ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1056 ความดื้อของคนแก่
ตอนที่ 1056 ความดื้อของคนแก่
ช่วงนี้เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้เข้าไปในเมืองเลย เขาอยู่แต่บ้านกับภรรยาและลูก ๆ ของเขา
ตรงหลังบ้านมีต้นไม้ขนาดใหญ่ที่คอยให้ร่มเงาอยู่ต้นหนึ่ง
“วีด วีด …”
บนต้นไม้ใหญ่มีเสียงร้องของจั๊กจั่นที่มักจะได้ยินในช่วงฤดูร้อนเสมอ และตรงใต้ต้นไม้ใหญ่ก็มีครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋นั่งรวมกันอยู่ข้างล่าง
ทั้งเจียงอันและเจียงห่าวต่างก็นอนหลับสนิทอยู่ในเปล ในขณะที่หวังซิ่วจวี๋และหลินเจียอินยืนแกว่งเปลอยู่ข้าง ๆ
ส่วนข้างเจียงเสี่ยวไป๋มีเจียงชานและเจียงถิงนั่งอยู่
เจียงซือนอนอ้าปากกว้างและแลบลิ้นยาวของมันออกมา มันนอนหายใจแรงอยู่ข้างเท้าของเจียงชาน
“คุณลุง พรุ่งนี้พ่อจะมารับหนูใช่ไหม ? ” เจียงถิงมองเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยตากลมโต
เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “ใช่ ก่อนหน้านี้เขาโทรบอกแล้วว่าพรุ่งนี้จะมารับ”
“งั้นหลังจากนี้ไปหนูก็ต้องไปอยู่ที่เจี้ยนหยางเหรอ ? ”
“ถิงถิง หนูอยากอยู่กับพ่อแม่มาตลอดไม่ใช่เหรอ ? ก่อนหน้านี้พวกเขายังไม่พร้อม แต่ตอนนี้ที่นั่นมีบ้าน มีตลาดและโรงเรียนแล้ว ทันทีที่ไปถึงก็เข้าเรียนและใช้ชีวิตที่นั่นได้เลย”
ดวงตาของเจียงถิงเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น ในขณะเดียวกันก็รู้สึกใจหายเช่นกัน
“แต่หนูก็จะไม่ได้เล่นกับพี่ชานชานแล้วน่ะสิ”
ไม่ใช่แค่จะไม่ได้เล่นกับพี่ชานชานเท่านั้น แต่จะไม่ได้เจอเจียงซือไปอีกนานเลย แถมจะไม่ได้เจอคุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย คุณลุง และน้องอันอันกับน้องห่าวห่าวอีกด้วย
ก่อนหน้านี้เธออยากไปอยู่กับพ่อแม่ตลอดเวลา แต่เธอก็เคยชินกับการอยู่กับครอบครัวใหญ่ไปแล้ว
ทันทีที่เธอไปเจี้ยนหยางเธอจะสามารถปรับตัวได้ไหม
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “วันไหนที่เป็นวันหยุด หนูก็กลับมาเล่นกับชานชานก็ได้”
เจียงถิงกล่าวว่า “ถ้าพี่ชานชานไปเจี้ยนหยางและเรียนที่ันั่นกับหนูด้วย มันคงจะดีมากเลย ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “ถิงถิง ถ้าพี่ชานชานไปเรียนที่เจี้ยนหยางกับหนู เธอก็จะต้องทิ้งพ่อกับแม่ของเธอไปด้วย ! ”
จู่ ๆ เจียงถิงก็รู้สึกเป็นทุกข์เล็กน้อย
“เฮ้อ…ทำไมทุกคนถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้ล่ะ ? ”
หน้าของเจียงเสี่ยวไป๋มืดมนลง เพราะเขาเป็นคนทำให้เจียงเสี่ยวเฟิงและภรรยาต้องไปทำงานที่เจี้ยนหยาง เลยทำให้เจียงถิงและพ่อแม่ของเธอจะต้องแยกจากกันเป็นเวลาหนึ่งปี
ถ้าให้คนอื่นไปที่นั่น เรื่องแบบนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น
แต่ในตอนนั้นมันไม่เหมือนตอนนี้ เพราะในตอนนั้นไม่มีใครที่อยู่ข้าง ๆ คอยช่วยเขา
