ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1000 พาหลินเจียจวินไปที่สำนักงานใหญ่
ตอนที่ 1000 พาหลินเจียจวินไปที่สำนักงานใหญ่
“เสื้อผ้าเฉพาะแบบคืออะไร ? ”
หลินเจียจวินคิดอยู่พักหนึ่ง และอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ตัวอย่างเช่น ชุดทหารที่พี่ใส่ก่อนหน้านี้ก็เป็นชุดเฉพาะแบบ ! ”
ซี๊ด !
หลินเจียจวินสูดลมหายใจและพูดด้วยความประหลาดใจ “นายสนใจเรื่องนี้จริง ๆ หรือ ? ”
เขามาจากกองทัพ ดังนั้นเขาจึงรู้ดีว่าเครื่องแบบทหารมีหลายประเภท ตั้งแต่ประเภท 65 และประเภท 71, ประเภท 74, ประเภท 78 ที่ ‘ปรับปรุงใหม่’ ล่าสุดนี้
และในเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้ แผนการปฏิรูปเครื่องแบบทหารก็ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานระดับสูง และมีแผนจะทำเครื่องแบบทหารประเภท 85 ขึ้นมา ซึ่งเป็นประเภทใหม่ เมื่อระบบยศทหารได้รับการฟื้นฟูในปี 1985
เขารู้แค่ข่าวแต่เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าในวันที่ 1 พฤษภาคม 1985 กองทัพจีนทั้งหมดจะได้เปลี่ยนเครื่องแบบทหารเป็นประเภท 85
ตอนนี้เพิ่งจะเดือนมีนาคม 1984 ตราบใดที่โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าก้าวหน้าเร็วพอ เขาก็ยังตามทันกระแสนี้ทัน
ด้วยความทรงจำของเขา เขารู้ว่าเครื่องแบบทหารประเภท 85 รุ่นหลังจะเป็นอย่างไร และเขาสามารถมีส่วนร่วมในการออกแบบและการผลิตได้อย่างเต็มที่
หลินเจียจวินเองก็ยังชื่นชมความเฉียบแหลมของเจียงเสี่ยวไป๋
หากทำเช่นนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าโรงงานเสื้อผ้าจะเจ๊ง แม้ว่าเสื้อผ้าประเภทอื่นจะขายไม่ออกก็ตาม
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ไม่ใช่แค่เครื่องแบบทหารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเครื่องแบบตำรวจ ชุดนักเรียน ชุดแพทย์ ชุดทำงานโรงงาน ชุดเต้นรำ ฯลฯ ทั้งหมดนี้ล้วนจัดอยู่ในเสื้อผ้าชุดเฉพาะแบบ”
ยิ่งหลินเจียจวินได้ยินที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น เจียงเสี่ยวไป๋เพียงคนเดียวสามารถคิดธุรกิจมากมายขนาดนี้ขึ้นมาได้ หากว่าธุรกิจนี้ถือกำเนิดขึ้นมา มันจะต้องเป็นตลาดที่ใหญ่มาก
และเป็นอย่างที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่มีผิด ที่เสื้อผ้ามาก่อนเป็นอันดับแรกในบรรดาปัจจัยสี่นั้นไม่ใช่เรื่องที่ไม่มีเหตุผล
“เอาล่ะ ในเมื่อนายคิดแล้ว ฉันก็มีหน้าที่ทำทุกอย่างที่นายบอก ! ” หลินเจียจวินพูดอย่างจริงใจ
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เอาบุหรี่ออกมาอีกครั้ง และยื่นให้กับหลินเจียจวินอีกหนึ่งมวน
หลังจากที่ทั้งสองสูบบุหรี่ คนหนึ่งก็พูดอย่างจริงจัง ส่วนอีกคนก็ฟังอย่างตั้งใจ
มีหลายสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก หนึ่งในนั้นคือรับสมัครนักออกแบบแฟชั่นจำนวนมาก เลือกอุปกรณ์การผลิตเสื้อผ้าในต่างประเทศ เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบแฟชั่นจากต่างประเทศมา จากนั้นก็รับสมัครพนักงานท้องถิ่นในมณฑลเจียงซูและเจ้อเจียง ฝูเจี้ยนและกวางตุ้ง จากนั้นก็หาที่ดินตั้งโรงงาน ทั้งสองคนคุยกันไปเรื่อย ๆ กระทั่งเวลาผ่านไปหลายชั่วโมงโดยไม่รู้ตัว
จนกระทั่งเจียงชานออกมาเรียกพวกเขาไปกินข้าว เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียจวินจึงหยุดพูดคุยกัน
“ไปยืนตากลมอยู่ข้างแม่น้ำนานมาก ไปแอบคุยอะไรกัน ? ”
ทันทีที่เดินเข้าประตูไป หลินเจียหงก็ถามด้วยความโกรธ
หลินเจียจวินยิ้มแล้วชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ “ก็ผู้ชายคนนี้มันติดบุหรี่ จึงลากฉันไปสูบบุหรี่ที่ริมแม่น้ำ”
