ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1050 ไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด มีแต่ต้องดีกว่า
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1050 ไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด มีแต่ต้องดีกว่า
ตอนที่ 1050 ไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด มีแต่ต้องดีกว่า
หลังจากที่พูดคุยกันในห้องพักนานกว่าสองชั่วโมง ในที่สุดจ้าวเจียเซียงก็ถามคำถามที่เขาอยากถาม ขณะเดียวกัน สายตาของเขาที่มีต่อเจียงเสี่ยวไป๋ก็เริ่มจริงจังขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจทางธรณีวิทยา หรือการออกแบบถนน สะพาน และการก่อสร้างอุโมงค์ ฯลฯ เจียงเสี่ยวไป๋ล้วนมีข้อมูลเชิงลึกที่ไม่เหมือนใคร
ในสายตาของจ้าวเจียเซียง เจียงเสี่ยวไป๋เป็นเหมือนผู้รอบรู้
เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา ทำไมหวงโจวถึงไม่มีคนมากความสามารถแบบนี้บ้างนะ ?
“ผู้ช่วยเจียง การคุยกับคุณในครั้งนี้นั้นมันดีจริง ๆ ฉันได้ความรู้มากกว่าหนังสือที่ฉันเคยอ่านรวมกันมาสิบปีอีก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างถ่อมตัว “ผมเป็นเพียงพวกค้าขาย พูดเรื่องไร้สาระไปเรื่อย ไม่เหมือนผู้นำอย่างนายกเทศมนตรีจางที่ต้องทำเพื่อประชาชน คุณคือคนที่นำผลประโยชน์มาสู่องค์กรของคุณ”
จ้าวเจียเซียงหัวเราะเสียงดังหลังจากได้ยินสิ่งนี้ “คุณไม่ได้แค่พูด แต่คุณมีทฤษฎีจริง ๆ ”
“งานเชิงทฤษฎีก็คืองานเช่นกัน และก็ยังเป็นงานที่สำคัญมากอีกด้วย ! ”
จางอี้เต๋อกล่าวจากด้านข้าง “สหายเจียเซียงและผู้ช่วยเจียง หลังจากที่เราพูดคุยเรื่องทฤษฎีมาเป็นเวลานาน ถึงเวลาที่เราจะเชื่อมโยงทฤษฎีเข้ากับการปฏิบัติสักที”
“สหายอี้เต๋อพูดถูก ! ” จ้าวเจียเซียงยิ้มและลุกขึ้นยืน “และตอนนี้ก็ได้เวลาไปหาอะไรกินแล้ว ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว
จ้าวเจียเซียงกล่าวต่ออีกว่า “ผู้ช่วยเจียง ฉันได้ยินมาว่าคุณมีเมนูกุ้งเครย์ฟิชขายแล้ว ไหน ๆ วันนี้ฉันก็มาที่ชิงโจวแล้ว คุณช่วยพาฉันไปกินกุ้งอบน้ำมันที ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างมีความสุขว่า “เอาล่ะ งั้นไปที่ร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงกันเถอะ เดี๋ยวผมจะทำกุ้งอบน้ำมันฝีมือของผมให้คุณทานเอง”
ดวงตาของจางอี้เต๋อเป็นประกายเมื่อเขาได้ยินสิ่งนี้ และเขาก็หัวเราะเสียงดังและพูดว่า “สหายเจียเซียง คุณได้เปรียบมากเลยนะรู้ไหม เพราะมันนานมากแล้วที่ฉันได้กินกุ้งอบน้ำมันที่เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนทำเองเลย”
จ้าวเจียเซียงพูดอย่างมีความสุขว่า “แล้วคุณจะรออะไรล่ะ ไปกันเถอะ ! ”
หลังจากนั้นทุกคนก็เดินทางออกมาจากเกสต์เฮาส์ชิงเจียงในทันที ไม่นานก็มาถึงร้านกุ้งอบน้ำมันชิงเจียงสาขาหลักที่อยู่บนถนนชิงโจว
ทันทีที่จัดห้องเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้พูดคุยกับจ้าวเจียเซียงและจางอี้เต๋อ ก่อนที่จะเดินไปที่ห้องครัว
เชฟจ้านซิงเต๋อรู้สึกประหลาดใจและมีความสุขเมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้ามา “ผู้ช่วยเจียง ทำไมคุณมาเข้าครัวล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “วันนี้มีแขกผู้มีเกียรติมา ฉันเลยตั้งใจที่จะทำกุ้งอบน้ำมันให้เขาชิมด้วยฝีมือตัวเอง”
