ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1043 เริ่มต้นฤดูกาลของกุ้งเครย์ฟิชอีกครั้ง
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1043 เริ่มต้นฤดูกาลของกุ้งเครย์ฟิชอีกครั้ง
ตอนที่ 1043 เริ่มต้นฤดูกาลของกุ้งเครย์ฟิชอีกครั้ง
กว่าจะคุยกับหลินเจียจวินเสร็จก็เป็นเวลาเที่ยงวันแล้ว
“ไปกินข้าวที่โรงอาหารกันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกข้อมือขึ้นเพื่อดูนาฬิกาแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนที่จะพูดต่อ
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “อาหารในโรงอาหารอร่อยก็จริง แต่เรากินอะไรที่มันดีขึ้นมาหน่อยได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขและถามว่า “พี่อยากกินอะไรล่ะ ? ”
หลินเจียจวินกล่าวว่า “ตอนที่อยู่ต่างประเทศ ฉันได้กินแต่สเต็กกับขนมปังทุกวัน ฉันคิดถึงอาหารรสจัดมาก เราไปกินของเผ็ด ๆ กันเถอะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม เขาเข้าใจความรู้สึกของการกินขนมปังทุกวันดี เพราะนิสัยการกินของชาวจีนนั้นแตกต่างจากชาวตะวันตก อย่างเช่น วัฒนธรรมการกินขนมมปัง ที่คนจีนจะกินเป็นเพียงแค่ของกินเล่นเท่านั้น ไม่ใช่อาหารจานหลัก
“อ่ะ สรุปแล้วพี่อยากกินอะไร ? ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามด้วยรอยยิ้ม
“ก็ต้องเป็นหม้อไฟอยู่แล้ว ! ” หลินเจียจวินพูดโดยไม่คิดว่า “หม้อไฟอร่อยที่สุด ! ”
“นายคงจะไม่รู้สินะว่าตอนที่ฉันอยู่ต่างประเทศ ฉันกินแต่ขนมปังจนคิดถึงหม้อไฟมากขนาดไหน”
เจียงเสี่ยวไป๋คิดไปอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะพูดต่อว่า “เสียดาย ถ้าวันนี้พี่ไม่อยากกินหม้อไฟ ผมกะว่าจะพาพี่ไปกินอะไรที่มันอร่อยมากกว่านี้สักหน่อย”
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น หลินเจียจวินก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาในทันที “ทำไม นายคิดเมนูใหม่ขึ้นมาอีกแล้วเหรอ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วพูดต่อ “เดี๋ยวไปถึงก็รู้เอง”
หลินเจียจวินอดไม่ได้ที่จะขดริมฝีปาก มันจะน่ากินสักขนาดไหนกัน ?
ทั้งสองจึงเดินออกมาจากสำนักงานด้วยกัน
จางเสี่ยวชุ่นและหลี่ชิงอีเองก็ยังไม่ได้กินข้าว ทันทีที่เห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินออกมา ทั้งคู่ก็ลุกขึ้นยืนทันที
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “พวกคุณไปกินข้าวเถอะ ! เดี๋ยวผู้ช่วยหลินกับฉันจะออกไปข้างนอกสักพัก ! ”
เมื่อจางเสี่ยวซุ่นได้ยินแบบนั้นก็ยื่นกุญแจรถแลนด์โรเวอร์ให้กับเขาทันที
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ขับรถมาถึงประตูร้านอาหารในเวลาเพียงไม่กี่นาที
“ฉันเคยมาที่นี่แล้ว ! ”
