หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1180 ผลที่ตามมาร้ายแรงยิ่งนัก
ตอนที่ 1180 ผลที่ตามมาร้ายแรงยิ่งนัก
“เดิมทีข้าคิดว่ามารดาของเจ้าไม่สบายจริง ๆ ถึงได้ส่งคนไปเลื่อนวันหารือ แต่คาดไม่ถึงว่านางจะพาคนไปทำให้บุตรสาวของข้าต้องอับอายถึงโรงหมอ”
“คุณชายซู ถ้าหากตระกูลซูของพวกเจ้าคิดว่าบุตรสาวของข้าไม่คู่ควรกับตระกูลขั้นสี่ของพวกเจ้า ก็สามารถขอยกเลิกงานแต่งได้อย่างเปิดเผย ถึงตระกูลหลินของข้าจะไม่ได้มีตำแหน่งใหญ่โตอันใด แต่พวกเราก็ไม่ใช่คนหน้าด้านไม่ยอมรับความจริง พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องส่งคนไปปล่อยข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ข้างนอก”
“ตอนนี้เรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เรื่องงานแต่งก็ช่างมันเถิด นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตระกูลหลินของพวกเราและตระกูลซูของเจ้าไม่มีทางอยู่ร่วมโลกกันได้ ! ของหมั้นที่ตระกูลซูนำมาให้ตระกูลหลินอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้ว ให้ตระกูลซูส่งคนออกมาตรวจนับด้วย”
หลินจงเอ่ยด้วยสีหน้ามืดครึ้ม จากนั้นเขาก็โบกมือส่งสัญญาณให้บ่าวรับใช้ตระกูลหลินเริ่มขนของลงมาจากรถม้า
แท้จริงแล้วนับตั้งแต่ทั้งสองตระกูลหารือเรื่องเกี่ยวดอง กลับไม่ได้ให้ข้าวของอันใดมากนัก ข้าวของที่ไม่มีคนสนใจหายไปนานแล้ว ทว่าเมื่อวานนี้หลินจงให้คนพยายามหาจนเจอ
หลังจากนำเอาข้าวของออกมาวางจนครบแล้ว พ่อบ้านตระกูลหลินก็ได้ส่งรายการสินสอดให้กับหลินจง
หลินจงนำรายการสินสอดวางไว้บนกองทรัพย์สินเหล่านั้น แล้วหันไปเอ่ยกับซูเฉิงซีที่ตกตะลึงจนโง่งมไปแล้ว “สินสอดของตระกูลซูอยู่ที่นี่ทั้งหมดแล้ว นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ตระกูลหลินกับตระกูลซูไม่ต้องไปมาหาสู่กันอีก”
หลังจากเอ่ยจบ หลินจงก็หมุนตัวเดินออกไป
เมื่อซูเฉิงซีได้สติกลับมา เขาจึงตะโกนออกไปว่า “ท่านลุงโปรดหยุดก่อน”
หลินจงไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย เขาก้าวออกไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ซูเฉิงซีรีบลงมาจากโต๊ะ ทว่าบนโต๊ะเต็มไปด้วยไข่เน่า เมื่อจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาจึงลื่นแล้วพลัดตกลงไปจากโต๊ะทันที
โต๊ะตัวนั้นสูงราว 2 เมตร แม้ว่าจะไม่ได้สูงมากนัก ทว่าบนพื้นเป็นชั้นหิน หลังของซูเฉิงซีกระแทกกับพื้นหินอย่างแรง จากนั้นเขาก็สลบไม่ได้สติทันที
“คุณชาย ! ”
บรรดาบ่าวรับใช้ตื่นตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง พวกเขารีบพากันเข้าไปช่วย
ชาวบ้านที่อยู่นอกกำแพงก็ตื่นตกใจมากเช่นกัน คาดไม่ถึงว่าซูเฉิงซีจะลื่นล้ม แต่ละคนต่างพากันมึนงงไปตาม ๆ กัน
ทันใดนั้นก็มีคนตะโกนออกมาว่า “รีบวิ่งเร็วเข้า ระวังจะถูกเข้าใจผิด ! ”