“งั้นก็ดีเลย ! ” ทันทีที่จ้านซิงเต๋อได้ยินแบบนี้ก็ดีใจมากแล้วรีบเข้าไปช่วยเตรียมของ แถมเขายังตะโกนเรียกบอกเชฟหลายคนว่า “มา มา ทุกคนมาดูภาพที่หาดูได้ยาก ผู้ช่วยเจียงทำกุ้งอบน้ำมัน โอกาสไม่ได้มีมาบ่อย ๆ นะ ! ”
เชฟที่อยู่ในนั้นมีเยอะมาก
นอกจากนี้เขาก็ยังพยายามอย่างเต็มที่ที่จะแสดงตัวตนต่อหน้าเจียงเสี่ยวไป๋
“เชฟ ฉันได้ยินมาว่าผู้ช่วยเจียงเป็นคนสอนคุณ ! ”
“จริงเหรอเชฟ ? ”
“อาจารย์จ้าน นั่นเท่ากับว่าวันนี้คุณได้เจอกับอาจารย์ของตัวเองน่ะสิ ! ”
“ฮ่าฮ่า…อาจารย์จ้าน แบบนี้ก็เท่ากับว่าฉันได้ยลฝีมืออาจารย์ปู่น่ะสิ ! ”
“……”
เมื่อเชฟหลายคนมารวมตัวกัน ทำให้ในครัวส่งเสียงดังขึ้นมา
ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นเชฟระดับตำนานที่อยู่มานาน แต่ถ้าเป็นเชฟหน้าใหม่ก็อาจจะต้องคว้าโอกาสนี้เพื่อให้เข้าใกล้ชิดมากขึ้น
“ ใช่ ผู้ช่วยเจียงเป็นอาจารย์ของฉัน และฉันเป็นอาจารย์ของพวกคุณด้วย ! ”
“ผู้ช่วยเจียงถือเป็นอาจารย์ปู่ของพวกคุณ ! ”
“เด็กพวกนี้ เจออาจารย์ปู่แล้วยังเอาแต่พูดจาเสียงดังรบกวนเขาอยู่ได้ ไม่ได้เรื่องกันเลย ! ”
จ้านซิงเต๋อรู้สึกเป็นเกียรติมากที่เหล่าเชฟลูกศิษย์ของเขาพูดมาแบบนี้ ดังนั้นเขาจึงเอ็ดพวกเขาพร้อมกับหัวเราะไปด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นแค่ว่าพวกเขาเข้ากันได้ดี จึงพูดว่า “ดูเหมือนว่าพวกคุณจะมีความสุขที่ได้ทำงานที่นี่นะ ! ”
เชฟคนหนึ่งกล่าวว่า “แน่นอนครับ ผมมีความสุข เชฟคนไหนจะไม่ภูมิใจที่ได้ทำงานเป็นเชฟในร้านอาหารของเจียงเจียกรุ๊ปบ้างล่ะ ! ”
อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “ไม่ต้องพูดถึงการเป็นเชฟหรอก แค่คนที่อยากเป็นพนักงานเสิร์ฟก็เยอะมากแล้ว ! ”
จ้านซิงเต๋อยังกล่าวอีกว่า “ผู้ช่วยเจียง ระดับความสุขของพนักงานในบริษัทตอนนี้อยู่ในระดับที่สูงมาก และพวกเรายังเข้ากันได้ดี เลยทำให้มีความสุขมากขึ้นในการทำงานที่นี่ ! ”
“แต่เห็นแบบนี้พวกเราจริงจังกับงานมาก ๆ เหมือนกัน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “ดีมาก ! ”
ระหว่างที่คุยกัน เขาก็เริ่มทำกุ้งอบน้ำมันแล้ว
จ้านซิงเต๋อและเชฟหลายคนเฝ้าดูอย่างระมัดระวังจากด้านข้าง และก็เห็นได้ชัดว่าการเคลื่อนไหวของเจียงเสี่ยวไป๋นั้นราบรื่นและดูชำนาญมาก
“ตอนพวกเราทำมันเหมือนกับตอนทำงานทั่วไป แต่พอเป็นผู้ช่วยเจียงทำ มันกลับดูเป็นงานศิลปะไปเลย”
“ใช่ มองเพลินมาก ! ”
“ไม่รู้ว่าคนอย่างฉันจะมีทักษะแบบเขาเมื่อไหร่ ! ”
“ในเมื่ออยู่แล้วเราจะเอาตัวเองไปเปรียบกับเขาได้ไง ? เขาเป็นถึงอาจารย์ปู่ของพวกเราเลยนะ ! ”
“ฮ่าฮ่า……”
“……”
เชฟหลายคนพูดคุยกันพร้อมกับดูและชื่นชมฝีมือของเจียงเสี่ยวไป๋ไปด้วย
หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำกุ้งอบน้ำมันหม้อใหญ่เสร็จแล้ว เขาก็ทำกุ้งกระเทียมอีกหม้อ นอกจากนี้เขายังเตรียมน้ำจิ้มสำหรับกุ้งนึ่งไว้ ก่อนที่จะเดินออกจากครัวไป
หลังจากเข้าไปในห้องส่วนตัวแล้ว จ้าวเจียเซียง จางอี้เต๋อ จางเสี่ยวเหอ เฉินเซียนจิ้น หลี่ชิงอีและคนอื่นก็เริ่มทานอาหารกันแล้ว
“นั่งลง นั่งลง มากินเร็ว ๆ ! ”
ในขณะทุกคนกำลังได้ลองกินกุ้งอบน้ำมัน จ้าวเจียเซียงก็บอกให้เจียงเสี่ยวไป๋นั่งลงแล้วพูดว่า “เป็นเรื่องจริงที่ว่าอาหารที่คุณทำนั้นมันอร่อยมาก สำหรับฉัน มันอร่อยมากกว่าที่ฉัยเคยกินที่หวงโจวอีก”
