ได้ค่าเหนื่อยถึง 10 ตำลึงแล้ว งานดี ๆ แบบนี้จะไปหาจากที่ใดได้อีก
เมื่อเห็นท่าทางของสตรีเหล่านั้น ภายในใจของสาวใช้ก็ทั้งดูถูกและริษยา ดูถูกที่พวกนางไร้ยางอาย นินทาผู้อื่นลับหลัง แต่กลับไม่รู้สึกละอายใจเลยสักนิด แต่ริษยาที่พวกนางแค่เอ่ยไม่กี่ประโยคก็ทำเงินได้มหาศาลแล้ว
งานแบบนี้ผู้ใดจะไม่อยากทำเล่า ? ทว่าน่าเสียดาย โมโม่ไม่ได้เลือกนาง
สาวใช้ผู้นั้นไม่ค่อยพอใจสักเท่าใดนัก ดังนั้นนางจึงกระแอมเสียงด้วยความหงุดหงิด “พวกเจ้าตั้งใจฟังให้ดี คำเอ่ยของข้า พวกเจ้าต้องจำทุกประโยคให้ขึ้นใจ จากนั้นค่อยนำไปแพร่งพรายให้คนอื่น ๆ ในเมืองชิงโจวทราบ”
สตรีเหล่านั้นพยักหน้ารับ “เจ้าเอ่ยมาเถิด”
สาวใช้กระซิบเสียงเบา “กล่าวไปว่าตระกูลหลินแห่งเมืองชิงโจวหน้าไม่อาย เห็น ๆ กันอยู่ว่าบุตรสาวของตนเองป่วยมีลูกไม่ได้ แต่กลับบีบให้ว่าที่สามียอมรับปากว่าจะไม่มีอนุ”
สตรีชอบนินทาเหล่านั้น ยังคงนิ่งเงียบ แต่เมื่อเห็นว่าสาวใช้ผู้นั้นไม่ได้เอ่ยอันใดต่ออีก พวกนางจึงกระพริบตาปริบ ๆ แล้วเอ่ยถามว่า “แค่นี้หรือ ? ”
สาวใช้พยักหน้ารับ “ใช่…แค่นี้แหละ ! พวกเจ้าจำเอาไว้ให้ดีล่ะ แพร่งพรายตามที่ข้าบอก ห้ามขาดแม้แต่คำเดียว ในเมื่อข้าเรียกพวกเจ้ามารวมตัวได้ หากพวกเจ้าทำพลาด ข้าก็สามารถไปทวงเงินคืนจากพวกเจ้าได้เช่นกัน”
สตรีชอบนินทาเหล่านั้นพากันเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจ “แค่นี้จริง ๆ หรือ ? แค่คำเอ่ยไม่กี่ประโยคเท่านี้น่ะหรือ ? ”
มันคุ้มค่ากับเงินค่าจ้างแล้วหรือ ?
มีเงินเยอะจนใช้ไม่หมดหรืออย่างไร ?
สาวใช้ผู้นั้นก็คิดว่าเงินค่าจ้างมากจนเกินไป ทว่าตอนนี้ทำได้เพียงถลึงตามองพวกนางเท่านั้น แล้วเอ่ยข่มขู่ว่า “ข้าสั่งให้พวกเจ้าไปทำอันใด ก็ทำตามนั้นเถิด ส่วนเรื่องที่พวกเจ้าไม่ควรรู้ก็ไม่ต้องถาม ระวังจะเป็นการหาเรื่องใส่ตนเองแทน”
สตรีสองสามคนนั้นใจสั่นขึ้นมาทันใด รู้สึกว่าเงินที่เพิ่งเก็บใส่กระเป๋าดูร้อนขึ้นมาเสียดื้อ ๆ
จากสถานการณ์นี้ บ่งบอกได้ว่าอาจจะมีปัญหาตามมาไม่น้อย เรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับตระกูลใหญ่อย่างแน่นอน หากทำออกมาได้ไม่ดี แล้วพวกนางเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะทำอย่างไร ? ”
เมื่อสาวใช้เห็นท่าทีของสตรีเหล่านั้น นางจึงเอ่ยออกมาว่า “พวกเจ้าวางใจเถิด พวกเราไม่ได้เอ่ยชื่อสักหน่อย ไม่ว่าผู้ใดก็ทำอันใดพวกเจ้าไม่ได้ พวกเจ้านำเรื่องนี้ไปแพร่งพรายให้สบายใจเถิด”
หลังจากเอ่ยจบ สาวใช้ผู้นั้นก็ลุกออกไปจากโรงน้ำชาทันที
สตรีสองสามคนนั้นหันไปมองหน้ากันเลิกลั่ก
“เรื่องนี้…จะสร้างปัญหาให้กับพวกเราหรือไม่ ? ”
“สตรีคนนั้นจะต้องมาทำงานแทนเจ้านายอย่างแน่นอน เจ้านายของนางยินดีจ่ายเงินก้อนโตเพื่อให้พวกเราทำเรื่องแบบนี้ สิ่งนี้บ่งชี้ให้เห็นว่าคนที่เจ้านายของนางกำลังต่อสู้ด้วยมีอิทธิพลไม่น้อย ไม่เช่นนั้นคงไม่ใช้วิธีต่ำช้าแบบนี้”