ทันใดนั้นชาวบ้านที่มารวมตัวกันหน้าศาลาว่าการ ก็รีบแยกย้ายออกไปทันที
หลังจากไป๋หยู่โหลวได้ยินว่าซูเฉิงซีพลัดตกลงมา นางก็รีบแหวกฝูงชนเข้าไปดูด้วยใบหน้าซีดเผือด เมื่อเห็นว่าซูเฉิงซีนอนแน่นิ่ง ไป๋หยู่โหลวจึงรีบตะโกนออกมาด้วยความตื่นตกใจว่า “ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านฟื้นสิเจ้าคะ ท่านรีบฟื้นขึ้นมาเร็วเข้าเจ้าค่ะ ! ”
เมื่อเห็นว่าซูเฉิงซีไม่ตอบสนองแต่อย่างใด ไป๋หยู่โหลวจึงรีบสั่งการบ่าวรับใช้ว่า “ยังจะมัวยืนนิ่งอยู่อีก รีบย้ายท่านพี่เข้าไปในเรือน แล้วไปตามหมอมาเสีย ! ”
ซูชิงเด็กรับใช้ของซูเฉิงซีรีบเอ่ยออกมาว่า “ไม่ได้ขอรับ แม่นางหลินซิ่วเคยบอกว่า…หากตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ จะเคลื่อนย้ายมั่วซั่วไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยก็ต้องหาเปลมาหาม”
ไป๋หยู่โหลวตะคอกอย่างไม่เกรงใจ “เจ้าจะเอ่ยถึงนางให้ได้อันใดขึ้นมาอีก ! หากไม่ใช่เพราะนาง ท่านพี่จะล้มลงมาแบบนี้หรือ ? อากาศหนาวเหน็บเพียงนี้ เจ้ายังจะหาเปลอันใดอีก ! เร็ว รีบหามท่านพี่ออกไป ! หากปล่อยเอาไว้แบบนี้ ท่านพี่อาจจะได้รับไอเย็นจนเกิดโรคแทรกซ้อน”
บ่าวรับใช้คนอื่น ๆ คิดว่าไป๋หยู่โหลวเอ่ยได้สมเหตุสมผล ดังนั้นจึงรีบเบียดซูชิงเข้าไป แล้วพยุงร่างของซูเฉิงซีขึ้นมา
ตอนที่ร่างของซูเฉิงซีถูกยกขึ้นมาจากพื้น ทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงดัง “กึก” มาจากบริเวณเอวของซูเฉิงซี
บ่าวรับใช้มองหน้ากันไปมา รู้สึกเหมือนว่าตนเองได้ก่อเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว
ไป๋หยู่โหลวตื่นตกใจจนหน้าซีดเผือด เสียงนั่น… คงไม่ใช่…
ไม่หรอกน่า จะเป็นไปได้อย่างไร ?
พอเห็นว่าบ่าวรับใช้ยืนนิ่งอยู่กับที่ ไป๋หยู่โหลวจึงแสร้งทำเป็นใจเย็น “ยังไม่รีบพาท่านพี่กลับเรือนอีก จะมัวยืนนิ่งเพื่อเหตุใดกัน ! ”
บ่าวรับใช้มองหน้ากันไปมา จากนั้นก็รีบหามซูเฉิงซีกลับเข้าไปในเรือนโดยไม่ส่งเสียงใด ๆ ออกมาอีก
ส่วนไป๋หยู่โหลวกลับฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น วิ่งกลับเรือนของตนเอง
เมื่อหลิงหลงเห็นคุณหนูของนางหน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี นางจึงรีบเอ่ยถามว่า “คุณหนู ท่านเป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ ? ”
ไป๋หยู่โหลวไม่กล้าเอ่ยอันใดให้มากความ “เจ้ารีบไปเช่ารถม้า โดยให้จอดรอที่ประตูหลัง จงกำชับให้สารถีรออยู่ตรงนั้น ห้ามให้เขาไปที่อื่นล่ะ”
หลิงหลงไม่เข้าใจ แต่ก็รีบออกไปทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว
เมื่อฮูหยินซูทราบว่าซูเฉิงซีตกลงมาจากที่สูง นางจึงรีบไปยังเรือนของซูเฉิงซีทันที
เมื่อเห็นซูเฉิงซีนอนนิ่งเช่นนั้น ฮูหยินซูจึงสะอื้นร่ำไห้ทันใด “บุตรชายผู้อาภัพของข้า ข้าบอกให้เจ้าอยู่ห่างนางจิ้งจอกนั่นสักหน่อย แต่เจ้ากลับไม่ยอมเชื่อฟัง ตอนนี้เป็นอย่างไรเล่า ถูกนางทำร้ายจนเป็นแบบนี้ หากเจ้าเป็นอันใดขึ้นมา ข้าจะใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างไรกัน ! ”