เจียงเสี่ยวไป๋นั่งลงและพูดกับหลี่ชิงอีด้วยรอยยิ้มว่า “นายกเทศมนตรีจางกำลังวิจารย์เชฟของร้านแฟรนไชส์เรา คุณจดไว้ด้วย กลับไปแล้วจะได้คุยกับโหยวโหย่วหยู ให้เขาเพิ่มทักษะของเชฟในเครือทั้งหมด และเพิ่มความเข้มข้นในการประเมินด้วย”
“ได้เลย ! ”
หลี่ชิงอีหยุดพูดอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบปากกาและสมุดบันทึกออกมาจดอย่างระมัดระวัง
จ้าวเจียเซียงเห็นแล้วจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ผู้ช่วยเจียง คุณบริหารอย่างเข้มงวดมาก ฉันก็แค่พูดไปแบบนั้น”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “สำหรับผู้ประกอบการร้านอาหาร รสชาติคือสิ่งพื้นฐานที่สุด ไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด มีแต่ต้องดีกว่านี้ ผมต้องขอบคุณนายกเทศมนตรีจางสำหรับคำแนะนำอันมีค่านี้”
จ้าวเจียเซียงดื่มด่ำกับคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ “ไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด มีแต่ต้องดีกว่าเท่านั้น ? ” จากนั้น เขาก็พูดต่ออย่างครุ่นคิดว่า “ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอุตสาหกรรมของผู้ช่วยเจียงถึงได้ประสบผลสำเร็จมากมายขนาดนี้ เพราะเขามีคติที่ว่าไม่มีสิ่งที่ดีที่สุด มีแต่ต้องดีกว่าเท่านั้น แน่นอนว่านั่นควรเป็นเป้าหมายของเรา”
เขาเหลือบมองที่เจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดต่อ “ผู้ช่วยเจียง หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จ ช่วยพาฉันไปที่บริษัทได้ไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ที่จริงผมก็ตั้งใจไว้แบบนั้นเหมือนกัน แต่ผมไม่กล้าเชิญคุณ หากนายกเทศมนตรีจ้าวเต็มใจไปที่เจียงเจียกรุ๊ปเพื่อเป็นแนวทางในการทำงาน ผมก็ต้อนรับเสมอ ! ”
จ้าวเจียเซียงหัวเราะ “ถ้าอย่างนั้นก็ไปกัน ! ”
พวกเขากินมื้ออาหารกลางวันโดยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง แต่ก็ได้กินกุ้งเครฟิชตัวใหญ่สามหม้อและเครื่องเคียงอีกสองสามจานเสร็จภายในหนึ่งชั่วโมง
“เป็นอย่างที่คิดไว้เลย ว่าถ้าเรามากินอาหารที่ชิงโจวจะเป็นแบบนี้ ! ”
หลังจากที่จ้าวเจียเซียงกินเสร็จ เขาก็แตะไปที่ท้องที่นูนเล็กน้อยแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
จางอี้เต๋อกล่าวว่า “สหายเจียเซียง คุณเพิ่งกินกุ้งไปครั้งเดียวเองนะ ในช่วงบ่ายเราจะต้องไปกินหม้อไฟกันอีกนะ ดื่มเครื่องดื่มด้วยเล็กน้อย และในตอนเย็นก็ไปตลาดกลางคืนเพื่อหาของว่างกินอีก แบบนั้นถึงจะเข้าใจความหมายอย่างแท้จริงว่ามากินที่ชิงโจวเป็นอย่างไร ! ”
ในตอนนั้นที่เจียงเสี่ยวไป๋ใส่คำพูดที่ว่า ‘กินในชิงโจว’ ลงในวิดีโอโปรโมตภาพลักษณ์เมืองของชิงโจว จางอี้เต๋อ ถังจิงเทียนและคนอื่นคิดว่าประโยคนี้มันไม่มีรสนิยมเอาเสียเลย แต่ตอนนี้ดูเหมือนคำพูดที่ว่า “กินในชิงโจว” จะหยั่งรากลึกอยู่ในหัวใจของประชาชน แม้แต่นายกเทศมนตรีเมืองหวงโจวต่างก็รู้จักประโยคนี้
จางอี้เต๋อภูมิใจอย่างยิ่ง
จ้าวเจียเซียงเคยได้ยินชื่อเสียงถนนคนเดินในชิงโจวมานาน เมื่อได้ยินแบบนั้นก็เริ่มสนใจในทันที
“เอาล่ะ เราไปที่เจียงเจียกรุ๊ปกันก่อน แล้วค่อยไปที่ถนนคนเดินในตอนเย็นต่อ”