ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1025 เข้าสู่ภูเขา
ตอนที่ 1,025 เข้าสู่ภูเขา
ขณะนี้ถนนจากเจียงวานไปยังเมืองชิงซานได้ถูกสร้างขึ้นเป็นถนนสายรอง ราดด้วยยางมะตอย ซึ่งพื้นผิวถนนกว้าง 9 เมตร
ทางด้านซ้ายของถนนคือเทือกเขาหน้าผาหลังบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋ นอกจากนี้ยังเป็นพื้นที่รกร้างขนาดใหญ่ แต่อีกด้านหนึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมขนาดใหญ่
ถนนสายนี้เป็นเหมือนเส้นแบ่งพื้นที่รกร้างและพื้นที่เกษตรกรรมออกเป็นสองฝังอย่างชัดเจน
“ป่าป๊ะคะ เราจะเดินบนถนนนี้ไปอีกนานไหม ? ”
เจียงชานเดินมาไกลกว่าหนึ่งกิโลเมตร พร้อมทั้งดึงรั้งเจียงซือไว้ตลอดทาง จึงอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “แถวนี้มีวัชพืชมากเกินไป เราเดินลัดเข้าป่าไม่ได้ หากเจอทางแล้ว พ่อจะนำเข้าป่าไปเอง ”
เจียงชานไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพยักหน้า
เจียงถิงพูดว่า “คุณลุง ทำไมเราไม่ขึ้นไปบนภูเขาจากหน้าผาหลังบ้านล่ะคะ ? ”
ดูเหมือนเจียงชานก็จำได้ และถามว่า “ใช่ค่ะป่าป๊ะ ทำไมเราต้องเดินอ้อมมาไกลขนาดนี้ด้วยคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มออกมา และกล่าวว่า “ที่พ่อพาเดินมาตามถนน ก็เพื่อจะได้สังเกตพื้นที่บริเวณนี้ แล้วค่อยหาทางเดินกลับไปทางหน้าผาหลังบ้าน วิธีนี้มันจะง่ายกว่า”
เป็นอย่างนี้เองเหรอ ?
เจียงชานเอียงศีรษะของเธอด้วยความสงสัยเล็กน้อย
แต่เมื่อพ่อพูดออกมาแบบนี้ ก็ต้องเป็นเรื่องจริง เธอไม่ถามอะไรอีกต่อไป และเดินต่อไปข้างหน้าโดยมีเจียงซือเดินข้าง ๆ
หลังจากเดินไปได้กว่าหนึ่งกิโลเมตร ก็มีทุ่งนาอยู่ทั้งสองฝั่งของถนนข้างหน้า และมีครอบครัวหนึ่งกำลังทำนาอยู่
“ป่าป๊ะ เราเดินมาถึงหมู่บ้านเซียงเจียแล้ว ! ”
เจียงชานชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งแล้วพูดขึ้นมา
พวกเขาได้เดินออกจากเจียงวานแล้ว และที่นี่ก็เป็นหมู่บ้านเซียงเจีย ยิ่งเดินหน้าไปเท่าไหร่ก็เจอชาวบ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า เขาพอใจกับสิ่งที่เขาได้เห็นตลอดทางแล้ว และพูดว่า “เพราะเราจะเข้าไปในภูเขาจากที่นี่”
“ได้ค่ะ ! ”
“ดีมาก ! ”
ในที่สุดก็ถึงเวลาที่จะได้ขึ้นไปบนภูเขาแล้ว จึงทำให้เจียงชานและเจียงถิงต่างก็มีความสุข
หลังจากออกจากเส้นทางหลักแล้ว ที่หมู่บ้านเซียงเจียจะมีเส้นทางขึ้นไปบนภูเขา
“โฮ่ง ๆ ๆ ! ”
เจียงชานดึงเจียงซือและเดินไปข้างหน้า ขณะที่เธอเดินเข้ามาในหมู่บ้าน สุนัขสีดำตัวใหญ่ก็กระโดดออกจากข้างทาง และเห่าใส่ทั้งสามคน
“โฮ่ง ๆ ! ”
เมื่อเจียงซือเห็นสุนัขสีดำเห่าใส่ มันก็ทนไม่ไหว จึงเงยหน้าขึ้นแล้วเห่าตอบ
เมื่อสุนัขสีดำได้ยินเสียงเห่าของเจียงซือและเห็นขนาดตัวที่สูงใหญ่ของมัน มันก็ “เห่า” ออกมาหลายครั้ง และถอยหลังไปสองสามก้าวด้วยความหงุดหงิด เปลือกตาของมันดูสงบลงมาก
อาจเป็นเพราะเจียงซือไม่ได้เห็นสัตว์ชนิดเดียวกันมานานแล้ว หรือบางทีอาจเป็นเพราะมันต้องการสอนบทเรียนให้กับสุนัขสีดำตัวใหญ่ตัวนี้ ดังนั้นมันจึงรีบวิ่งเข้าไปและเกือบจะลากเจียงชานเข้าไปด้วยกำลังของมัน
โชคดีที่เจียงเสี่ยวไป๋มือไวตาไว เขารีบคว้าโซ่มาจากเจียงชาน ดังนั้นจึงไม่ก่อให้เกิดปัญหา
