ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1051 หน้าหนา
ตอนที่ 1051 หน้าหนา
นายกเทศมนตรีจ้าวและคณะได้ไปเยี่ยมชมทั้งโรงงานผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง โรงงานผลิตเครื่องปรุงรส โรงงานฐานหม้อไฟ โรงงานเฟอร์นิเจอร์และโรงงานฟิล์มพลาสติก
จ้าวเจียเซียงเองก็ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เพราะที่หวงโจวมีโรงงานรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่มากกว่าในชิงโจวถึงสิบเท่า แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ขนาดโรงงานรัฐวิสาหกิจที่ใหญ่ที่สุดในหวงโจวก็ยังเทียบกับโรงงานในเครือเจียงเจียกรุ๊ปไม่ได้ แม้แต่ในแง่ของการออกแบบอาคารโรงงานและแผนผังของโรงงานยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก
ถ้าจะเปรียบเทียบง่าย ๆ เลยก็คือโรงงานรัฐวิสาหกิจในหวงโจวก็เหมือนกับคนแก่ที่เฉื่อยชา ราวกับว่าพวกเขาอาจจะตายเมื่อใดก็ได้ แต่โรงงานในเครือเจียงเจียกรุ๊ปนั้นเหมือนกับเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา
นี่คือสิ่งที่จ้าวเจียเซียงรู้สึก
สิ่งนี้ทำให้เขายิ่งอยากให้เจียงเสี่ยวไป๋เข้ามาลงทุนในหวงโจวยิ่งขึ้น
เขาเชื่อว่าถ้าเจียงเสี่ยวไป๋ลงทุนในหวงโจว มันจะไม่เพียงแต่นำโครงการใหม่ ๆ เข้ามาสู่หวงโจวเพียงเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้เศรษฐกิจในหวงโจวดีขึ้นด้วย พวกเขายินดีที่จะให้เป็นแบบนั้นเพื่อการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่
“ผู้ช่วยเจียง หลังจากที่ได้เยี่ยมชมโรงงานที่อยู่ในเครือเจียงเจียกรุ๊ปแล้ว ฉันก็เพิ่งรู้ว่าเราสามารถทำโรงงานแบบนี้ได้”
หลังจากที่ออกมาจากโรงงานฟิล์มพลาสติกแล้ว จ้าวเจียเซียงก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยสีหน้าซับซ้อนและพูดว่า “ฉันหวังว่าคุณจะมาลงทุนในหวงโจวด้วยนะ คุณเป็นผู้ตัดสินใจโครงการและกำหนดเงื่อนไขได้เลย ฉันจะสนับสนุนมันอย่างเต็มที่โดยไม่มีเงื่อนไข ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่คิดว่าจ้าวเจียเซียงจะมาชวนเขาไปลงทุนในหวงโจว ทำให้เขาตกใจไม่น้อย
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ จางอี้เต๋อก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยความหงุดหงิดในทันที “สหายเจียเซียง คุณจะใจร้ายเกินไปแล้ว นี่คุณกำลังพยายามขโมยคนของฉันไปต่อหน้าต่อตาแบบนี้เลยเหรอ คุณเป็นถึงนายกเทศมนตรีของเมืองใหญ่ระดับจังหวัด คุณยังมีความละอายใจอยู่บ้างไหม ? ”
ใบหน้าของจ้าวเจียเซียงแดงด้วยความโกรธเล็กน้อย แต่ในไม่ช้าเขาก็ดูสงบและพูดด้วยรอยยิ้ม “สหายอี้เต๋อ เจียงเจียกรุ๊ปได้ร่วมลงทุนไปแล้วหลายโครงการในชิงโจว ถ้าหากว่าอยากจะให้เจียงเจียกรุ๊ปพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น เราก็ต้องให้เขาออกไปจากชิงโจว ไปยังเวทีที่ใหญ่กว่า”
ทันทีที่เขามองไปที่จางอี้เต๋อ เขาก็พูดออกมาอย่างจริงจัง “สหายอี้เต๋อ คุณเป็นนายกเทศมนตรีของชิงโจวก็จริง แต่คุณก็ยังเป็นคนของมณฑลจีนตอนกลางด้วย คุณจะสนใจแต่ชิงโจวอย่างเดียวไม่ได้”
“เราต้องมองภาพมุมกว้างหน่อย ! ”
จางอี้เต๋อโกรธจนหนวดกระตุก ตาเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนี้ พูดออกมาเสียเป็นเหตุเป็นผลเชียว ! ที่จริงก็แค่ต้องการมาขโมยคนและโครงการดี ๆ ไปจากชิงโจวมากกว่า
พวกเขาทั้งสองต่างก็อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน เรื่องแบบนี้ทำไมเขาจะไม่รู้ ?
