ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1020 ถ้าไม่จ่าย ก็จะไม่เห็นคุณค่า
ตอนที่ 1,020 ถ้าไม่จ่าย ก็จะไม่เห็นคุณค่า
“ไม่มีปัญหา ! ”
“ไม่มีปัญหาเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม เขาดูมีความสุขมาก
“เยี่ยมมาก ! ” จางอี้เต๋อตบต้นขาของเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันรู้ว่านายจะไม่ปฏิเสธ ! ”
“ขอบคุณมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือแล้วพูดด้วยท่าทางใจเย็น “นายกเทศมนตรีจาง คุณไม่จำเป็นต้องขอบคุณผมหรอก ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณคุณ”
จางอี้เต๋อสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็รู้สึกไม่ดี แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่ามันคืออะไร เขายิ้มและพูดว่า “เสี่ยวไป๋ พูดว่าอะไรนะ ? ฉันขอบคุณที่นายเปิดโอกาสให้คนอื่นที่ไม่ใช่คนในบริษัทนายเข้าไปเรียนได้ ทำไมนายถึงต้องขอบคุณฉันกลับด้วย ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่ผมขอบคุณ ก็เพราะคุณมีส่วนร่วมในการพัฒนาคณะบริหารธุรกิจของเรา ! ”
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “ก็คณะนี้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ด้านการบริการแก่เหล่าผู้บริหารไม่ใช่เหรอ ? ฉันไม่ได้ช่วยเหลืออะไรเลย”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะเบา ๆ และกล่าวว่า “เพื่อให้คณะบริหารธุรกิจของบริษัทเจียงเจียเป็นไปในทางที่ดี นอกเหนือจากอาจารย์ที่มีคุณภาพแล้ว เรายังต้องการนักศึกษาที่มีคุณภาพสูงด้วย นักศึกษาในตอนนี้ส่วนใหญ่กล่าวได้ว่าเป็นพนักงานของเจียงเจียกรุ๊ป พวกเขาก็ค่อนข้างที่จะตั้งใจเรียนและสนุกสนานไปกับมัน”
หลังจากหยุดชั่วครู่ เขาก็พูดต่อ “แต่มันจะแตกต่างออกไปเมื่อหัวหน้าของรัฐวิสาหกิจที่นายกเทศมนตรีจางส่งมาเรียน เพราะพวกเขาล้วนเป็นคนที่มีสถานะ ด้วยการมีส่วนร่วมของพวกเขา คณะนี้จึงจะสามารถก่อตั้งขึ้นได้อย่างแท้จริง”
จางอี้เต๋อยิ้มแล้วพูดว่า “เป็นแบบนี้นี่เอง ฮ่า ๆ ไม่เป็นไร นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและถามว่า “นายกเทศมนตรีจาง คุณจะส่งคนมาเรียนคณะบริหารธุรกิจในครั้งนี้กี่คนเหรอครับ”
จางอี้เต๋อคิดอยู่พักหนึ่งแล้วพูดว่า “มีรัฐวิสาหกิจหลายร้อยแห่งในเมืองชิงโจว ตั้งแต่ผู้รับผิดชอบไปจนถึงผู้จัดการระดับกลางและระดับสูง มีคนจำนวนมากที่จำเป็นต้องเรียนรู้ อย่างน้อยชุดแรกก็ต้องหลายร้อยคน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า
รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่บางแห่งมีพนักงานหลายพันคน และขนาดเล็กก็มีพนักงานมากถึง 180 คน จึงเชื่อว่าผู้บริหารอุตสาหกรรมของฐวิสาหกิจเหล่านี้มารวมกันมีจำนวนมากแน่นอน ดังนั้นจึงต้องแบ่งมาเรียนครั้งละ 100 คน ซึ่งนี่ก็เป็นความคิดที่ดี
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “ในเมื่อนายพยักหน้า งั้นก็แสดงว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้ว ฉันจะแจ้งให้นายทราบภายในหนึ่งสัปดาห์นี้ ตกลงไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “คุณไม่จำเป็นต้องให้แจ้งรายชื่อให้ผมหรอก แค่บอกให้พวกเขานำเอกสารมาลงทะเบียนเรียนก็พอ ! ”
จางอี้เต๋อยิ้มและพูดว่า “ใช่สิ ต่อให้ฉันให้รายชื่อนายไป นายก็คงไม่มีเวลาดูมันหรอกจริงไหม ไม่ต้องกังวล ฉันจะคัดเลือกคนกลุ่มแรกอย่างระมัดระวัง ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋และดูเหมือนจะจำอะไรบางอย่างได้ จึงพูดว่า “ยังไงก็ตาม เอกสารที่ให้พวกเขานำไปมีอะไรบ้าง ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มเล็กน้อย “สิ่งที่สำคัญที่สุดคือค่าเล่าเรียนครับ ! ”
จางอี้เตอตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความประหลาดใจ “ค่าเล่าเรียนเท่าไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “การจะมาเรียนหลักสูตรบริหารธุรกิจของเรา แน่นอนว่าต้องมีค่าเล่าเรียนครับ ! ”
“เป็นไปไม่ได้ที่จะให้พวกเขาเข้ามาเรียนฟรี ๆ ? ”
จู่ ๆ ใบหน้าของจางอี้เต๋อก็ดูเปลี่ยนไป ก่อนนี้เขาสงสัยว่าทำไมเจียงเสี่ยวไป๋ถึงยอมให้คนจากรัฐวิสาหกิจมาเรียนง่าย ๆ มันกลายเป็นแบบนี้นี่เอง !