“สุนัขโง่ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ดึงโซ่อย่างแรง และในที่สุดเจียงซือก็หยุดนิ่ง เขามองเจียงซืออย่างช่วยไม่ได้ ราวกับว่ามันเป็นเด็กที่ทำผิด
“แกจะวิ่งกะทันหันแบบนี้ไม่ได้ ! ” เจียงชานตบหัวมันพร้อมทั้งดุด่าออกมา
“โฮ่ง ๆ ๆ ! ”
เจียงซือตอบกลับด้วยการเห่าไม่กี่คำ โดยไม่ส่งเสียงรบกวนมากนัก
เสียงเห่าของสุนัขทำให้คนในละแวกนั้นหันมาสนใจ จนหญิงวัยกลางคนเดินออกมา
“เสี่ยวเจียงใช่ไหม ? ”
“ทำไมถึงมาที่นี่ได้ ? ”
หญิงวัยกลางคนเห็นชัดเจนว่าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ เจียงชาน และเจียงถิง จึงถามด้วยรอยยิ้มทันที และเตะสุนัขสีดำตัวใหญ่ของเธอ “ไปให้พ้น เจ้าหมาไร้สมอง กล้าเห่าแขกได้ยังไง ขืนกลับมาอีก ฉันจะหักขาแก ! ”
สุนัขสีดำตัวใหญ่ดูจะเศร้าไปในทันที มันสูดจมูกและวิ่งหนีไป
เจียงเสี่ยวไป๋พูดกับหญิงวัยกลางคนว่า “พี่เหอ ผมกำลังจะพาชานชานและถิงถิงไปเดินป่า จึงเดินผ่านบ้านของพี่”
หญิงวัยกลางคนชื่อเหอผิง เธอเป็นลูกสะใภ้ของเซียงเหวินจวิน แม้ว่าเธอจะไม่คุ้นเคยกับเจียงเสี่ยวไป๋สักเท่าไหร่ แต่พวกเขาต่างก็รู้จักกันเพราะพวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านติด ๆ กัน
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋จัดงานเลี้ยงฉลองในคืนพระจันทร์เต็มดวงให้กับเจียงอันและเจียงห่าว สามีของเธอก็มาร่วมงานด้วย โดยใส่ซอง 10 หยวนให้ในครั้งที่แล้ว
โดยปกติเธอไม่ค่อยมีโอกาสได้ประจบประแจงเจียงเสี่ยวไป๋ แต่การได้ไปดื่มที่บ้านของเขาเป็นโอกาสที่ดีที่ไม่ควรพลาด
ไม่เพียงแต่ครอบครัวของเธอเท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายครอบครัวในหมู่บ้านเซียงเจียที่ไปร่วมงานด้วย
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินผ่านหน้าบ้านของเธอ เธอจะไม่กระตือรือร้นได้ยังไง
“พวกคุณจะไปเดินป่ากันเหรอ บนภูเขายุงเยอะมาก ถนนก็ไม่มี มันอันตรายเปล่า มานั่งพักที่บ้านฉันก่อนก็ได้ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ปฏิเสธอย่างสุภาพ “ขอบคุณพี่เหอ พอดีเด็ก ๆ ชอบผจญภัย ผมจึงอยากพาไปเดินเล่น แล้วผมจะมาเที่ยวบ้านพี่ในครั้งต่อไปก็แล้วกัน”
คำพูดที่ว่า ‘ไว้ครั้งต่อไป’ คนจีนมักจะถือว่าเป็นคำพูดที่พูดเพื่อไว้หน้ากันเท่านั้น
เหอผิงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเมื่อเธอได้ยินแบบนั้น แต่เจียงเสี่ยวไป๋บอกว่าเด็กๆ อยากไปเดินเล่น ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถบังคับพวกเขาได้ จึงพูดว่า “งั้นก็ไปเดินเล่นเถอะ อย่าลืมมานั่งเล่นที่บ้านฉันเมื่อคุณว่าง ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ครับ ไว้ผมจะมาใหม่ เมื่อมีเวลา ผมจะมาแน่นอน”
ขณะที่พูด เขาก็เดินผ่านบ้านของเหอผิงไป
“ไปก่อนนะคะป้าเหอ ! ” เจียงชานกล่าวลาอย่างสุภาพและเดินผ่านบ้านกับเจียงถิง
ถนนเข้าป่า สร้างขึ้นที่ตีนเขา มีคูน้ำซึ่งด้านหลังมีต้นสนสูงหลายต้น ถัดจากต้นสนมีหินลาดขนาดใหญ่ ซึ่งด้านหลังเป็นป่าไม้
ทางเดินคดเคี้ยวขึ้น ถนนปกคลุมไปด้วยหญ้าสีเขียว ทั้งสองด้านของถนนถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าเนเปียร์ มีเพียงร่องรอยเส้นทางที่มองเห็นได้ไม่ชัดเจน
ถนนเส้นนี้เดินลำบากนิดหน่อย !