“พวกเรารีบมาระดมความคิดกันเถิดว่าช่วงนี้คุณหนูตระกูลหลินของบ้านใดในเมืองชิงโจวกำลังจะออกเรือน”
สตรีสองสามคนนี้มีชื่อเสียงเลี่ยงลือเรื่องการนินทา เป็นอย่างที่พวกนางเอ่ย เรื่องอื่นพวกนางอาจจะไม่ถนัด แต่เรื่องฝีปาก พวกนางไม่เป็นสองรองผู้ใด ปัจจัยแรกของการปล่อยข่าวลือคือการหาข้อมูล
สตรีสองสามคนนั้นสุมหัวกัน ผ่านไปไม่นานก็ได้ข้อสรุป
“นางคงไม่ได้ให้พวกเราปล่อยข่าวลือของแม่นางหลินซิ่วหรอกนะ ! ”
“ในเมืองชิงโจวมีตระกูลหลินไม่มาก ตระกูลหลินที่มีอำนาจยิ่งน้อยเข้าไปอีก หากเอ่ยถึงตระกูลหลินที่บุตรสาวกำลังจะออกเรือน นอกจากแม่นางหลินซิ่วแล้ว ยังจะมีผู้ใดอีกกัน ? ”
“ดังนั้นสตรีคนเมื่อครู่ เป็นคนของตระกูลซูหรือ ? ”
สตรีสองสามคนนั้นพากันประหลาดใจ พวกนางไม่คิดไม่ฝันว่าตระกูลซูจะทำเรื่องแบบนี้
ทันใดนั้นสตรีผู้หนึ่งก็เอ่ยถามออกมาด้วยสีหน้าสงสัยว่า “ตอนนี้พวกเราจะทำอย่างไรต่อไป ? ยังจะปล่อยข่าวลือเรื่องนี้อีกหรือไม่ ? ”
สตรีคนอื่น ๆ พากันถลึงตาใส่นางทันที “ปล่อยข่าวลือเรื่องแม่นางหลินซิ่ว เจ้าไม่กลัวกรรมตามสนองหรืออย่างไร ? แม่นางหลินซิ่วเป็นเด็กที่องค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินทรงเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเยาว์ หมอฉี อาจารย์ของนาง รักษาชาวบ้านอย่างพวกเรามาหลายชั่วอายุคน ไหนจะโรงหมอซือเอินของนางนั่นอีก ! บุญคุณเช่นนี้ พวกเรายังจะกล้านินทาลับหลังอยู่อีกหรือ ไม่กลัวตายไปแล้วตกนรกหรืออย่างไร ? ”
สตรีผู้นั้นรีบส่ายหน้าทันใด จากนั้นก็อธิบายออกมาว่า “ข้าไม่ปล่อยข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ของแม่นางหลินซิ่วอยู่แล้ว ความหมายของข้าก็คือ…พวกเราจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ? ตระกูลซูลอบทำแบบนี้ลับหลัง นี่เท่ากับว่าพวกเขาคิดจะทำลายชื่อเสียงของแม่นางหลินซิ่วชัด ๆ พวกเราจะเอาแต่ยืนมองอยู่เฉย ๆ หรือ ? ”
“แน่นอนว่าไม่อยู่แล้ว ! ”
สตรีที่มีอายุมากกว่าหน่อย เอ่ยออกมาว่า “ข่าวลืออื่น ๆ ไม่เป็นไรหรอก แต่ข่าวลือของแม่นางหลินซิ่ว พวกเราจะปล่อยให้ข่าวลือนี้แพร่งพรายออกไปไม่ได้เด็ดขาด”
“ใช่ ๆ ๆ ไม่ใช่แค่ห้ามแพร่งพรายเท่านั้นนะ ทว่าพวกเรายังต้องนำเอาเรื่องนี้ไปบอกแม่นางหลินซิ่วด้วย เพื่อให้นางระวังตระกูลซูเอาไว้ อย่าได้เสียเปรียบเป็นอันขาด”
“ตกลง ทำตามนี้เถิด ! ”
ด้วยเหตุนี้สตรีสองสามคนนั้น จึงถือเงินที่ได้รับมาจากตระกูลซูไปยังโรงหมอซือเอิน
หลินหร่วนที่ใช้พลังวิเศษจับตาดูอยู่ อดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
ในที่สุดความดีที่นางทำมาตลอดหลายปีก็ส่งผลแล้ว
ถ้าหากฮูหยินซูทราบว่าคนที่นางออกเงินจ้างให้ทำลายชื่อเสียงของหลินซิ่ว โยนหินใส่เท้านางแทน นางจะต้องโมโหจนกระอักเลือดออกมาเป็นแน่
ข้าล่ะอยากจะเห็นจริง ๆ ว่าฮูหยินซูจะมีปฏิกิริยาแบบใด