ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1026 ความสนุกของเด็กน้อย
ตอนที่ 1026 ความสนุกของเด็กน้อย
“ป่าป๊ะคะ แล้วเราจะเอามันกลับไปได้ยังไง”
เจียงชานเด็ด “หยางไหน่จือ” มาสองสามพวง และไม่รู้ว่าจะเอาใส่ที่ไหน เธอจึงถามขึ้นมา
เนื้อของผลไม้ป่า “หยางไหน่จือ” มีลักษณะคล้ายผลเชอร์รี่ มีผิวที่บอบบางมาก ไม่สามารถบีบได้ แค่สัมผัสเพียงเล็กน้อยน้ำก็จะซึมออกมา
สมัยก่อนคนในชนบทที่ขึ้นไปเก็บ หยางไหน่จือมักจะเอาตะกร้าไปใส่ลงมา แต่สถานการณ์ปัจจุบัน พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อสิ่งนี้โดยเฉพาะ จึงไม่นำตะกร้าติดมือมาด้วย
น่าเสียดายมาก ที่ไม่สามารถเอามันลงไปด้วยได้แม้ว่าจะต้องการก็ตาม
เจียงเสี่ยวไป๋มองย้อนกลับไปและเห็นว่าสถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเหอผิงมากนัก เขาจึงพูดว่า “งั้นเด็ก ๆ รออยู่ที่นี่ก่อนนะ พ่อจะลงไปบ้านป้าเหอแปปหนึ่ง เพื่อไปขอยืมตะกร้ามาใส่หยางไหน่จือ”
เจียงชานพยักหน้า “นี่คงเป็นวิธีเดียวแล้วละค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น ก็นั่งกินที่นี่ ไม่ต้องไปไหน พ่อจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”
“หนูจะไม่วิ่งไปไหน” เจียงถิงตอบอย่างเชื่อฟัง
เจียงชานกล่าวว่า “ป่าป๊ะไม่ต้องกังวลค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋มองไปที่ต้น “หยางไหน่จือ” แล้วพูดว่า “อย่ากินเยอะเกินนะ เดี๋ยวจะถ่ายไม่ออกเอาได้ ”
ผลไม้ป่าอย่าง “หยางไหน่จือ” นั้นมีรสชาติที่อร่อย แต่ก็มีข้อเสียคือเมล็ดข้างในผล ลำไส้ของมนุษย์ไม่สามารถย่อยได้ หากกินมากเกินไป จะทำให้อุจจาระแข็งเป็นก้อน และขับถ่ายลำบาก
ผู้ใหญ่จะรู้เรื่องนี้ดี
แต่เด็ก ๆ มักจะมุ่งความสนใจไปที่รสชาติของมันเพียงเท่านั้น ทำให้มีเด็กหลายคนที่กินเยอะเกินไปจนไม่สามารถถ่ายได้
“หนูรู้ค่ะ ! ”
“อย่ากินเยอะเด็ดขาด ! ”
เจียงชานดูเหมือนจะมีความกลัวอยู่บ้าง จึงพูดด้วยความมั่นใจ
ปีก่อน เนื่องจากที่บ้านไม่มีอาหาร เธอจึงหิวมาก หลินเจียอินจึงพาเธอขึ้นไปบนภูเขาเพื่อเก็บ “หยางไหน่จือ” มากิน แต่ตอนนั้นเธอกินมากเกินไป จนถ่ายไม่ออกไปหลายวัน
ต่อมา หลินเจียอินต้องใช้นิ้วช่วยดึงมันออกมาให้เธอ
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้เรื่องนี้ แต่เธอจำมันได้ไม่เคยลืม
ยังไงก็ตาม เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเจียงเสี่ยวไป๋
มิฉะนั้นเจียงเสี่ยวไป๋อาจจะตำหนิเธอได้
หลังจากอธิบายให้เจียงชานและเจียงถิงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็หันกลับมาและเดินไปที่บ้านของเหอผิง
“พี่ชานชาน พี่คิดว่าบนภูเขานี้มีกระต่ายบ้างไหม ? ” เจียงถิงถามหลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋จากไป เธอยังคงคิดที่จะพูดคุยเกี่ยวกับการล่าสัตว์
เจียงชานมองไปรอบ ๆ ในป่านั้นเงียบสงบ ไม่ต้องพูดถึงกระต่าย ไม่มีแม้แต่นกเลย แต่เธอก็พูดว่า “น่าจะมีบ้าง ! ”
เจียงถิงพูดว่า “แต่ทำไมฉันไม่เห็นมันล่ะ”
เจียงชานกล่าวว่า “กระต่ายมันเร็ว พวกมันต้องซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง”
เจียงถิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราก็ล่าไม่ได้ใช่ไหม ? ”