หลังจากลงจากรถ หลินเจียจวินก็มองไปที่ป้ายร้านที่เขียนว่า ‘ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียง’ แล้วพูดว่า
เขาไม่คุ้นเคยกับเมืองชิงโจวมากนัก แต่เขาจำในสิ่งที่เขาประทับใจได้เวลาที่เขาไปยังเมืองต่าง ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าด้วยสายตาที่คิดถึงอดีต และพูดว่า “นี่คือร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงสาขาแรก ผมได้เริ่มต้นธุรกิจมานานกว่าหนึ่งปีแล้วและนี่ก็เป็นร้านแรกของผม”
“ฮ่าฮ่า มันเป็นอะไรที่ประทับใจไม่รู้ลืม ! ” หลินเจียจวินพูดติดตลก พร้อมกับสูดดมกลิ่นที่ไม่ใช่หม้อไฟเหมือนกับทุกที เพราะแบบนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะแสดงความประหลาดใจออกมา “มีกุ้งเครย์ฟิชแล้วหรือ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “มีตั้งแต่เดือนพฤษภาคมแล้ว แต่พี่ก็ดันไปต่างประเทศพอดี พี่เลยอดกินเลย”
หลินเจียจวินรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย นับตั้งแต่ที่เขาได้เจอกับเจียงเสี่ยวไป๋เมื่อปีที่แล้ว เขาก็ได้ยินมาตลอดว่ากุ้งเครย์ฟิชของเขานั้นมันอร่อยแค่ไหน แต่น่าเสียดายที่กุ้งเครย์ฟิชถูกถอดออกจากเมนูในตอนนั้น
หลังจากที่รอมานาน ในที่สุดวันนี้ก็ได้กินแล้ว
เขาจึงอดไม่ได้และรีบเดินเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงขายแค่ปูผัดเซียงล่า ปูขนนึ่ง และโจ๊กปู ทว่าตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ร้านก็ได้เปลี่ยนเมนูแนะนำไปเป็นเมนู ‘กุ้งเครย์ฟิช’ ที่ถูกเพิ่มขึ้นมา
เจียงเสี่ยวไป๋ได้สั่งกุ้งเครย์ฟิชอบน้ำมันหนึ่งชุด กุ้งเครย์ฟิชนึ่งหนึ่งชุด นอกจากนี้ยังสั่งรากบัวและเมนูกบกระทะร้อนมาอย่างละจาน
หลินเจียจวินพูดหน้าเบ้ว่า “ชวนฉันมากินข้าวทั้งที สั่งแค่นี้เหรอ ? ”
“ไม่ ไม่ สั่งเพิ่มเลย ! ”
เขาหยิบเมนูขึ้นมาแล้วพูดว่า “งั้นเอานี่ ! นี่ ! และก็อันนี้มาอย่างละหนึ่ง ! ”
พนักงานเสิร์ฟรู้จักเจียงเสี่ยวไป๋อยู่แล้ว แต่ไม่รู้จักหลินเจียจวิน ทันทีที่เห็นหลินเจียจวินสั่งกุ้งเครย์ฟิชทอดกระเทียมเพิ่มอีกหนึ่งชุด กุ้งดองหนึ่งชุด และลูกชิ้นกุ้งรสเผ็ดอีกหนึ่งชุด รวมสั่งมาสามอย่างในคราวเดียว
พนักงานเสิร์ฟถึงกับอดที่จะคิดในใจไม่ได้ว่า: คุณมากับเจียงเสี่ยวไป๋แล้วทำไมถึงสั่งอาหารมาเยอะขนาดนี้ กินกันสองคนมันจะหมดไหม ?
นี่เป็นการปฏิบัติต่อผู้ช่วยเจียงของเราอย่างไม่ยุติธรรมเป็นที่สุด !
“คุณครับ กุ้งเครย์ฟิชเครฟิชคุณภาพดีของเราตัวใหญ่มาก ขอแนะนำให้คุณทานให้หมดก่อนที่จะสั่งเพิ่มนะครับ” พนักงานเสิร์ฟระงับความโกรธและเตือนออกมาอย่างใจเย็น
หลินเจียจวินเพิกเฉยต่อคำเตือนของพนักงานเสิร์ฟและโบกมือ “ฉันรู้แล้ว เอาแบบที่ฉันสั่งนี่แหละ ! ”
พนักงานเสิร์ฟอดไม่ได้ที่จะกลอกตา ทั้งที่รู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังสั่งเยอะขนาดนี้เนี่ยนะ !
เขาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ไม่เป็นไร เสิรฟ์ที่เขาสั่งมาหมดนั่นแหละ ! ”
“ครับ ! ”
พนักงานเสิร์ฟตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจหลังจากได้ยินคำยืนยันจากเจียงเสี่ยวไป๋
หลังจากที่เขาเดินออกไป หลินเจียจวินก็ยิ้มและพูดว่า “เด็กคนนี้กำลังช่วยนายประหยัดเงินอยู่แน่ ๆ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ประหยัดก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ! ”
หลินเจียจวินที่ไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้เท่าไหร่นักก็พูดว่า “เขาจะไปรู้ได้อย่างไรว่าฉันรอกินกุ้งเครย์ฟิชมาตั้งครึ่งปี และวันนี้ฉันก็อยากกินอาหารรสจัดจ้านมาก ๆ ”
“ถ้าอยากกินพี่ก็ต้องกินเยอะ ๆ หน่อย ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ขี้เกียจจะเสวนากับเขาแล้ว
“ไม่ต้องให้นายบอกหรอกน่า ! ” หลินเจียจวินตอบ และถามต่ออีกว่า “แล้วร้านกุ้งอบน้ำมันในเจียงเฉิงเปิดกิจการหรือยัง ? ”
เขากลับมาจากต่างประเทศแล้วก็หยุดงานไปหนึ่งวัน จากนั้นก็รีบขึ้นเครื่องมาที่ชิงโจวอย่างเร่งรีบ เขายังไม่ได้ไปที่สำนักงานเลยด้วยซ้ำ เลยทำให้เขาไม่ได้รับรู้เรื่องราวอะไรเลย
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เปิดไปหลายร้านแล้ว ทั้งร้านที่เปิดเองโดยตรงและร้านที่เป็นแฟรนไชส์”
ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงเป็นร้านที่สร้างโดยตรงจากเจียงเจียกรุ๊ปและร้านร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเหอเป็นร้านแฟรนไชส์ ซึ่งในปัจจุบันมีร้านกุ้บอบน้ำมันหลายสิบร้านแล้วในเจียงเฉิง
ในชิงโจวนี้ได้รวบรวมกุ้งเครย์ฟิชจากทุกที่ อย่างแรกก็เพื่อให้เพียงพอต่อการค้าขายในท้องถิ่น และอย่างที่สองก็เพื่อจัดส่งไปยังทุกส่วนของประเทศ
นอกจากนี้เจียงเจียกรุ๊ปยังได้มีการพัฒนาฐานเพาะพันธุ์กุ้งเครย์ฟิชเพิ่มอีกสี่แห่ง
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “เปิดแล้วก็ดีแล้ว ไม่อย่างนั้นฉันก็คงจะไม่มีอะไรกินแน่ ๆ ถ้าฉันกลับไปที่เจียงเฉิง แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันจะปักหลักอยู่ที่ชิงโจวนี่แหละ ไม่ไปไหนแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าเขาน่าจะพูดเล่น แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกลอกตามาที่เขาแล้วพูดว่า “เรื่องกินเอาไว้ทีหลัง หลังจากที่พี่กลับไปที่เจียงเฉิงแล้ว พี่ก็หาสถานที่รอบ ๆ เจียงเฉิงเพื่อตั้งฟาร์มกุ้งเครย์ฟิชเพิ่มเลย ไม่อย่างนั้นเราจะไม่สามารถจัดหากุ้งเครย์ฟิชได้ในอนาคต”