ตอนที่หมอมาถึง เขาก็ได้เห็นว่าจวนจือโจวเต็มไปด้วยความโกลาหล ฮูหยินซูร้องห่มร้องไห้ราวกับคนบ้า บรรดาบ่าวรับใช้และสาวใช้เบียดเสียดกันอยู่ข้างนอก เอาแต่ชะโงกหน้ามองเข้ามาอยู่นอกเรือน ข้างนอกเต็มไปด้วยความยุ่งเหยิง แม้แต่ทางเดินก็ยังไม่มี
ที่นี่คือจวนจือโจว แต่หากผู้ใดที่ไม่ทราบ คงคิดว่าที่นี่คือกองขยะ
เมื่อหมอมาถึงเรือนของซูเฉิงซี โมโม่เป็นคนที่ใจเย็นที่สุดในหมู่คนเหล่านี้แล้ว “ท่านหมอ รบกวนท่านมาตรวจดูคุณชายของพวกเราเร็วเข้า เขาตกลงมาจากที่สูง แล้วหมดสติไปทันทีเจ้าค่ะ”
หมอเข้าไปดึงข้อมือของซูเฉิงซีมาจับชีพจร ทว่ารอบตัวของเขาเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เขาทำใจให้สงบลงไม่ได้
“ทุกคนช่วยใจเย็นลงก่อนได้หรือไม่ ? ”
โมโม่รีบตำหนิคนที่โวยวายเหล่านั้น แล้วหันไปเอ่ยกับฮูหยินซูว่า “ฮูหยิน ท่านหยุดร้องไห้ก่อนเถิด ให้หมอได้ตรวจคุณชายก่อนเจ้าค่ะ”
ฮูหยินซูพยายามกลั้นเสียงร้องไห้ แต่ก็ยังสะอึกสะอื้นอยู่
ในที่สุดภายในห้องก็เงียบสงบ หมอถึงได้มีสมาธิตรวจชีพจร แต่ยิ่งเขาตรวจ คิ้วก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม
สีหน้าของโมโม่เคร่งเครียดขึ้นมาทันใด ทว่านางไม่กล้าถามออกไปตรง ๆ
หมอจับชีพจรทั้งสองข้างของซูเฉิงซี ทั้งยังยกเปลือกตาของซูเฉิงซีขึ้นตรวจสอบ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างแรง “แย่แล้ว พวกเจ้าเคลื่อนย้ายตัวเขาใช่หรือไม่ ? ”
โมโม่พยักหน้ารับ “บ่าวรับใช้ยกร่างคุณชายมาจากข้างนอก ท่านหมอ เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ ? ”
หมอยกมือขึ้นกุมขมับ “ตอนย้ายตัวเขา พวกเจ้าใช้อันใดหามเขาเข้ามา ? พวกเจ้าไม่รู้หรืออย่างไร ว่าคนที่ล้มกระแทกพื้นจะยกตัวขึ้นทันทีไม่ได้น่ะ ? ”
โมโม่ใจสั่น “ท่านหมอ คุณชายของพวกเราเป็นอันใดหรือเจ้าคะ ? ”
หมอส่ายหน้า พลางเอ่ยออกมาว่า “คุณชายของพวกเจ้า…ชาตินี้คงยืนไม่ได้อีกแล้ว”
ฮูหยินซูกรีดร้องทันที “เจ้าว่าอย่างไรนะ ? เจ้าเอ่ยใหม่อีกรอบสิ ? ”
หมอผู้นั้นเริ่มทนไม่ไหว แต่ก็ยังเอ่ยออกมาว่า “เวลาคนล้มกระแทกพื้น ห้ามเคลื่อนย้ายตามใจชอบ โดยเฉพาะคนที่ตกลงมาจากที่สูงอย่างคุณชายซู หากคิดจะเคลื่อนย้ายพวกเขา ก็ต้องใช้ไม้กระดานยกเขาขึ้นด้วยความระมัดระวัง ไม่เช่นนั้นจะทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวของเขาเคลื่อนได้ง่าย และก่อให้เกิดการเป็นอัมพาตตลอดชีวิต สถานการณ์ของคุณชายซูในเวลานี้… ฮูหยินซู หากท่านรู้จักหมอเทวดาคนใด ก็รีบไปเชิญมารักษาเขาเถิด วิชาแพทย์ของข้าน้อยมีอยู่อย่างจำกัด ไม่อาจช่วยเหลือคุณชายซูได้”
หลังจากเอ่ยจบ หมอรีบให้เด็กรับใช้ยกกล่องโอสถออกไปทันที แม้แต่ค่ารักษาก็ไม่กล้าเรียกเก็บ