“เห็นฉันเป็นคนหลอกง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ ? ” หลินเจียหงกลอกตาไปที่หลินเจียจวินแล้วพูด
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “ฉันล้อเล่น นอกจากคุยเรื่องงานแล้วจะคุยอะไรกันได้อีกล่ะ ? ”
หลินเจียหงกล่าวว่า “แล้วคุยเรื่องงานในบ้านไม่ได้เลยเหรอ ? ทำไมต้องไปที่ริมแม่น้ำให้ลมหนาวพัดหน้าแบบนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ตอนแรกก็อยากคุยงานแบบสบาย ๆ กินลมชมวิวไปด้วย สูบบุหรี่ไปด้วย แต่แค่เผลอคุยนานไปหน่อยก็เท่านั้น” เขาอธิบายและพูดอย่างรวดเร็ว “เอาล่ะ เราไม่คุยกันแล้ว รีบไปกินข้าวเถอะ”
หลินเจียหงไม่ได้ถามอะไรอีกต่อไป
ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเรื่องปกติที่เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียจวินจะพูดคุยเรื่องงานกัน
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ไม่ได้คุยกับหลินเจียจวินอีก เพราะเรื่องนี้ไม่ได้รีบร้อนอยู่แล้ว
แต่หลินเจียจวินต่างหากที่เป็นฝ่ายร้อนใจแทน
โดยพื้นฐานแล้ว สิ่งที่เจียงเสี่ยวไป๋พูดกระตุ้นให้เขาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น และเขาแทบรอไม่ไหวที่จะลงมือทำเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด
จนถึงวันรุ่งขึ้น คือวันที่ 7 มีนาคม เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับหลินเจียอินว่า “เมียจ๋า วันนี้พี่เจียหงจะอยู่เป็นเพื่อนคุณที่บ้าน ส่วนผมจะพาพี่เจียจวินเข้าไปที่บริษัทก่อน”
หลินเจียอินกล่าวว่า “คุณไม่ได้ไปที่บริษัทกว่าสิบวันแล้ว ไปทำงานบ้างเถอะ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ฉันจะตรวจสอบสถานการณ์ นอกจากนี้พรุ่งนี้เป็นวันที่ 8 มีนาคม รองประธานเมิ่งทำงานหนักมาก ดังนั้นผมต้องไปดูเธอบ้าง”
หลินเจียอินพยักหน้า “ตามสบายเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ไปบอกหลิวอี้ถิงและหลินเจียหง ก่อนที่จะออกเดินทางไปกับหลินเจียจวิน
พวกเขาทั้งสองจึงได้มีโอกาสพูดคุยกันอีกครั้ง
ระหว่างทาง พวกเขาได้พูดคุยเกี่ยวกับแผนการและวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าในอนาคต และในไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงสำนักงานใหญ่ของเจียงเจียกรุ๊ป
“มาที่นี่แล้ว มันให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป ! ”
หลินเจียจวินมองไปที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ และพูดด้วยรอยยิ้ม “ครั้งสุดท้ายที่ฉันมาที่นี่ มันยังไม่เป็นรูปเป็นร่างแบบนี้ แต่ตอนนี้เป็นสำนักงานที่ใหญ่โตแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ในอนาคต เจียงเฉิงจะกลายเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ให้กับบริษัท”
หลินเจียจวินหัวเราะเสียงดัง “ไม่เป็นไร นายแค่รักษาคำพูดก็พอ ฉันจะเอาสมุดมาจดบันทึกมันไว้ ! ”
ขณะที่ทั้งสองพูดคุยและหัวเราะกัน พวกเขาก็มาถึงสำนักงานแถวที่สาม
ที่นี่ยังมีห้องทำงานของหลินเจียจวินอีกด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋ได้พาเขามาที่สำนักงานของเขาก่อน
หลินเจียจวินมองไปรอบ ๆ และพูดด้วยรอยยิ้ม “จะทำห้องทำงานให้ฉันทำไม มันก็เป็นแค่ของประดับไม่ใช่เหรอ ? ”
ถึงจะพูดออกมาแบบนั้น แต่เขาก็ยังคงมีความสุขมาก
บางทีสำนักงานนี้อาจมีการใช้เพียงไม่กี่ครั้งต่อปี แต่ก็แสดงถึงสถานะของเขาในบริษัทด้วย
“เอาล่ะ ไปหารองประธานเมิ่งกันก่อนเถอะ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าว