“ชานชาน ถิงถิง ระวังอย่าให้ใบหญ้าบาดมือนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋เอากิ่งไม้แห้งขึ้นมาเปิดทางที่เป็นวัชพืชทั้งสองข้างทาง เพื่อเคลียร์ทางให้เด็กทั้งสองเดิน
” ไม่เป็นไรค่ะป่าป๊ะ ! ”
“หนูจะระวังค่ะคุณลุง ! ”
แม้ว่าเจียงชานและเจียงถิงจะยังเด็ก แต่พวกเธอก็เป็นเด็กที่เติบโตในชนบท เดินผ่านภูเขาและป่าไม้มาตั้งแต่เด็ก จึงไม่กลัวอะไร
เจียงเสี่ยวไป๋ยังปลดโซ่รอบคอของเจียงซือแล้วปล่อยมันให้เป็นอิสระ
ในป่าที่วุ่นวายแห่งนี้ การล่ามสุนัขไว้นั้นไม่สะดวกจริง ๆ
เมื่อเจียงซือถูกปล่อยเป็นอิสระ มันก็ดูกระตือรือร้นมาก มันวิ่งออกไปข้างหน้า เห่าอย่างมีความสุขเป็นครั้งคราว
จากนั้น คนสามคนและสุนัขหนึ่งตัวก็เดินต่อไปข้างหน้า และทันใดนั้นผลไม้ป่าสีแดงที่อยู่ข้างหน้าพวกเขาก็ดึงดูดความสนใจของเจียงเสี่ยวไป๋
“ป่าป๊ะคะ นมแพะ ! ” เจียงชานก็เห็นมันและกรีดร้องด้วยความตื่นเต้น
“หยางไหน่จือ” เรียกอีกอย่างว่า “นมแพะ” (มะหลอด) เป็นผลไม้ป่ารสหวานอมเปรี้ยว มีผลคล้ายทรงกระบอก ปลายแหลม ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร แรก ๆ จะเป็นสีเขียวและเมื่อใกล้สุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง ผิวบาง มีเมล็ดหยาบอยู่ในเนื้อ
เวลารับประทานให้คายเปลือกออกมาเหมือนผลองุ่นแล้วรับประทานเนื้อ
ซึ่งรสชาติของมันก็อร่อยกว่าองุ่น
เพียงแต่ว่ามันเติบโตในป่า จึงไม่ค่อยมีใครได้กินบ่อยนัก ซึ่งในยุคหลัง ๆ มันก็กลางเป็นผลไม้ที่ใกล้จะสูญพันธุ์
“ไปเก็บมันมากินกันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ชอบกินมันมาก เมื่อตอนที่เขายังเป็นเด็ก ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้กินมันมาหลายสิบปีแล้ว ดังนั้น เขาจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขและเดินนำออกไปก่อน
เจียงชานและเจียงถิงเองก็รีบตามไปทันที
ต้น หยางไหน่จือนั้นไม่สูงนัก เด็ก ๆ ก็สามารถเก็บผลของมันได้
“อร่อยมาก ! ” เจียงชานกินไปหนึ่งลูกแล้วพูดออกมาด้วยความตื่นเต้น
“ใช่ มันอร่อยมาก ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจหลังจากที่กินมันเข้าไป
พวกเขาทั้งสามกินลูกหยางไหน่จือเป็นเวลานาน และยังมี “หยางไหน่จือ” อยู่บนต้นเยอะมาก
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แม่ของหนูก็ชอบกินเหมือนกัน เรามาเก็บกลับไปที่บ้านกันเถอะ”
“ได้ค่ะ ! ” เจียงชานตอบตกลงทันที และเริ่มเก็บมันพร้อมกับเจียงถิง