ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1057 บทสนทนายามค่ำคืนของคู่รัก
ตอนที่ 1057 บทสนทนายามค่ำคืนของคู่รัก
“ถ้าไม่ได้เป็นอะไร ลองไปตรวจดูก่อนก็ไม่เสียหายนะคะ เผื่อจะเป็นอะไร ! ”
หลินเจียอินกล่าวด้วยความจริงใจ
ถ้าหากเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่พูดแบบนั้น เจียงไห่หยางก็คงจะดุเขากลับอย่างแน่นอน แต่นี่ลูกสะใภ้ของเขาเป็นคนพูด เขาจึงไม่สามารถดุเธอได้
เขาทำอะไรไม่ได้ ดังนั้นเขาจึงระบายความโกรธนี้ออกมากับเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้น
ตอนนั้นลูกชายของเขาทำตัวกบฏ กล้าคิดไม่ดีและปล่อยให้ลูกสะใภ้มาดุเขา
หลินเจียอินกล่าวอีกต่อ “พ่อคะ พรุ่งนี้อันอันและห่าวห่าวจะไปโรงพยาบาลด้วยเหมือนกัน”
เจียงไห่หยางถามออกมาโดยไม่รู้ตัวว่า “พวกเขาไปโรงพยาบาลทำไม ? ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ตรวจสุขภาพค่ะ ! ”
เจียงไห่หยางพูดว่า “อ๋อ” และพูดอย่างไม่เต็มใจ “ถ้าอย่างนั้นพวกลูกไปกันเถอะ ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “พ่อคะ พ่อไปกับเรานี่แหละ จะได้ไปตรวจสุขภาพของพ่อพร้อมกันด้วย”
จากนั้น เธอก็เหลือบมองหวังซิ่วจวี๋ แล้วพูดว่า “แม่เองก็ต้องไปด้วยเหมือนกัน”
หวังซิ่วจวี๋อยากพูดออกมาเหลือเกินว่าเธอสบายดี ทำไมจะต้องไปตรวจสุขภาพด้วย ? แต่เธอก็เข้าใจความตั้งใจของลูกสะใภ้ดีจึงตอบไปว่า “ได้สิ เดี๋ยวแม่จะไปด้วย”
หลินเจียอินรีบพูดว่า “พ่อคะ พ่อเห็นไหมว่าแม่ก็ตกลงแล้ว พ่อไปด้วยกันเถอะ ! ”
เมื่อคำพูดมาถึงจุดนี้ เจียงไห่หยางก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องตอบตกลงไป
“ก็ได้ ! ”
“ฉันจะลองไปตรวจด้วยก็ได้ ! ”
หลังจากที่พูดจบ เขาก็จ้องมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความโกรธ
ฝากไว้ก่อนเถอะเจ้าลูกชายตัวดี ! ฉันจะต้องหาโอกาสแก้แค้นคืนให้ได้
กล้าดีอย่างไรถึงมาบังคับฉัน
วันรุ่งขึ้น จางเสี่ยวชุ่นและเหลิ่งเวยก็ได้ขับรถพาครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่โรงพยาบาลท้องถิ่น
หลังจากตรวจร่างกายแล้ว ก็พบว่าเด็กน้อยทั้งสองคนนั้นสบายดี เจียงไห่หยางเองก็สบายดี แต่เขาแค่มีอาการปอดบวมเล็กน้อย แพทย์จึงแนะนำให้เขาลดการสูบบุหรี่ให้น้อยลง
แต่เจียงไห่หยางก็ไม่ได้ให้ความสนใจมันสักเท่าไหร่ “มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้นสักหน่อย ! ”
“จะมาตรวจให้มันยุ่งยากทำไม ! ”
“เสียดายเงิน ! ”
ถ้าต้องเลิกบุหรี่จริง ๆ ตัวเขาก็คงจะเป็นทุกข์มาก เขาพึมพำว่า “มันก็เหมือนเป็นงานอดิเรกของฉัน ถ้าเกิดฉันเลิก ฉันจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้ดีว่าถ้าพูดไป เขาก็คงไม่ฟัง ดังนั้นเขาจึงไม่อยากจะพูดอะไรมาก
แต่ผลการตรวจของหวังซิ่วจวี๋นั้นค่อนข้างแย่ น้ำตาลในเลือด ไขมัน และความดันของเธอสูงกว่าคนทั่วไปถึงสามเท่า
นอกจากนี้ เธอยังมีอาการหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาทอีกด้วย
โรงพยาบาลจึงได้สั่งยาจัดใส่ถุงพลาสติกใบใหญ่ให้เธอเป็นจำนวนมาก
เมื่อเป็นแบบนั้น เจียงไห่หยางจึงยิ่งรู้สึกชนะ
“เห็นไหม คุณว่าแต่ฉัน ตัวเองป่วยมากกว่ายังไม่รู้ตัวอีก ! ”
หวังซิ่วจวี๋รู้สึกว่าเธอถูกใส่ร้ายและพูดอย่างไม่พอใจ “ช่างเป็นโรงพยาบาลที่แย่จริง ๆ คนไม่ได้เป็นอะไร แต่ก็วินิจฉัยออกมาว่าเป็นนู่นนี่ จากไม่ป่วยก็กลายมาเป็นคนป่วย นี่มันแย่จริง ๆ ! ”