ถึงอย่างนั้น นี่ก็คือการไปเรียน แน่นอนว่าต้องมีค่าเล่าเรียนอยู่แล้ว
เขากัดฟันแล้วถามว่า “ค่าเล่าเรียนต่อหนึ่งคนเท่าไหร่ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ไม่มากหรอกครับ แค่ 1,200 หยวนต่อคน ! ”
“อะไรนะ ? ” จางอี้เต๋ออุทานออกมาเสียงดัง “1,200 หยวนต่อคน นี่เรียกว่าไม่มากงั้นเหรอ ? ”
“ไปเรียนมหาวิทยาลัยยังไม่แพงเท่านี้เลย ! ”
“ทำไมถึงแพงขนาดนี้ล่ะ”
เขาจ้องมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธ ผู้ชายคนนี้ก็เหมือนกับสิงโต เขากำลังฉวยโอกาสจากสถานการณ์นี้อยู่ !
เจียงเสี่ยวไป๋มีท่าทางสงบและพูดว่า “นายกเทศมนตรีจาง แม้แต่ขงจื๊อเวลาจะรับลูกศิษย์ ก็ยังต้องเอาเนื้อแห้งมาให้เขาสองสามชิ้นเลย”
“ขงจื๊ออะไร ? ”
“โอ้ ผมแค่กำลังยกตัวอย่างว่าทุกอย่างย่อมมีราคา ไม่ได้สอนอะไรเลยครับ”
“ผมเองก็เป็นอาจารย์สอนในคอร์สธุรกิจนี้ ซึ่งผมต้องเอาเคล็ดลับในการทำเงินมาสอนให้กับพวกเขา ผมจะขอเนื้อแห้งสักสองสามชิ้นเป็นค่าตอบแทนไม่ได้เลยหรือครับ ? ”
จางอี้เต๋อกลอกตา จะเอาเนื้อแห้งเป็นค่าตอบแทนงั้นเหรอ ?
เงินจำนวนเท่านี้มันซื้อเนื้อแห้งได้กี่ชิ้นกัน ?
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นความโกรธบนใบหน้าของจางอี้เต๋อ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เขาพูดพร้อมรอยยิ้ม “ท่านผู้นำ ที่ผมคิดค่าเล่าเรียนเพิ่ม ก็เพื่อประโยชน์ของคุณเอง ! ”
จางอี้เต๋อเบิกตากว้าง เขามองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความไม่เชื่อ ก่อนจะพูดว่า “เพื่อประโยชน์ของตัวฉันเองงั้นเหรอ ? ผลประโยชน์อะไรกัน ! ”
“ฉันรู้สึกว่าหน้านายหนาขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาสองเดือน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจ “ไอ้หย่า…นายกเทศมนตรีจาง คุณลองคิดดูสิ ถ้าผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจมาเรียนคอร์สธุรกิจฟรี และยังโดนบังคับมา ยกเว้นไม่กี่คนที่เต็มใจ ที่เหลือพวกเขาจะตั้งใจเรียนจริง ๆ เหรอ ? ”
“ถ้าพวกเขารักที่จะเรียนรู้จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องเรียนจากผม พวกเขาก็เรียนรู้เองได้ จากนั้นพวกเขาก็จะสามารถพัฒนาบริษัทให้เติบโตได้ไม่ใช่เหรอ ? ”
“อย่างที่เขาว่ากันว่า ถ้าไม่จ่ายก็ไม่เห็นความสำคัญ ! ”
“ถ้าเราให้พวกเขามาเรียนฟรี พวกเขาคงจะแค่มาเข้าเรียน แต่เนื้อหาคงไม่เข้าสมองหรอกครับ ”
หลังจากฟังคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋แล้ว จางอี้เต๋อก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล
เขาพูดอย่างอ่อนแอ “แต่ค่าเล่าเรียน 1,200 หยวนนั้น… มันมากเกินไป ! ”
ต้องรู้ก่อนว่าเงินเดือนของผู้บริหารอุตสาหกรรมของรัฐวิสาหกิจอยู่ที่ประมาณ 100 หยวนเท่านั้น
หากค่าเล่าเรียน 1,200 หยวน ก็เท่ากับเงินเดือนของพวกเขาตั้ง 1 ปีเต็ม ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋โบกมือ “นายกเทศมนตรีจาง ไม่เพียงแต่ผมไม่คิดว่ามันมากเกินไป แต่ผมยังคิดว่ามันน้อยเกินไปด้วยซ้ำ ! ”
“เอาล่ะ งั้นเอาแบบนี้ดีกว่าครับ ผมจะเปลี่ยนราคาค่าเล่าเรียนเป็น 2,400 หยวน ! ”
อา ?