หลินเจียจวินพยักหน้า
ทั้งสองไปที่ห้องทำงานของเมิ่งเสี่ยวเป่ยด้วยกัน และบังเอิญว่าเฉินหยวนเฉาและเฉินอันผิง ทั้งคู่ก็อยู่ที่นั่นด้วย
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียจวินมา พวกเขาทั้งสามก็ประหลาดใจและรีบลุกขึ้นมาทักทาย
“ผู้ช่วยเจียง ขอแสดงความยินดีกับการให้กำเนิดลูกแฝดของคุณด้วย ! ”
เฉินอันผิงแสดงความยินดีกับเจียงเสี่ยวไป๋ก่อน จากนั้นจึงหันไปทักทายหลินเจียจวิน “ผู้ช่วยหลิน ฉันไม่คิดว่าคุณจะมาด้วย มานั่งก่อนสิ”
เฉินหยวนเฉามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และพูดว่า “ทำไมถึงรีบให้เจียอินออกจากโรงพยาบาลทันทีเลยล่ะ ฉันยังไม่ได้ไปเยี่ยมอันอันและห่าวห่าวด้วยซ้ำหลังจากวันนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “พี่ ถ้าอยากเห็นหน้าหลานก็ไปที่เจียงวานก็ได้ครับ”
เฉินหยวนเฉาพยักหน้า จากนั้นก็หันไปทักทายหลินเจียจวินต่อ
หลังจากที่ทั้งห้าคนนั่งลงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อกี้พวกคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่นะ ? เราไม่ได้รบกวนใช่ไหม ? ”
เมิ่งเสี่ยวเป่ยเม้มริมฝีปากแล้วยิ้ม “เรากำลังพูดถึงร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ คุณมาทันเวลาพอดี เราไม่จำเป็นต้องโทรไปถามแล้ว”
“ดีเลย ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้
เฉินอันผิงเหลือบมองเมิ่งเสี่ยวเป่ยแล้วพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น ฉันจะบอกรายละเอียดให้คุณฟังก็แล้วกัน ! ”
หลังจากนั้น เขาก็เริ่มเล่ารายละเอียดให้เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง
หลังจากที่มีการเปิดร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ในเมืองต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคกลางของจีนพร้อมกันในวันที่ 3 มีนาคม จนถึงเวลา 20.00 น. ของวันที่ 6 มีนาคม ผลประกอบการของร้านสะดวกซื้อเป็นที่น่าพึงพอใจ ได้รับการตอบรับที่ดี
มูลค่าการซื้อขายของร้านค้าแห่งเดียวมีตั้งแต่ 1,000 หยวนไปจนถึงสูงสุด 6,000 หยวนต่อวัน
แน่นอนว่านี่ไม่รวมยอดการขายล็อตเตอรี่
เพราะยอดการจำหน่ายล็อตเตอรี่นั้นจะแยกต่างหาก
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม มีการเปิดร้านค้า 300 แห่ง และในวันที่ 4-6 มีนาคม มีการเปิดร้านค้าวันละสิบแห่งติดต่อกัน โดยพื้นฐานแล้ว ยอดการขายรวมต่อวันของร้านค้าทั้งหมดจะอยู่ที่ 1.3 ล้านหยวน
เนื่องจากเป็นการซื้อจำนวนมากโดยการประมูล แม้ว่าราคาสินค้าของร้านสะดวกซื้อจะต่ำกว่าราคาสินค้าชนิดเดียวกันในห้างสรรพสินค้า แต่ก็ถือว่าได้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 35% เมื่อคำนวณแล้วกำไรของร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์จะอยู่ที่เกือบ 500,000 หยวนต่อวัน
เพื่อเป็นการตอบสนอง เจียงเสี่ยวไป๋เพียงพยักหน้า เขาดูไม่มีท่าทีตื่นเต้นหรือผิดหวังแม้แต่น้อย
เพราะส่วนใหญ่เป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
“รักษายอดขายนี้เอาไว้ จากนั้นก็วางผังร้านสะดวกซื้อในเครือโฮมอินน์ของภูมิภาคกลางของจีนให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน จากนั้นก็ให้ขยายไปทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด ยกเว้นจังหวัดที่ห่างไกล อย่างที่ราบสูงเทียนซัง และเขตปกครองตนเองอุยกูร์ทางตะวันตก”
เจียงเสี่ยวไป๋ให้คำแนะนำที่กระชับและตรงไปตรงมา
“ผู้ช่วยเจียง ไม่ต้องกังวล รองประธานเมิ่งและผมก็คุยกันว่าจะรีบขยายสาขาไปทั่วประเทศโดยเร็วที่สุด” เฉินอันผิงกล่าว