เจียงชานมองไปที่เจียงซือแล้วพูดว่า “ป่าป๊ะบอกไม่ให้เราวิ่งเล่น แต่เขาไม่ได้ห้ามไม่ให้เจียงซือวิ่งเล่นสักหน่อย เราบอกให้มันไปจับกระต่ายมาให้ดีไหม ? ”
ดวงตาของเจียงถิงเป็นประกาย เธอพูดด้วยท่าทางลังเลเล็กน้อย “จะได้เหรอ ? ”
เจียงชานพยักหน้าอย่างหนัก “เจียงซือมันฉลาดมาก มันสามารถไปจับมาให้เราได้แน่นอน ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็เรียกเจียงซือมาทันที “เจียงซือ ขึ้นไปบนภูเขาแล้วจับกระต่ายมาให้ฉันหน่อย”
“โฮ่ง ๆ ๆ ! ”
ดูเหมือนเจียงซือจะไม่เข้าใจสิ่งที่เจ้านายของมันพูด จึงเห่าใส่เธอหลายครั้งด้วยท่าทางไร้เดียงสา
เจียงถิงเห็นอย่างนั้นจึงยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ชานชาน ดูเหมือนเจียงซือจะไม่เข้าใจ”
นอกจากนี้ เจียงซือยังไม่เคยเห็นกระต่าย แล้วมันจะรู้ได้ยังไงว่ากระต่ายคืออะไร ?
มันคงคิดว่าเจ้านายตัวน้อยของมันกำลังเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ฟังอยู่แน่ ๆ
เจียงชานพูดอย่างไม่เต็มใจ “เจียงซือ ไปจับกระต่ายมาให้ฉันหน่อย มันวิ่งเร็ว ตัวของมันไม่ใหญ่มากและมีหูยาว เข้าใจไหม ? ”
ขณะที่พูด เธอก็ทำท่าทางให้มันดูด้วย
“โฮ่ง ๆ ๆ ๆ ! ”
ดูเหมือนว่าเจียงซือจะยังไม่เข้าใจ
เจียงชานพูดคุยและแสดงท่าทางอยู่ครู่หนึ่ง และในที่สุดก็บอกให้เจียงซือออกไปล่า โดยไม่สนใจว่ามันจะเข้าใจหรือไม่
เมื่อเห็นเจียงซือเข้าไปในป่า เจียงชานก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เอาล่ะ เจียงซือกำลังไปจับกระต่ายมาให้เราแล้ว ! ”
เจียงถิงหัวเราะคิกคัก “แล้วมันจะจับกระต่ายมาให้เราได้เหรอ ? ”
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อเลย
เจียงชานเองก็ไม่แน่ใจ แต่เธอก็พูดอย่างหนักแน่น “สามารถทำได้แน่นอน ! ”
ก่อนจะแอบภาวนาในใจ: เจียงซือ ทำตัวดี ๆ นะ แกต้องจับกระต่ายตัวอ้วนมาให้ฉันให้ได้ !
เจียงถิงยิ้มและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รอให้คุณลุงและเจียงซือกลับมาก็แล้วกัน ! ”
ขณะที่พูด เธอก็หยิบ “หยางไหน่จือ” อีกลูกใส่เข้าไปในปาก และกินอย่างสบายใจ
เจียงชานก็หยิบมันมากินเหมือนกัน
บนต้นมีผล “หยางไหน่จือ” ค่อนข้างมาก บางลูกสุกเกินไปจนมีสีแดงสด บางลูกก็ยังมีสีเขียวครึ่งหนึ่งและสีแดงครึ่งหนึ่ง และบางลูกยังเล็ก และเป็นสีเขียว
ทั้งคู่เลือกลูกที่สุกแล้วเพราะรสชาติของมันอร่อย
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงเสี่ยวไป๋ก็กลับมาพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่ เมื่อเห็นว่าเจียงชานและเจียงถิงไม่ได้วิ่งไปไหน เขาก็รู้สึกโล่งอกและพูดว่า “ได้ตะกร้ามาแล้ว เรามาเก็บหยางไหน่จือกันเถอะ ”
“ได้ค่ะ ! ”
เจียงชานส่งเสียงเชียร์ ก่อนจะเอื้อมมือไปเด็ดลูก “หยางไหน่จือ” ที่สุกแล้วทีละลูก ใส่ลงในตะกร้าอย่างระมัดระวัง
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ช่วยเด็ดมันเหมือนกัน
เมื่อไม่เห็นเจียงซือ เขาอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เจียงซืออยู่ไหน มันไปที่ไหนแล้ว”
เจียงถิงพูดว่า “คุณลุง พี่ชานชานขอให้เจียงซือไปจับกระต่ายมาให้ค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “เจียงซือไม่เคยเห็นกระต่าย มันจะจับกระต่ายมาให้ได้ยังไง”
นอกจากนี้ กระต่ายนั้นจับได้ง่าย ๆ ที่ไหนกัน ?