“ได้ ไม่มีปัญหา ! ”
หลินเจียจวินตอบรับในทันที
ในความเป็นจริง ไม่ได้มีกุ้งเครย์ฟิชแค่ในชิงโจวเพียงเท่านั้น แต่ยังมีอยู่ในหลายพื้นที่ในมณฑลจีนตอนกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่เจียงเฉิงและเฉียนเฉิงที่จะมีกุ้งเครย์ฟิชมากเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ร้านกุ้งอบน้ำมันของเจียงเจียกรุ๊ปกำลังพัฒนาในอัตราที่น่าตกใจ ด้านหนึ่งเจียงเสี่ยวไป๋ได้ส่งคนไปรับซื้อกุ้งเครย์ฟิชธรรมชาติ และอีกด้านต้องเตรียมการพัฒนาเพิ่มอัตราการผลิตกุ้งเครย์ฟิชที่เพาะเลี้ยงในฟาร์มไปด้วย
ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น พนักงานเสิร์ฟก็ได้มาเสิร์ฟอาหาร
เมนูกุ้งเครย์ฟิชทั้งหมดถูกยกมาเสิร์ฟ รวมทั้งหมดมีห้าชามใหญ่ พร้อมเมนูอาหารอีกสองจาน ซึ่งบนโต๊ะแทบจะไม่มีที่ว่างให้วางแล้ว
“โอ้ มายก็อด กุ้งเครย์ฟิชเต็มโต๊ะไปหมดแล้ว ! ”
หลินเจียจวินจึงอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาเมื่อเห็นกุ้งเครย์ฟิชหม้อใหญ่หลายหม้อวางอยู่บนโต๊ะ
นี่ไม่ใช่แค่ปริมาณมาก แต่มันยังใหญ่มากอีกด้วย !
มีกุ้งเครย์ฟิชหลายชนิด ทั้งกุ้งเครย์ฟิชอบน้ำมัน กุ้งเครย์ฟิชนึ่ง กุ้งเครย์ฟิชทอดกระเทียม กุ้งดองและลูกชิ้นกุ้งรสเผ็ด กุ้งแต่ละตัวก็มีสี กลิ่น และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลิ่นหอมอันเย้ายวนอบอวลไปทั่วจมูกของหลินเจียจวิน ทำให้เขาน้ำลายสอขึ้นมาในทันที
กุ้งเครย์ฟิชอบน้ำมันมีสีที่อวบอ้วนน่ากิน มันมีเปลือกสีส้มแดงสดใส เปลือกมันเงาตัดกัน; ส่วนกุ้งเครย์ฟิชนึ่งมีสีที่ดูเป็นธรรมชาติ เนื้อกุ้งเครย์ฟิชดูสดเด้ง สามารถมองเห็นได้ผ่านเปลือกโปร่งแสง; กุ้งเครย์ฟิชทอดกระเทียมมีกลิ่นหอมของกระเทียม ซึ่งกระเทียมได้ถูกสับละเอียดตัดกับเปลือกกุ้งเครย์ฟิชสีส้มแดงดูสวยงาม; เมนูกุ้งดองถูกดองในน้ำซอสสูตรพิเศษสีเข้ม น้ำซอสที่ใช้ดองส่งกลิ่นหอมลึกลับเข้มข้นอย่างบอกไม่ถูก มีพริกแดงซอยลอยอยู่ในน้ำดองตัดกับต้นหอมที่ถูกหั่นใส่ ขับให้ดูน่ากินยิ่งขึ้น; ส่วนลูกชิ้นกุ้งรสเผ็ดกับมีรสชาติที่เข้ากันอย่างน่าเหลือเชื่อ มันดูน่ากินมาก
“ฉันไม่สนใจนายแล้ว ! ”
“ฉันจะเริ่มกินเลยนะ”
ในขณะที่หลินเจียจวินกำลังพูดอยู่นั้น มือของเขาก็เริ่มขยับ เขาคว้ากุ้งเครย์ฟิชอบน้ำมันมาแล้วเริ่มกินในทันที !