ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1078 พบกับชายชรา
ตอนที่ 1078 พบกับชายชรา
วันถัดมา
หลังจากกินอาหารเช้าที่โรงแรมเทียนจิงแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ขอให้เฉาจื่ออันพาเจียงไห่หยางและคนอื่นไปที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน
ส่วนเขาและหลินเจียอินพาเจียงชาน เจียงอัน และเจียงห่าวไปที่บ้านของชายชราหลินบนถนนว่านโซ่ว
เมื่อครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋มาถึง หลินชู่ก็มารออยู่ที่หน้าประตูแล้ว
“พี่หลินชู่ ! ”
“สวัสดีวันปีใหม่ ! ”
เจียงชานเป็นคนแรกที่ลงจากรถ เมื่อเธอเห็นหลินชู่ เธอก็วิ่งไปหาเขาและทักทายอย่างมีความสุข
“ชานชาน ในที่สุดก็ได้เจอกันอีกแล้วนะ ! ”
“ปู่ทวดถามถึงเธอตลอดเลย ! ”
เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้ม “ปู่ทวดถามถึงหนู แล้วพี่ไม่คิดถึงหนูเหรอคะ ! ”
หลินชู่หัวเราะ “ฉันก็คิดถึงความซนของเธออยู่บ่อย ๆ เหมือนกัน แบบนี้เธอพอใจหรือยัง ? ”
“โอ้ ! แบบนี้เขาเรียกประจบประแจงค่ะ ! ”
เจียงชานมุ่ยปาก “แต่หนูก็ยังดีใจมากที่ได้เจอพี่’
ขณะที่ทั้งสองคุยกัน เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินก็อุ้มทารกแฝดน้อยทั้งสองอยู่ในอ้อมแขน
“คุณอา คุณอาไม่ได้บอกผมล่วงหน้าเลยว่าจะมาที่เทียนจิง ผมจะได้ไปรับที่สนามบิน ! ”
เมื่อหลินชู่เห็นพวกเขา จึงรีบทักทายทันที
หลังจากพูดอย่างนั้น เขาก็มองไปที่หลินเจียอินด้วยความลังเลคล้ายกับว่ายังจำเธอได้เลือนลาง
“น้าอิน นั่นน้าใช่ไหม ! ”
หลินเจียอินยิ้มแล้วพยักหน้า “เสี่ยวชู่ ไม่ได้เจอกันมาหลายปี นายโตเป็นหนุ่มแล้ว ! ”
หลินชู่ยิ้มกว้าง “น้าอิน อย่าหัวเราะผมสิ, คุณปู่ดีใจมากเมื่อได้ยินว่าน้ากำลังมา เขายืนกรานที่จะออกมาต้อนรับเองด้วยซ้ำ ! ”
“จนผมต้องเกลี้ยกล่อมเขา เขาถึงยอมตกลงที่จะรออยู่หน้าประตู”
หลินเจียอินรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นทันทีและพูดว่า “หากว่าคุณปู่กำลังรออยู่ข้างใน งั้นก็รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ ! ”
หลินชู่กล่าวว่า “ไม่ต้องห่วงครับ ขอผมดูหน้าน้องชายน้องสาวของผมก่อน ! ”
“นี่อันอัน ! ”
“นี่ห่าวห่าว ! ”
หลินเจียอินไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากทำตามที่เขาขอ
เธออุ้มเจียงห่าว ส่วนเจียงเสี่ยวไป๋อุ้มเจียงอัน
“พวกเขาเป็นฝาแฝดชายหญิงจริง ๆ ดูเหมือนกันทุกประการ ถ้าไม่บอกผมว่าคนไหนชายคนไหนหญิง ผมคงแยกไม่ออกจริง ๆ ว่าใครเป็นใคร”
หลินชู่มองไปที่พวกเขาและพูดอย่างอารมณ์ดี
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยความโกรธ “พวกเขาเป็นฝาแฝดกัน จะไม่เหมือนกันได้อย่างไร”
“รีบเข้าไปกันเถอะ ! ”
อุณหภูมิในเทียนจิงนั้นเย็นกว่าชิงโจวมาก และลมก็พัดแรง ราวกับมีใบมีดเย็น ๆ พัดมาบาดผิว เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ฃอยากให้ลูกชายและลูกสาวตัวน้อยของเขาต้องมาตากลมหนาวอยู่ข้างนอก
