หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1176 ขโมยไก่ไม่ได้ แถมยังเสียข้าวสารอีกหนึ่งกำมือ
- Home
- หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้
- ตอนที่ 1176 ขโมยไก่ไม่ได้ แถมยังเสียข้าวสารอีกหนึ่งกำมือ
ตอนที่ 1176 ขโมยไก่ไม่ได้ แถมยังเสียข้าวสารอีกหนึ่งกำมือ
“พวกเจ้าไม่รู้สึกว่าเรื่องนี้มันคล้ายกับเรื่องฉาวโฉ่เมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือ ? พวกเจ้ายังจำเรื่องที่เกิดกับเถ้าแก่เนี้ยจิ่งได้อยู่หรือไม่ ? ”
เมื่อมีคนเอ่ยเรื่องนี้ขึ้นมา จึงมีคนที่อายุมากหน่อยจำเรื่องนี้ได้
เรื่องที่เกิดขึ้นกับจิ่งเสียนในปีนั้น กลายเป็นข่าวอื้อฉาวโจษจันไปทั้งเมืองชิงโจว
บุตรสาวคนเดียวของตระกูลจิ่งเกิดอุบัติเหตุตกน้ำได้รับความเย็นเป็นเวลานาน ครอบครัวของว่าที่สามีรีบหาอนุภรรยาให้เขาทันที จิ่งเสียนมีนิสัยแข็งกร้าว นางยืนกรานที่จะยกเลิกหมั้นหมาย ต่อมาข่าวลือเรื่องจิ่งเสียนมีลูกไม่ได้ก็แพร่ไปทั่วทั้งเมืองชิงโจว จนทำให้เส้นทางชีวิตคู่ของจิ่งเสียนต้องถูกปิดตาย
เรื่องนี้โด่งดังในเมืองชิงโจวมาหลายปี ทุกคนล้วนเคยได้ยินเรื่องนี้กันถ้วนหน้า ดังนั้นจึงรู้รายละเอียดของเรื่องทั้งหมด
“ตอนนั้นตระกูลหลี่ช่างชั่วร้ายยิ่งนัก ตนเองผิดไม่ว่า แต่ยังทำเรื่องแบบนั้นอีก ทำให้เถ้าแก่เนี้ยจิ่งต้องโสดมาตลอดหลายปี ข้าว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนนี้เหมือนวิธีที่ตระกูลหลี่ทำกับเถ้าแก่เนี้ยจิ่งในตอนนั้น”
ทว่ามีบางคนที่ยังไม่เข้าใจ ดังนั้นจึงเอ่ยถามออกมาว่า “แม่นางหลินซิ่วเป็นถึงน้องสาวองค์หญิงพิทักษ์แผ่นดินเชียวนะ หากแต่งแม่นางหลินซิ่วเข้าจวน ไม่เท่ากับเกี่ยวดองกับเชื้อพระวงศ์หรือ ? ตระกูลซูบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ? ”
“พวกเจ้าคงยังไม่ทราบ ตอนนี้ตระกูลหลินกับองค์หญิงไม่ได้ติดต่อกันแล้ว ตระกูลซูคงรู้สึกว่าตระกูลหลินหมดประโยชน์ ดังนั้นจึงอยากยกเลิกงานแต่ง แต่การยกเลิกงานแต่ง หากไม่มีเหตุผล จะยกเลิกได้อย่างไรเล่า ดังนั้นตระกูลซูถึงได้คิดอุบายโง่ ๆ นี้ขึ้นมา สร้างข่าวลือว่าแม่นางหลินซิ่วมีลูกไม่ได้ พวกเขาถึงจะสามารถยกเลิกงานแต่งได้อย่างเปิดเผย ตระกูลซูช่างไร้คุณธรรมจริง ๆ แม้ว่าอยากยกเลิกงานแต่ง แต่การใส่ร้ายแม่นางหลินซิ่วแบบนี้ จะทำให้แม่นางหลินซิ่วแต่งงานไม่ได้ชั่วชีวิตเลยนะ ! ”
ทันใดนั้นก็มีคนกระโดดออกมา
“แม่นางหลินซิ่วเป็นเด็กที่องค์หญิงทรงเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย หากองค์หญิงทราบว่าน้องสาวของตนเองถูกผู้อื่นรังแกแบบนี้ แล้วราษฎรเมืองชิงโจวนิ่งดูดาย องค์หญิงจะคิดอย่างไร ? นี่เป็นบ้านเกิดขององค์หญิงนะ คนขององค์หญิงถูกรังแกที่บ้านเกิด หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ผู้อื่นจะไม่หัวเราะเยาะเอาหรือ ? ”
เมื่อได้ยินเขาเอ่ยเช่นนั้น คนอื่น ๆ จึงพากันตอบโต้ทันที
“ไม่ได้ พวกเราจะเอาแต่ยืนดูแม่นางหลินซิ่วถูกตระกูลซูใส่ร้ายไม่ได้ ! ถึงตอนนี้องค์หญิงจะติดต่อกับตระกูลหลินน้อยลงแล้ว แต่ตระกูลหลินก็เป็นคนเลี้ยงดูองค์หญิงจนเติบใหญ่ โรงหมอซือเอินของแม่นางหลินซิ่วก็รักษาผู้คนได้ไม่น้อย ตระกูลซูอาศัยว่าตนเองเป็นตระกูลขุนนาง ใช้วิธีเช่นนี้ใส่ร้ายหญิงสาวผู้หนึ่ง ช่างไร้ยางอายจริง ๆ ! พวกเราจะปล่อยให้พวกเขารังแกต่อไปแบบนี้ไม่ได้ ไป ไปตีกลองที่ว่าการ ดูสิว่าซูจือโจวจะจัดการอย่างไร ! ”
ราษฎรเมืองชิงโจวเคารพหลินหร่วนเป็นอย่างมาก แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังเทียบไม่ได้ ส่วนหลินซิ่ว พวกเขาเห็นเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของหลินหร่วน ไหนเลยจะทนมองน้องสาวขององค์หญิงถูกรังแกแบบนี้ได้ !