ที่จริงตอนนี้เขาก็สามารถทำให้ทั้งเจียงเสี่ยวเฟิงและภรรยาของเขากลับมาที่ชิงโจวก็ได้
เพราะเหตุนี้ เขาจึงได้พูดคุยกับเจียงเสี่ยวเฟิงและหลัวเจาตี้อีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งคู่ก็ยังคงยืนยันที่จะไปเจี้ยนหยาง
บางทีการรักษาระยะห่างระหว่างญาติสักหน่อยก็ดีจริง ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋เคารพความคิดเห็นของพวกเขา
เพียงแต่ว่าเรื่องนี้ไม่สามารถอธิบายให้เด็กอย่างเจียงถิงเข้าใจได้อย่างชัดเจน
“ถิงถิง ไปเจี้ยนหยางแล้วก็ต้องตั้งใจเรียนนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากลูบไปที่หัวของเจียงถิงแล้วพูดเบา ๆ
“ค่ะ ! ” เจียงถิงพยักหน้ารับ “อย่างที่หนูเคยพูดไปในครั้งที่แล้ว ว่าหนูจะตั้งใจเรียนเพื่อเอาผลการเรียนมาแข่งกับพี่ชานชาน”
เจียงชานฟังและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นเธอก็ต้องตั้งใจเรียนมาก ๆ นะ เพราะตอนนี้ฉันได้บทเรียนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะเลย”
เจียงถิงพูดว่า “ไม่ต้องห่วง เพราะฉันไม่ได้ขี้เกียจ ฉันจำทุกอย่างที่คุณลุงและป้าสะใภ้สอนได้หมดแล้ว”
เมื่อพูดถึงสิ่งนี้ เจียงไห่หยางก็ดูจะพอใจ เพราะในที่สุดเจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูก็ทำให้เขาสบายใจในช่วงวันหยุดฤดูร้อนนี้ ทั้งสองไม่เพียงแต่ทบทวนการบ้านของตัวเองเท่านั้น แต่ยังเจียดเวลามาสอนเจียงชานและเจียงถิงอีกด้วย
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวหยูเองก็ขยันขึ้นด้วยเช่นกัน
แต่ในความคิดของเขา เจียงเสี่ยวหยูมีไหวพริบมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้ว จึงเป็นเรื่องปกติสำหรับเธอที่จะทำเช่นนี้ ส่วนเจียงเสี่ยวเหลยก็ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมา ทำให้เขาดีใจมาก
“ชานชาน ถิงถิง ! ”
“พวกหนูทั้งสองต้องเรียนเก่ง ๆ แล้วเข้ามหาลัยดี ๆ แบบอาเสี่ยวชิงให้ได้นะ”
“เมื่อถึงตอนนั้น ปู่จะจัดงานเลี้ยงให้”
เจียงไห่หยางพูดด้วยรอยยิ้ม
หวังซิ่วจวี๋พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “คุณก็กังวลเกินไปแล้ว ถ้าถึงตอนนั้นที่ชานชานและถิงถิงได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยแล้ว แน่นอนว่าเจ้ารองและเจ้าสามก็จัดงานเลี้ยงให้พวกเธอได้ แล้วทำไมคุณต้องทำเองด้วยล่ะ ! ”
“แล้วทำไมฉันถึงจะทำให้ไม่ได้ ? ” เจียงไห่หยางพูดอย่างไม่พอใจ “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะจัดงานเลี้ยงให้แค่ชานชานและถิงถิงสักหน่อย ฉันจะจัดให้อันอันและห่าวห่าวด้วยเหมือนกัน ! ”
หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ทันที “เสี่ยวไป๋ แกอยากให้ฉันจัดงานเลี้ยงให้พวกเขาไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋จะกล้าปฏิเสธได้อย่างไร ?