เป็นการยากที่จะบอกว่ามันจะจับกระต่ายมาได้หรือไม่
ยังไงก็ตาม เขาไม่กังวลว่าเจียงซือจะหนีไป จมูกของสุนัขทิเบตันมาสทิฟนั้นดีมาก ถึงแม้สัตว์จะไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว แต่มันก็ยังตามกลิ่นของเหยื่อจนเจอ
พวกเขาทั้งสามช่วยกันเก็บ หยางไหน่จืออยู่ครู่หนึ่ง และเกือบจะเก็บ “หยางไหน่จือ” ที่สุกจนหมดต้นแล้ว
“ไม่ต้องเลือกลูกสีเขียวนะ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋มองไปข้างหน้าแล้วพูดว่า “ข้างหน้ายังมีอีกมาก เดินหน้าต่อไปกันเถอะ”
มีต้น “หยางไหน่จือ” เยอะมากในป่าแห่งนี้ เมื่อทั้งสามเดินมาได้ไม่ไกล ก็เจออีกต้น
ทว่าต้นนี้มีลูก “หยางไหน่จือ” มากกว่าต้นก่อน กิ่งก้านเรียวโค้งงอเล็กน้อย และ “หยางไหน่จือ” ก็มีขนาดลูกที่ใหญ่ ผลของมันเต่งตึงสวยมาก
เจียงชานและเจียงถิงรู้สึกตื่นเต้นมากเมื่อเห็นแบบนี้
แต่ต้น “หยางไหน่จือ” ต้นนี้เติบโตในป่าหนาม ถ้าไม่มีเคียวตัดหนามที่อยู่รอบ ๆ ออก ก็ไม่สามารถเดินเข้าไปเด็ดผลของมันได้
“ช่างเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังรู้สึกเสียดายเล็กน้อยและได้แต่ส่ายหัว “เราไม่สามารถเด็ดผลของต้นนี้ได้ งั้นก็ไปข้างหน้ากันต่อ”
หลังจากเดินไปได้ไม่นาน พวกเขาก็ได้พบต้นหยางไหน่จืออีกครั้ง
ครั้งนี้โชคดีมากที่ต้น “หยางไหน่จือ” อยู่ริมทางพอดี ต้นไม่ใหญ่ สูงเท่าคนเท่านั้น
เจียงชานเด็ดออกมาลูกหนึ่ง เธอดูตื่นเต้นและกำลังจะใส่มันลงไปในตะกร้า เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดขึ้นทันทีว่า “ลองชิมดูก่อน ว่ารสชาติดีไหม ! ”
นี่ก็คือต้น “หยางไหน่จือ” เหมือนกัน เพียงแต่ผลไม้ป่าชนิดนี้แปลกมาก เพราะบางต้นมีรสเปรี้ยวมาก ส่วนบางต้นก็มีรสหวานมาก
เจียงเสี่ยวไป๋เคยกินมาเยอะตอนที่เขายังเป็นเด็ก จึงมีประสบการณ์ในเรื่องนี้
เจียงชานหยิบมันเข้าปากแล้วกัดลงไป เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย ราวกับว่าไม่ชอบมัน แต่เธอกลับพูดออกมาว่า
“หยางไหน่จือต้นนี้หวานมาก ! ”
เจ้าตัวน้อยยิ้มอย่างรวดเร็วและพูดกับเจียงถิง “น้องถิงถิง ลองชิมมันดูสิ”
เจียงถิงพูดว่า “อ้อ” ก็จะเด็ดมาหนึ่งลูกแล้วใส่เข้าไปในปาก เธอคายมันออกมาทันทีที่กัดลงไป “โอ้ ต้นนี้เปรี้ยวมาก ! ”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็มองไปที่เจียงชานด้วยความโกรธ “พี่โกหก ! ”
ท่าทางของเธอดูคับข้องใจมาก
แต่เจียงชานกลับหัวเราะออกมา