ด้วยเหตุนี้ราษฎรที่โกรธแค้นจึงมารวมตัวกัน แล้วเดินทางไปยังศาลาว่าการ
ด้านหน้าศาลาว่าการเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ถนนสายหลักหน้าศาลาว่าการถูกปิดกั้น
ตอนนี้ฮูหยินซูยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้นข้างนอก นางกำลังสอบถามโมโม่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง
โมโม่เอ่ยรายงานว่า “ข้าน้อยทำตามที่ท่านฮูหยินสั่งทุกประการแล้วเจ้าค่ะ สาวใช้ผู้นั้นทำงานได้ดีมาก ฮูหยินโปรดวางใจเถิด เมื่อครู่ข้าให้คนออกไปตรวจสอบ มีคนลือเรื่องนี้แล้วเจ้าค่ะ บางทีอีกไม่นาน ชาวบ้านเหล่านั้นคงเดาออกว่าเป็นแม่นางหลินซิ่ว”
ฮูหยินซูหัวเราะด้วยความพึงพอใจ “เจ้าให้คนจับตาดูให้ดี หากผลลัพธ์ออกมาไม่ดี ให้ส่งคนใหม่ออกไปปล่อยข่าวลือเพิ่มอีก อย่างไรก็ต้องยกเลิกงานแต่งก่อนท่านพี่จะกลับมาให้ได้”
โมโม่พยักหน้ารับ
ทว่าอยู่ ๆ ก็มีเสียงกลองหลายใบ ดังขึ้นมาจากหน้าจวน
ฮูหยินซูขมวดคิ้วมุ่น “เกิดอันใดขึ้น ? ท่านพี่ไม่อยู่ เหตุใดถึงยังมีคนมาตีกลองร้องทุกข์อยู่อีก ? เจ้าหน้าที่ทางการเหล่านั้นมุดหัวอยู่ที่ใดหมด ? ”
โมโม่รีบเอ่ยออกมาว่า “ข้าน้อยจะส่งคนออกไปดูประเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
ตระกูลซูอาศัยอยู่ด้านหลังศาลาว่าการ ตระกูลซูมีสมาชิกไม่มาก จวนจือโจวแห่งนี้จึงกว้างขวางพอตัวสำหรับครอบครัวของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องหาจวนหลังอื่นเพิ่มอีก
โมโม่เพิ่งจะเดินออกมาจากเรือน ก็มีเด็กรับใช้วิ่งเข้ามารายงานพร้อมกับตะโกนเสียงดังลั่น “ฮูหยิน แย่แล้วขอรับ เกิดเรื่องใหญ่ที่หน้าจวนขอรับ”
“เอะอะอันใดกัน ! ค่อย ๆ เอ่ย ! ”
โมโม่ตำหนิเด็กรับใช้
เด็กรับใช้ตื่นตกใจมากยิ่งนัก เขาวิ่งไปคุกเข่าหน้าฮูหยินซู “ฮูหยิน ท่านรีบออกไปข้างหน้าเถิดขอรับ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว ชาวบ้านมารวมตัวกันนอกศาลาว่าการ พวกเขามาขอความเป็นธรรมจากนายท่านขอรับ”
ฮูหยินซูเอ่ยถาม “เกิดเรื่องใหญ่อันใด ? ”
“ข้าน้อยไม่ทราบขอรับ คนเหล่านั้นไม่เอ่ยว่าเกิดอันใดขึ้น เอาแต่โวยวายขอพบนายท่าน ฮูหยิน ตอนนี้นายท่านไม่อยู่จวน พวกเราจะทำอย่างไรกันดีขอรับ ? ”
ฮูหยินซูขมวดคิ้วมุ่น “ในเมื่อมาหาท่านพี่ เช่นนั้นย่อมต้องเป็นงานราชการอยู่แล้ว แล้วสตรีที่อยู่เหย้าเฝ้าเรือนอย่างข้าจะยื่นมือเข้าไปยุ่งได้อย่างไร ให้เจ้าหน้าที่จัดการไปสิ ท่านพี่ไม่อยู่ งานราชการถือเป็นหน้าที่ของพวกเขาอยู่แล้ว”