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนั้นก็พยายามอธิบายอยู่นาน แต่หวังซิ่วจวี๋กลับปฏิเสธที่จะฟังและสาบานว่าจะไม่ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจสุขภาพอีก
มันก็เหมือนกับเป็นการสร้างปัญหาให้ตัวเองชัด ๆ
เจียงเสี่ยวไป๋เองก็รู้สึกหมดหนทางเช่นกัน เขาจึงทำได้เพียงตอบรับก่อน แล้วค่อยคิดหาทางแก้ไขในภายหลัง
แต่เหตุการณ์นี้ยังทำให้เขาได้รู้ว่าพ่อแม่ของเขาได้อายุมากขึ้นแล้ว การดูแลสุขภาพให้ดีเป็นสิ่งสำคัญ
เพียงแต่ว่านิสัยการใช้ชีวิตของคนในชนบทนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนแปลง เจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่สามารถหาวิธีแก้ปัญหาได้นั้นจึงทำให้เขาเป็นทุกข์มาก
แต่อย่างแรกเลย เราควรจะเริ่มที่การกินอาหารก่อน
ในตอนเย็น หลังจากที่เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินกำลังจะเข้านอน พวกเขาก็นอนไม่หลับและพูดคุยกันว่า “เมียจ๋า เราจ้างพี่เลี้ยงเด็กดีไหม ? ”
เดิมทีเขาคิดว่าหลินเจียอินน่าจะไม่เห็นด้วย แต่หลินเจียอินกลับแสดงท่าทางประหลาดใจออกมาและพูดว่า “ที่จริงฉันก็ว่าจะมาคุยเรื่องนี้กันคุณอยู่เหมือนกัน”
เจียงเสี่ยวไป๋อดยิ้มไม่ได้ “เมียจ๋า ผมดีใจจริง ๆ ที่พวกเราสองคนใจตรงกัน”
หลินเจียอินจึงกล่าวว่า “อันอันและห่าวห่าวเองก็อายุได้ครึ่งขวบแล้ว ถ้าเราจ้างพี่เลี้ยงเด็ก ฉันก็จะได้มีเวลาไปทำงานที่บริษัทด้วย”
มีความปรารถนาในดวงตาของเธอ เธอพูดออกมาอย่างสบาย ๆ ว่า “ฉันไม่ได้ทำงานมานานกว่าหนึ่งปีแล้ว จนฉันจะลืมมันไปหมดแล้ว ! ”
เอ่อ……
จู่ ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกเหมือนมีน้ำเย็นราดลงบนตัวเขา เขาคิดว่าเขาและภรรยาเป็นคนรักกันก็จริง แต่เขาไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะคิดหรือทำอะไรเหมือนกันบ่อย ๆ เพราะจุดเริ่มต้นในครั้งนี้นั้นแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง
ที่เขาอยากจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาก็เพราะว่า ประการแรกตัวเขาและภรรยาของเขาเองจะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น
อย่างที่สอง เวลาที่เขาไม่อยู่บ้าน แม่ของเขาจะชอบทำอาหารเองทุกมื้อ โดยใช้เนื้อหมูที่มีไขมันสูงเป็นหลักเสมอ
หากต้องการเปลี่ยนนิสัยการทานอาหารที่บ้าน เปลี่ยนคนทำอาหารน่าจะช่วยได้
“สามี เป็นอะไรไปหรือ ? ”
เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่พูดไม่จา หลินเจียอินก็เงยหน้าขึ้นมองเขาแล้วถามอย่างนุ่มนวล
“อ๋อ ไม่มีอะไร ! ” เจียงเสี่ยวไป๋กลับมามีสติอีกครั้งและตอบออกไป ในตอนนี้ความคิดของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขายอมรับตามตรงว่าภรรยาของเขานั้นเป็นคนที่เก่งมาก คงจะไม่ดีถ้าบังคับเธอไม่ให้ออกไปทำงาน
สุขภาพร่างกายของแม่ก็ต้องดูแล ภรรยาเองก็ต้องดูแลเช่นกัน
เขากอดภรรยาของเขาและพูดเบา ๆ ว่า “ผมมาคิดดูดี ๆ แล้ว แค่จ้างพี่เลี้ยงเด็กอย่างเดียวน่าจะไม่พอ ! ”
เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้คัดค้านที่เธอไปทำงาน หลินเจียอินก็มีความสุขมากและถามเขาต่ออีกว่า “คุณอยากจะจ้างใครเพิ่มอีก ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “หลังจากที่คุณไปทำงานแล้ว คุณก็จะไม่ได้ดูแลอันอันและห่าวห่าว มันจะเหนื่อยเกินไปไหมที่แม่คนเดียวแต่จะต้องดูแลเด็กทั้งสองคน”
