หลินหร่วน : สาวน้อยพลังซอมบี้ - ตอนที่ 1179 มอบไข่เน่าแก่เจ้า
ตอนที่ 1179 มอบไข่เน่าแก่เจ้า
ตอนที่ไป๋หยู่โหลวมาถึงเรือนด้านหน้า นางได้ยินคำเอ่ยของซูเฉิงซีเข้าพอดี ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะกำหมัดแน่น
เป็นคนเหมือนกันแท้ ๆ หลินซิ่วไม่ต้องทำอันใด แต่กลับไม่ได้รับความรักใคร่ถึงเพียงนี้
ส่วนนางใช้แรงกายแรงใจไปไม่น้อย ทว่าได้รับเพียงสายตาขอโทษของซูเฉิงซีเท่านั้น
นางจะต้องทำให้ตนเองบรรลุเป้าหมายให้ได้ !
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงตะโกนด่าซูเฉิงซีมาจากนอกกำแพง “เหอะ เจ้าเป็นบ้าอันใด ! เจ้าคิดว่าแม่นางหลินซิ่วของพวกเราไม่มีผู้ใดอยากแต่งงานด้วยหรืออย่างไร ถึงต้องดั้นด้นแต่งเข้าตระกูลซูของเจ้าให้ได้น่ะ ? ไม่ส่องดูกมลสันดานของตระกูลเจ้าบ้าง ! ตระกูลซูของพวกเจ้าน่ารังเกียจไร้ยางอาย แม้แต่คนถือรองเท้าให้แม่นางหลินซิ่วก็ยังไม่คู่ควร ! ”
“ใช่ ! สวรรค์มีตาจริง ๆ ขอบคุณที่ดลบันดาลให้พวกเราเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของตระกูลซู ก่อนที่แม่นางหลินซิ่วจะตกลงไปในหลุมที่พวกเจ้าขุดขึ้นมา คนที่อยากสู่ขอแม่นางหลินซิ่วไม่ได้มีแค่คนสองคน การที่บุตรชายจือโจวตัวเล็ก ๆ อย่างเจ้า เข้าตาแม่นางหลินซิ่วก็ถือว่าดีมากแล้ว แต่พวกเจ้ากลับไม่เพียงไม่เห็นค่าเท่านั้น ทว่ายังใช้อุบายชั่วร้ายเหล่านี้ลับหลังอีก คิดว่าพวกเราเป็นคนโง่หรืออย่างไร ? ”
ในขณะที่เถียงกันไปมา ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นคนโยนไข่เน่า มันข้ามหัวของซูเฉิงซีไป
“คุณชายบ้าบออันใด รีบไสหัวออกไปจากเมืองชิงโจวเสีย ! ”
ไข่เน่าตกกระแทกข้างเท้าซูเฉิงซี จากนั้นก็กระเด็นออกไปเป็นวงกว้าง
ซูเฉิงซีไม่ได้สนใจสิ่งสกปรกเหล่านั้น เขาเพียงยกชายเสื้อขึ้น แล้วคุกเข่าอยู่บนโต๊ะทั้งอย่างนั้น “ข้าต้องขอโทษด้วย เรื่องนี้เป็นความผิดของตระกูลซูอย่างแท้จริง ข้าน้อยซูเฉิงซียินดีน้อมรับคำด่าของทุกท่าน”
เรื่องนี้เป็นความผิดของตระกูลซูจริง ๆ เรื่องที่ท่านแม่ของเขาทำลงไป ไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับสตรีคนใด ก็ไม่มีผู้ใดยอมรับได้ทั้งนั้น หลินซิ่วโชคดีที่มีราษฎรคอยปกป้อง ไม่เช่นนั้นคงถูกบีบจนไร้หนทางไปแล้ว
หากทำผิดก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา ในเมื่อท่านแม่ไม่อยากออกหน้ายอมรับผิด เช่นนั้นเขาทำแทนก็แล้วกัน
เขาเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ทั้งหมด ทุกอย่างที่หลินซิ่วต้องทนแบกรับ ล้วนเกิดขึ้นเพราะตัวเขา ดังนั้นเขาต้องยอมรับผลที่ตามมาให้ได้ รอให้ชาวบ้านใจเย็นขึ้นเมื่อใด เขาค่อยไปขอโทษตระกูลหลิน
ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการอันใด เขาจะทำให้ตระกูลหลินให้อภัยตนเองให้ได้ เพราะมีเพียงตระกูลหลินให้อภัยตนเองเท่านั้น เขาถึงจะสามารถแต่งงานกับหลินซิ่วได้
ท่าทีของซูเฉิงซีดูจริงใจเป็นอย่างมาก ทว่าชาวบ้านเหล่านั้นกลับไม่ใจอ่อนกับวิธีการของเขา พวกเขาหยิบ “อาวุธ” ขึ้นมาปาใส่ซูเฉิงซีไม่ยั้ง
ไป๋หยู่โหลวมองซูเฉิงซีถูกโจมตี นางโมโหจนต้องรีบปีนขึ้นไปบนบันได
ทว่ายังปีนได้ไม่ถึงไหน นางก็ถูกปาข้าวของใส่สองสามคราแล้ว แต่นางไม่คิดที่จะหยุด เพราะสำหรับนางแล้ว นี่ถือเป็นโอกาสอันดี !