หลังจากเอ่ยจบ ฮูหยินซูก็เดินเข้าบ้าน
โมโม่ตำหนิเด็กรับใช้ผู้นั้น “ทำอันใดไม่ละเอียดรอบคอบ ไม่รู้จักใช้สมอง ! ยังไม่รีบส่งคนไปบอกรองผู้บัญชาการอีก”
เด็กรับใช้ลุกขึ้นยืน จากนั้นก็รีบออกไปรายงานรองผู้บัญชาการทันที เพื่อให้เขามาจัดการเรื่องนี้
ทว่าผ่านไปไม่นาน เขาก็วิ่งกลับมาอีกครา “ฮูหยิน แย่แล้วขอรับ ชาวบ้านเหล่านั้นเริ่มปาข้าวของเข้ามาในจวนพวกเราแล้ว กล่าวว่าจะขอพบฮูหยินขอรับ”
ฮูหยินซูผงะตกใจ นางรีบออกมาจากห้องทันใด “เหตุใดพวกเขาถึงปาข้าวของใส่จวนเรา ? เป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร ? ที่นี่เป็นสถานที่ที่พวกเขาสามารถมาก่อกวนได้หรือ ? ! อยากพบข้าไปเพื่ออันใด ? ข้าไม่ใช่ขุนนางสักหน่อย พบข้าแล้วจะมีประโยชน์อันใดขึ้นมา ? ”
โมโม่คิดว่าเรื่องนี้ผิดปกติ ดังนั้นนางจึงรีบเอ่ยว่า “ฮูหยิน พวกเราปล่อยคุณชายออกมา แล้วให้เขาไปสอบถามว่าเกิดอันใดขึ้นดีหรือไม่เจ้าคะ ? ”
ฮูหยินซูไม่อยากให้ซูเฉิงซีออกมา ดังนั้นนางจึงเอ่ยกับโมโม่ว่า “เจ้าไปดูสักหน่อยว่าเกิดอันใดขึ้นกันแน่ ? ”
โมโม่รีบวิ่งไปตามเส้นทางเล็ก ๆ เพื่อไปหน้าจวน ผลลัพธ์คือเพิ่งมาถึง นางกลับถูกไข่เน่าลูกหนึ่งกระแทกเข้ากับศีรษะเต็ม ๆ
ไข่เน่าหยดลงมาจากศีรษะของนาง ทำให้นางอาเจียนออกมาทันที
สาวใช้สองสามคนรีบถือร่มเข้ามา แล้วดึงโมโม่ให้ถอยออกมาหน่อย
“โมโม่ พวกเราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ ? ชาวบ้านเหล่านั้นจะขอพบฮูหยินให้ได้”
โมโม่อาเจียนจนตนเองหมดเรี่ยวแรง “พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพวกเขาถึงอยากพบฮูหยิน ? ”
สาวใช้เหล่านั้นมองหน้ากันไปมา จากนั้นสาวใช้ที่อายุมากหน่อยก็ได้เอ่ยออกมาว่า “พวกเราได้ยินพวกเขาตะโกนว่าหญิงชั่วอันใดสักอย่าง…”
โมโม่มีเสียงดัง ‘กึก’ ในใจ คิดว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
“ข้าจะไปรายงานฮูหยินประเดี๋ยวนี้ พวกเจ้าปิดประตูเอาไว้ให้ดี ห้ามให้พวกเขาบุกเข้ามาเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นผลที่ตามมาจะต้องเป็นหายนะอย่างแน่นอน”
ด้วยเหตุนี้เด็กรับใช้สองสามคน จึงรีบวิ่งเข้าไปป้องกันประตู ภายใต้ ‘ห่ากระสุน’ ที่ลอยเข้ามา
เมื่อโมโม่กลับมาถึงเรือนด้านหลัง ฮูหยินซูก็ถึงกับผงะตกใจ “เหตุใดถึงมีสภาพแบบนี้ได้เล่า ? ”