เขาจึงหัวเราะแล้วพูดว่า “เอาล่ะ สหายเจียเซียง หยุดทำหน้าตาแบบนั้นได้แล้ว ทุกคนต่างก็รู้กันดี”
จ้าวเจียเซียงรู้สึกอายเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดว่า “สหายอี้เต๋อ คุณเองก็ไม่เห็นจะต้องพูดแรงขนาดนั้นเลย ! ”
“ในความคิดของฉัน ฉันคิดว่าการที่เจียงเสี่ยวไป๋มีความสามารถมากมายขนาดนี้ มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้าเขาได้ไปทำประโยชน์ให้กับเมืองอื่น ๆ หรือกับประเทศจีนของเราในวงกว้าง ? ”
“เพราะอย่างไรแล้วคุณก็ไม่สามารถห้ามไม่ให้เจียงเสี่ยวไป๋หยุดพัฒนาได้ ! ”
“สหายอี้เต๋อ ถามตัวเองดูว่าที่ฉันพูดมันผิดตรงไหน ? ”
คำพูดของจ้าวเจียเซียงทำให้จางอี้เต๋อไม่สามารถปฏิเสธได้ นั่นเลยทำให้เขาโกรธเล็กน้อย
เขาแอบเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋และพบว่าสีหน้าของผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนที่ภักดีอย่างแน่นอน
เหมือนดึงหมาป่าเข้าบ้านจริง ๆ
ที่จริงแล้วจ้าวเจียเซียงไม่ควรได้รับอนุญาตให้มาที่ชิงโจวด้วยซ้ำ แต่ควรจะเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่ได้รับเชิญให้ไปที่หวงโจว
เจียงเสี่ยวไป๋ที่เห็นว่าชายร่างใหญ่สองคนกำลังทะเลาะกันอยู่นั้น เขาไม่ได้แสดงท่าทีเห็นด้วยกับคำเชิญของจ้าวเจียเซียง แต่ก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ
อืม มันก็เป็นการเปรียบเทียบที่ดี
มันก็เหมือนกับเป็นการตกปลาในน้ำโคลนขนาดใหญ่
เขายิ้มและพูดว่า “นายกเทศมนตรีจ้าว ไปเถอะ เราไปดูอาคารชิงโจวกันต่อ นั่นก็เป็นอีกโครงการที่สำคัญของเจียงเจียกรุ๊ปในปีนี้”
เมื่อพูดถึงอาคารชิงโจว ดวงตาของจ้าวเจียเซียงก็สว่างขึ้นในทันที เขาได้ยินมานานแล้วว่าอาคารชิงโจวได้รับการออกแบบให้เป็นอาคารที่มีความสูงถึง 33 ชั้น ซึ่งนั่นน่าจะเป็นอาคารที่สูงที่สุดในมณฑลจีนตอนกลางได้เลย
“ดีเลย ฉันเองก็อยากจะเห็นมันมานานแล้วเหมือนกัน ! ”
จ้าวเจียเซียงไม่ได้สงสัยอะไรกับความคิดเห็นของเจียงเสี่ยวไป๋ เขาพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
อย่างไรแล้วเขาก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าที่อยู่ในสนามรบมานาน เขามองเห็นถึงความคิดของเจียงเสี่ยวไป๋ที่ตั้งใจจะลงทุนในหวงโจวมานานแล้ว เพราะงั้นเขาไม่จำเป็นที่จะต้องเร่งรีบ
เรื่องนี้มันต้องใช้เวลาสักหน่อย
ตัวของเขานั้นไม่รีบร้อนอะไร แต่เห็นได้ชัดว่าจางอี้เต๋อรีบร้อนมาก
เพราะเขาเชื่อว่าหลังจากที่จ้าวเจียเซียงได้ไปเยี่ยมชมโรงงานมาหลายแห่งแล้ว เขาก็อาจจะไม่มีความคิดที่อยากจะชวนเจียงเสี่ยวไป๋มาลงทุนในหวงโจวเท่าไหร่ แต่หากเขาได้เห็นอาคารชิงโจว เขาก็พยายามที่จะชักชวนเจียงเสี่ยวไป๋มากขึ้น !