เขาจึงรีบพูดว่า “ได้ครับ พ่อจัดให้พวกเขาได้ทุกคนเลย ! ”
เจียงไห่หยางพอใจมากหลังจากได้ยินสิ่งนี้ และพูดกับหวังซิ่วจวี๋ว่า “คุณได้ยินไหม ? ฉันเป็นหัวหน้าครอบครัวนี้ ! ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “งั้นคุณก็ต้องอายุยืนหน่อยแล้วล่ะ ! ”
“คุณก็เหมือนกันนั่นแหละ คุณเองก็อายุเกือบจะหกสิบแล้วเหมือนกันนี่ ! ”
“อันอันกับห่าวห่าวอายุยังเท่าไหร่เอง ? ”
“พวกเขาต้องใช้เวลาถึงสิบแปดสิบเก้าปีจึงจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ! ”
เจียงไห่หยางทำเสียงไม่พอใจว่า “แล้วมันทำไมก็แค่สิบแปดสิบเก้าปีเอง ? ถึงตอนนั้นสุขภาพของฉันก็ยังดีอยู่ ฉันสามารถอยู่ได้มากกว่านี้อีกเป็นสิบ ๆ ปีเลย ! ”
หวังซิ่วจวี๋โต้กลับ “ตอนกลางดึกไอทุกวัน กล้าดีอย่างไรถึงพูดว่าตัวเองสุขภาพดี ? ”
เจียงไห่หยางจ้องมองหวังซิ่วจวี๋ทันที และพูดด้วยความโกรธ “คุณกำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร ! ”
ในขณะที่พูดอยู่นั้น เขาก็แอบเหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ ราวกับกลัวว่าลูกชายจะได้ยิน
แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
เพราะตอนนี้ดวงตาของเจียงเสี่ยวไป๋กำลังจ้องมองเขาอยู่ และถามด้วยความกังวลว่า “พ่อครับ กลางคืนพ่อไอหนักด้วยเหรอ ? ”
“เปล่าสักหน่อย ! ” เจียงไห่หยางปฏิเสธอย่างเด็ดขาดและพูดด้วยความรู้สึกผิด “อย่าไปฟังที่แม่แกพูด ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ขมวดคิ้ว เขาไม่อยากถามพ่อต่อแล้ว เขาจึงหันไปหาหวังซิ่วจวี๋แล้วพูดว่า “แม่ บอกผมมา ! ”
หวังซิ่วจวี๋ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “ก็ช่วงนี้ พ่อแกเขาไอหนักมากในตอนกลางคืน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ถามอย่างรวดเร็ว “ไอมานานแค่ไหนแล้ว ? ”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ไม่กี่วันที่ลูกจะกลับมาประมาณเจ็ดแปดวันได้แล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “แม่ แล้วทำไมไม่บอกผมล่ะ ? ”
ในตอนนั้นเองที่เขารู้สึกว่าเขายังดูแลพ่อแม่ได้ไม่ดีพอ !
แม้ว่าฉันจะไม่อยู่บ้านในช่วงสองสามวันแรก แต่ตอนนี้ฉันกลับมาแล้วสามหรือสี่วันแล้ว และฉันก็ไม่ได้สังเกตเลย !
หวังซิ่วจวี๋พูดว่า “ก็พ่อแกไม่ให้ฉันบอกไง ! ”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “มันไม่เกี่ยวอะไรกับแกหรอก แม่แกนั่นแหละทำเป็นเรื่องใหญ่โต มันจำเป็นต้องบอกไหม ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เอาล่ะ ๆ เราเลิกเถียงเรื่องนี้กันก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะพาพ่อไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลในเมืองเอง”
เจียงไห่หยางลูบเคราและจ้องมอง “ไม่ ! ฉันบอกแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไร จะไปโรงพยาบาล ใช้เงินให้สิ้นเปลืองไปทำไม ! ”
“เดี๋ยวอีกสองวันฉันก็หายดีแล้ว ! ”
เมื่อก่อนเวลาที่มีคนป่วยในชนบท พวกเขาไม่กล้าไปโรงพยาบาลและเลือกที่จะรักษาและดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน
เจียงเสี่ยวไป๋จึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พ่อ ถ้าไปตรวจแล้วพ่อไม่ได้เป็นอะไรก็ไม่เป็นไร ! ”
เจียงไห่หยางเองก็ดื้อรั้นไม่แพ้กัน ไม่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะพูดอย่างไร เขาก็จะไม่ยอมไปเด็ดขาด
บางทีคนแก่ก็ดื้อกว่าเด็ก !
ตอนเป็นเด็ก ก็อาจจะเกลี้ยกล่อมได้
แต่สำหรับชายชราแบบนี้คงจะเกลี้ยกล่อมยาก !
เจียงเสี่ยวไป๋มองหลินเจียอินอย่างช่วยไม่ได้และทำหน้ามุ่ยใส่เธอ
หลินเจียอินพยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดว่า “พ่อ พรุ่งนี้ไปโรงพยาบาลกันเถอะ ! ”
สำหรับหลินเจียอินแล้ว เจียงไห่หยางจะไม่ขึ้นเสียงใส่เหมือนกับเจียงเสี่ยวไป๋ ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เสียงของเขาสงบลง “เจียอิน พ่อสบายดีจริง พ่อไม่ได้เป็นอะไร ! ”