ชาวบ้านเหล่านี้มาเพื่อหลินซิ่ว การที่พวกเขาทำแบบนี้กับซูเฉิงซี ก็เท่ากับแสดงเจตนารมณ์แทนหลินซิ่ว หากตนเองยืนเคียงข้างซูเฉิงซีในเวลานี้ ทนรับคำประณามและข้าวของที่ถูกปาเข้ามาร่วมกับเขา จุดยืนของนางภายในใจซูเฉิงซีจะต้องสูงขึ้นอย่างแน่นอน
ถึงตอนนี้ซูเฉิงซีจะยังไม่รู้สึกอันใด แต่วันข้างหน้ามันต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน
ลองคิดดูเถิด ระหว่างสตรีที่สร้างปัญหาและนำความอัปยศอดสูมาสู่บุรุษ กับสตรีที่ยอมยืนเคียงข้างเขาทุกเมื่อ สตรีคนใดดูน่าสมเพชกว่ากัน ?
ดังนั้นนางต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ คว้าพื้นที่ในใจของซูเฉิงซีมาให้ได้ !
ไป๋หยู่โหลวปีนขึ้นไปบนโต๊ะ แล้วเอ่ยกับซูเฉิงซีว่า “ท่านพี่ รีบลงมาเร็วเข้า ท่านอย่าทำแบบนี้เลย พวกเขาไม่ยอมฟังท่านอธิบายหรอกเจ้าค่ะ”
ซูเฉิงซีคุกเข่าอยู่อย่างนั้นไม่ฟังคำโน้มน้าวแต่อย่างใด เขาเพียงเอ่ยกับนางว่า “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้ารีบลงไปเถิด”
ไป๋หยู่โหลวจะลงไปได้อย่างไร นางไม่เพียงไม่ลงไปเท่านั้น ทว่ายังฉวยโอกาสนั่งคุกเข่าเคียงข้างซูเฉิงซีอีกด้วย “ท่านพี่ หากท่านไม่ไป เช่นนั้นข้าจะคอยอยู่เป็นเพื่อนท่านเอง”
ซูเฉิงซีรู้สึกแปลกใจไม่น้อย “เจ้าคิดจะทำอันใด ? เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้ารีบลงไปเสีย”
ไป๋หยู่โหลวส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “ท่านพี่ ข้าไม่เป็นไร หากทำแบบนี้ แล้วทำให้ชาวบ้านเหล่านั้นหายโกรธ เช่นนั้นการคุกเข่าคนเดียว จะจริงใจเท่าคุกเข่าสองคนได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ”
ซูเฉิงซีขมวดคิ้วมุ่น “นี่เป็นเรื่องของตระกูลซู เจ้าไม่ต้องเข้ามายุ่ง มันจะส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของเจ้า รีบลงไปเสีย”
ในขณะที่เอ่ย ซูเฉิงซีเตรียมให้คนเข้ามาพาตัวไป๋หยู่โหลวลงไป
ทว่าทันใดนั้น อยู่ ๆ ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า “หญิงสาวผู้นั้นคือคนที่ไปหาแม่นางหลินซิ่วที่โรงหมอบ่อย ๆ ไม่ใช่หรือ ? เหตุใดนางถึงมาอยู่กับซูเฉิงซีได้เล่า ? ”
“ช่างดียิ่งนัก ! พวกเจ้ายังจำเรื่องที่เกิดขึ้นกับตระกูลจิ่งได้หรือไม่ ! ตอนนั้นเถ้าแก่เนี้ยจิ่งก็หลงอุบายของชายชั่วกับนางจิ้งจอกนั่นไม่ใช่หรือ ? เดิมทีข้าคิดว่าเหตุใดเรื่องนี้ถึงฟังดูคุ้นหูยิ่งนัก ที่แท้ก็ใช้อุบายเดียวกันนี่เอง ! ”
“ตระกูลซูผิดคำสัญญา อยากแต่งหญิงอื่นเข้ามาแทนที่แม่นางหลินซิ่ว แต่กลัวว่าการยกเลิกงานแต่งจะทำให้เสียชื่อเสียง จึงสร้างข่าวลือเหล่านั้นขึ้นมา กล่าวว่าร่างกายของแม่นางหลินซิ่วมีปัญหา เหอะ ! พวกชาติชั่ว พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย ปาข้าวของใส่คนหน้าไม่อายเหล่านี้ เร็วเข้า ! ”