“อืม ! ”
หลินเจียอินกล่าวว่า “ถ้าอยากนั้นก็จ้างมาสองคนเลยก็ได้ ค่าใช้จ่ายก็คงจะไม่เยอะมากขนาดนั้น”
หลังจากพูดอย่างนั้น เธอก็กล่าวเสริมขึ้นมาว่า “งั้นลองไปหาคุณป้าหรือคุณลุง ขอให้พวกเขาช่วยดูแลอันอันและห่าวห่าวให้ด้วยได้ไหม พ่อแม่ของคุณกับพวกเขาสนิทกัน น่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะ”
ดูเหมือนเธอจะคิดเรื่องนี้มานานแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋ฟัง แต่ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ป้ากับลุงน่าจะไม่เหมาะ”
หลินเจียอินถามด้วยความสับสนว่า “ทำไมล่ะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เพราะว่าพวกเขาเป็นญาติกันเลยได้คุยกันบ่อย แต่ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันบ่อย ๆ เข้า จากญาติอาจจะมีเรื่องผิดใจกันจนกลายเป็นศัตรูกันก็ได้”
หลินเจียอินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วพูดว่า “งั้นเราไปที่หมู่บ้านกันเถอะ หรือขอให้ลุงของฉันและคนอื่นช่วยหาคนที่รู้จักให้ ถ้าเงินเดือนสูงจะต้องมีคนอยากทำแน่นอน”
เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงส่ายหัว
“เมียจ๋า ผมคิดว่ามันไม่เหมาะที่จะเอาคนรู้จักมา”
หลินเจียอินกล่าวว่า “คนรู้จักมันเป็นอย่างไร ? ถ้าเอาคนที่ไม่รู้จักมา คุณจะเชื่อใจเขาให้ดูแลอันอันและห่าวห่าวได้อย่างไร ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “เมียจ๋า ผมคิดว่าการดูแลลูก ๆ จากใครสักคนเพื่อให้พวกเขาเติบโตได้อย่างราบรื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย จะต้องนึกถึงการเติบโตของลูกให้มากกว่านี้”
หลินเจียอินถามอย่างสงสัยว่า “อันอันและห่าวห่าวอายุเพียงครึ่งปี คุณอยากจะให้พวกเขาเติบโตมาอย่างไร ? ”
“งั้นถ้าจ้างนักศึกษามาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเป็นไง ? ” หลินเจียอินมองบน
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะยิ้มหลังจากได้ยินสิ่งนี้ “เมียจ๋า นั่นเป็นความคิดที่ดี เดิมทีผมแค่อยากจ้างคนที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมปลายมาแล้วให้เป็นพี่เลี้ยงเด็ก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะอยากจ้างนักศึกษามาเลี้ยงแล้ว ! ”
“เมียจ๋า คุณเก่งมาก ! ”
หลินเจียอินกลอกตาไปที่เจียงเสี่ยวไป๋: ฉันหมายความว่าแบบนั้นหรือไง ?
แต่ก็ยังฟังสบายหูอยู่เหมือนกัน
“นักศึกษาทุกวันนี้ล้วนมีความสามารถและมีคุณค่ามาก ถ้าจ้างให้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กจริง ๆ ไม่ต้องพูดถึงความสามารถของพวกเขา แต่ใครจะเป็นนักศึกษาที่อยากจะมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กกัน ? ”
แต่เจียงเสี่ยวไป๋เองก็ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก เพราะในยุคสมัยต่อมาก็มีนักศึกษาวิทยาลัยจำนวนมากที่ทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็ก แต่ก็มีไม่มากเหมือนกัน
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถพูดเรื่องนี้ได้
เขาได้แต่ยิ้มและพูดว่า “ผมเชื่อว่าจะต้องมีผู้หญิงที่กล้าหาญอย่างแน่นอน ! ”