จางอี้เตอตกตะลึงอย่างสิ้นเชิง
ทำไมถึงแพงขึ้นเรื่อย ๆ !
“นาย.. นาย…นี่มันเรื่องไร้สาระอะไรกัน ! ”
หลังจากกลับมามีสติอีกครั้ง จางอี้เต๋อก็พูดด้วยความโกรธ
ผู้ชายคนนี้ไม่มีมาตรฐานในการเก็บค่าเล่าเรียนเอาซะเลย ประมาณว่าเขาอยากเก็บเท่าไหร่ก็แค่พูดมันออกมา
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างจริงจัง “ท่านผู้นำ ทำไมคุณไม่เข้าใจความพยายามที่ผมจะสื่อออกไปเลย”
จางอี้เต๋อกลอกตา ใช่แล้ว การที่คุณมีได้อย่างทุกวันนี้ การที่คุณทำเงินได้มากขึ้น ก็เพราะคุณหน้าเงิน
ส่วนรัฐวิสาหกิจนั้นได้ผลกำไรน้อยมาตั้งแต่แรก ปรากฎว่านักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จนั้นต่างก็เป็นคนหน้าเงิน และแสวงหาแต่ผลกำไรเท่านั้น
ยิ่งการที่คุณไปขอความช่วยเหลือจากเขา
ก็ไม่ต่างอะไรจากการเดินไปให้เขาปล้น !
จางอี้เต๋อยิ้ม “นายถามฉันว่านายพยายามสื่ออะไรกับฉันงั้นเหรอ ฉันเข้าใจแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ก่อนอื่น ยิ่งราคาที่พวกเขาจ่ายมากเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งกดดันมากขึ้นเท่านั้น ท้ายที่สุดแล้ว นี่ก็คือเงินจำนวนมาก ดังนั้นทุกกลเม็ดที่ผมสอนไป พวกเขาคงเก็บมันหมด ไม่ให้พลาดแน่นอน ! ”
“แต่ถ้าหากว่าผมคิดเงินแค่ 180 หยวน เงินจำนวนเท่านี้คงไม่กินเนื้อพวกเขาหรอกครับ”
ปากของจางอี้เต๋อขยับ เขาอยากจะเถียงออกมา แต่ในที่สุดก็อดทนไว้ก่อน เพราะแม้จะดูเป็นเรื่องที่อุกอาจ แต่ก็ยังสมเหตุสมผล ฟังก่อนแล้วค่อยตอบโต้ก็ได้
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวต่อ “ประการที่สอง ค่าเล่าเรียน 2,400 หยวนที่ผมพูดถึง เอาเป็นว่าใครก็ตามที่เข้าเรียนคอร์สธุรกิจ รัฐวิสาหกิจของเขาต้องจ่ายค่าเล่าเรียนเองคนละ 1,200 หยวนเอง ส่วนทางภาครัฐจะให้เงินอุดหนุนคนละจำนวน 1,200 หยวน”
“ด้วยวิธีนี้ ทางภาครัฐก็จะมีส่วนในการส่งพวกเขาเรียน ดังนั้นพวกคุณจะสามารถทำอะไรพวกเขาก็ได้”
“ต้องเสียค่าใช้จ่ายมากมาย เพื่อให้พวกเขาได้เรียน หากยังไม่ตั้งใจเรียน ก็รับผิดชอบค่าเล่าเรียนในส่วนนี้คืนมาให้กับทางภาครัฐ”
“แบบนี้ พวกเขายังจะกล้าไม่ตั้งใจเรียนอยู่ไหม ผมเชื่อว่าพวกเขาจะก้าวหน้าขึ้นแน่นอน จริงไหม ? ”