หลังจากสิ้นเสียงของคนผู้นั้น ไข่เน่าลูกหนึ่งก็กระแทกเข้ากับศีรษะของไป๋หยู่โหลวอย่างจัง
ไป๋หยู่โหลวตะลึงงันไปชั่วครู่ น้ำไข่เน่าไหลลงมาตามศีรษะ และไหลเข้าไปในปากที่อ้าค้างด้วยความตกตะลึงของนาง ไป๋หยู่โหลวทนไม่ได้อีกต่อไป นางอาเจียนออกมาทันที
กลิ่นไข่เน่าและผักเน่าโชยมาราวกับพายุ ในระหว่างนั้นยังมีก้อนหินอีกไม่น้อย ทำให้ไป๋หยู่โหลวเจ็บตัวคราแล้วคราเล่า นางอยากจะหลบ ทว่าโต๊ะไม่ได้ใหญ่เพียงนั้น และตอนนี้นางเริ่มทนไม่ไหวแล้วเช่นกัน
โต๊ะตัวนี้ถูกซ้อนให้สูงขึ้น จะบอกว่าสูงก็ไม่สูง ราวสองเมตรเห็นจะได้ แต่หากร่วงลงไปจริง ๆ มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยทีเดียว ซูเฉิงซีรีบให้คนพาไป๋หยู่โหลวลงไป
ไป๋หยู่โหลวไม่อยากไป แต่ก็ตระหนักได้ว่านางประเมินตนเองไว้สูงจนเกินไป
กลิ่นไข่เน่าและผักเน่าเหล่านั้นน่าสะอิดสะเอียนจนเกินไป ตอนนี้ร่างของนางเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นเน่า
ภายใต้ความช่วยเหลือของบ่าวรับใช้ ไป๋หยู่โหลวแสร้งทำเป็นว่านางไม่มีทางเลือกอื่น จึงต้องลงมาจากโต๊ะ ทว่าการโจมตีเหล่านั้นกลับตามนางมาเหมือนเงา ทำให้นางต้องรีบหลบ บ่าวรับใช้เหล่านั้นคอยช่วยบังให้นาง ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงพลอยลำบากไปด้วย แต่ละคนต่างก็มีกลิ่นเหม็นเน่าติดตัว
สถานการณ์ในเวลานี้ไม่น่าจะสงบลงได้แล้ว ทว่าอยู่ ๆ ก็มีเสียงทรงพลังของสตรีผู้หนึ่งดังขึ้นมา “หยุดได้แล้ว ไม่ต้องปาแล้ว ! ”
ชาวบ้านพากันหยุดมือพร้อมกับหันไปมองต้นเสียง เห็นจิ่งเสียนกับหลินจงพาผู้ติดตามสองสามคนและรถม้าอีกสองคันมุ่งหน้ามาทางนี้
“ตระกูลหลินมาแล้ว”
หลินจงมองซูเฉิงซีที่นั่งคุกเข่าอยู่บนโต๊ะ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา แท้ที่จริงซูเฉิงซีเป็นเด็กดีมาก เขาถ่อมตนและมีมารยาท ทั้งยังจริงใจกับหลินซิ่ว ทว่าคนตระกูลซูไม่ใช่คนดีอันใด เขาไม่อยากให้บุตรสาวของตนเองต้องแต่งเข้าไปในตระกูลเช่นนี้
ซูเฉิงซีก็เห็นหลินจงกับจิ่งเสียนเช่นกัน จิตใจของเขาเริ่มกระสับกระส่าย จากนั้นก็รีบเอ่ยออกมาว่า “ลุงหลิน ข้าน้อยต้องหาคำอธิบายสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ท่านได้อย่างแน่นอน ท่านลุงโปรดให้เวลาข้าน้อยด้วยเถิดขอรับ”
หลินจงที่พูดง่ายมาโดยตลอดกลับส่ายหน้าปฏิเสธ “คุณชายซู เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ไม่มีอันใดต้องเอ่ยแล้วล่ะ”