จางอี้เต๋อพูดอย่างเร่งรีบว่า “เสี่ยวไป๋ ดูสิ มันมืดแล้ว และอาคารชิงโจวเองก็ยังสร้างไม่เสร็จ ไปดูตอนนี้น่าจะยังไม่สะดวกนะ ! ”
“ตอนนี้เราไม่ต้องไปดูหรอก ! ”
“อืม งั้นนายกเทศมนตรีจ้าว ไปเดินเยี่ยมชมโรงงานมาเหนื่อย ๆ เราไปแวะพักกินข้าวกันก่อน แล้วค่อยคุยเรื่องเยี่ยมชมพรุ่งนี้ต่อกันเถอะ ! ”
แต่ในใจของเขาจริง ๆ คือจะไม่มีวันพรุ่งนี้หรอก เพราะว่าเขาจะส่งจ้าวเจียเซียงกลับในวันพรุ่งนี้เช้าเลย
จ้าวเจียเซียงหัวเราะ “สหายอี้เต๋อ ขอบคุณที่เป็นห่วงนะ แต่ฉันยังไม่เหนื่อยเลย”
เขาพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ต่ออีกว่า “งั้นเราไปดูอาคารชิงโจวกันต่อเถอะ”
ใบหน้าของจางอี้เต๋อบู้บี้ลงเล็กน้อย เขาได้แต่แอบด่าจ้าวเจียเซียงว่า ‘เจ้าคนหน้าหนา’ อยู่ในใจ
แต่ตัวเขาก็เป็นนายกเทศมนตรีด้วยเหมือนกัน และเขาก็เป็นนายกเทศมนตรีของเมืองใหญ่อย่างหวงโจว การที่จะพูดปฎิเสธออกมาโดยตรงก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
จ้าวเจียเซียงดูเหมือนจะเยอะเย้ยจางอี้เต๋อและพูดด้วยรอยยิ้ม “สหายอี้เต๋อ ฉันได้ยินมาว่าอาคารชิงโจวได้รับการออกแบบให้เป็นอาคารสูง 33 ชั้นเลย แบบนั้นใช้งบมหาศาลเลยนะ ! ”
จางอี้เต๋อยิ้มอย่างไม่เต็มใจ “ถึงแม้ว่าอาคารชิงโจวจะได้รับการออกแบบให้มีความสูง 33 ชั้น แต่ตอนนี้เพิ่งสร้างชั้นที่สี่อยู่ พื้นที่ตรงนั้นยังคงเป็นสถานที่ก่อสร้างขนาดใหญ่อยู่”
เขาชี้ขึ้นไปบนฟ้า แล้วพูดต่ออีกว่า “แถมในตอนนี้ก็มืดแล้วด้วย และสถานที่ก่อสร้างเองก็วุ่นวาย ในตอนนี้มันไม่มีอะไรให้ดูหรอก”
“ทำไมเราไม่ไปกินข้าวเย็นกันดีกว่า เราจะได้ดื่มกันสักหน่อยแล้วคุยต่อเรื่องพรุ่งนี้”
ในตอนนี้ เขาก็ยังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้จ้าวเจียเซียงละทิ้งความคิดที่อยากจะไปที่สถานที่ก่อสร้างอาคารชิงโจวสักที
จ้าวเจียเซียงยิ้ม “สหายอี้เต๋อ คืนนี้เราจะไปถนนคนเดินเพื่อหาซื้อของกินไม่ใช่เหรอ ? ”
เมื่อจางอี้เต๋อเห็นจ้าวเจียเซียงริเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับอาหาร เขาก็คว้าโอกาสนั้นทันที และพูดว่า “ใช่ ๆ ไปที่ถนนคนเดินแล้วหาซื้ออะไรกิน มันมีแผงขายของตามริมถนนสองฝั่งเกือบสามร้อยร้านได้เลย แต่ละร้านมีขนมทุกแบบที่มีทั่วประเทศ รับรองได้กินขนมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยกินอย่างแน่นอน…”
จ้าวเจียเซียงกล่าวว่า “สหายอี้เต๋อ ถนนคนเดินนี่อยู่ด้านล่างภูเขาฉีเฟิงใช่ไหม ? ”
“งั้นก็แสดงว่าอาคารชิงโจวก็อยู่ใกล้กัน หลังจากที่เราไปดูอาคารชิงโจวเสร็จ เราก็ค่อยตรงไปที่ถนนคนเดินก็ได้นี่ มันเป็นทางผ่านพอดี ! ”
ฮะ !
จางอี้เต๋อที่ไม่ทันระวังในคำพูด เขามัวแต่พูดถึงของว่างแสนอร่อยมากมายในถนนคนเดิน โดยลืมไปว่าอาคารชิงโจวก็อยู่ที่ตีนเขาฉีเฟิงเช่นกัน
ถ้ารู้แบบนี้คงไม่พูดถึงเรื่องไปถนนคนเดินหรอก
รู้งี้ชวนไปกินหม้อไฟยังดีกว่าอีก !
แม้ว่าจะเสียใจ แต่ก็ยังเต็มใจที่จะยอมแพ้
เขาตบหัว แล้วพูดว่า “สหายเจียเซียง ฉันลืมไปเลยว่าอาหารในถนนคนเดินทั้งหมดเป็นของว่าง ไม่มีอาหารที่เป็นมื้อใหญ่เลย”
“คุณเป็นแขกผู้มีเกียรติจากหวงโจว จะให้คุณไปทานอาหารที่แผงริมถนนได้อย่างไร ? ”
“เราไปร้านหม้อไฟลาลาลากัน นั่นคืออาหารจานเด็ดของชิงโจวเลยนะ ! ”
“เอาล่ะ พวกเราไปกินหม้อไฟรับลมกันเถอะ ! ”