“อ้อ ใช่แล้ว รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ ! ”
หลินชู่ตระหนักได้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ จึงหยิบกระเป๋าเดินทางสองใบที่คนขับช่วยขนลงมา พาพวกเขาเดินผ่านประตูแล้วเข้าไปข้างในทันที
ไม่นาน พวกเขาก็มาถึงประตูบ้านของชายชราหลิน
ห่างออกไป เจียงเสี่ยวไป๋เห็นชายชราสวมเสื้อแขนยาวยืนอยู่ในสนามหญ้าเล็ก ๆ โดยมีติงจงผิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา
“คุณปู่ทวด ! ” เจียงชานวิ่งเข้าไปอย่างรวดเร็ว “ชานชานมาหาคุณปู่ทวดแล้วค่ะ ! ”
ชายชราก็เดินมาทางนี้ด้วยรอยยิ้ม “เจ้าเด็กน้อยเจ้าเล่ห์ นานมากเลยนะกว่าจะมาหาปู่ทวดน่ะ ! ”
เจียงชานยิ้มกว้างแล้วพูดว่า “คุณปู่ทวด หนูเองก็มีหัวใจเหมือนกันนะคะ ถ้าไม่เชื่อ ลองจับมันสิ มันเต้นแรงมากเลย ! ”
ชายชราหัวเราะออกมาด้วยประโยคนี้ของสาวน้อย
แม้แต่ติงจงผิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมากับความน่ารักของเธอ
เจียงชานรีบทักทายเขาทันที “สวัสดีค่ะอาจารย์ ! ”
เธอเรียนรำไทเก็กสไตล์เฉินจากติงจงผิงได้เพียงสามวัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นอาจารย์ของเธออย่างเป็นทางการ แต่เธอก็เรียกเขาว่า ‘อาจารย์’ ไม่เปลี่ยน
ติงจงผิงยิ้มกว้างขึ้นเมื่อได้ยินแบบนี้ เขารู้สึกมีความสุขมาก
“คุณปู่ ! ”
“คุณปู่ ! ”
ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินก็เดินเข้ามาหา และทั้งคู่ก็ทักทายชายชราหลินด้วยความเคารพ
ชายชราไม่สนใจเจียงเสี่ยวไป๋ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่ใบหน้าของหลินเจียอิน “เสี่ยวอิน ปู่คิดถึงหลานมาก ! ”
ดวงตาของหลินเจียอินเปียกชื้น เธอพูดอย่างรวดเร็วว่า “หลานสาวของปู่อกตัญญูเหลือเกิน ไม่เคยมาให้คุณปู่เห็นหน้าเห็นตากันนานมากแล้ว ! ”
ใช่ นี่ก็ราว 14-15 ปีแล้ว !
มันนานมากจริง ๆ !
เธอรู้สึกผิดมาก
“ปู่ไม่โทษหลาน ปู่ไม่โทษหลานเลย ! ” ชายชราพูดด้วยความรักและชี้ไปที่เจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนของเธอ แล้วพูดว่า “นี่คืออันอันหรือห่าวห่าวเหรอ ? ให้ปู่ดูหน่อยสิ ! ”
“นี่คือห่าวห่าวค่ะ ! ” หลินเจียอินตอบอย่างรวดเร็ว
ชายชรามองดูใบหน้าที่มีสีขาวราวกับหยก และแก้มอมชมพูของเด็กน้อย ดวงตาของเขาเปี่ยมไปด้วยความสุข มุมปากของเขาก็กระตุก “อืม ดี ๆ สวัสดีนะห่าวห่าว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้เข้าไปขัดจังหวะช่วงเวลาแห่งความสุขระหว่างทวดกับเหลน เขาจึงได้แต่ทักทายติงจงผิงที่อยู่ข้าง ๆ แทน “ลุงติง ลองอุ้มดูไหมครับ ! ”
ติงจงผิงได้แต่ปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเขาไม่กล้า จึงได้แต่เดินไปดูเจียงอันที่อยู่ในอ้อมแขนของเจียงเสี่ยวไป๋แทน
สักพัก พวกเขาก็เดินเข้าไปในบ้าน
ในห้อง ชายชรากำลังหยอกเจียงอันและเจียงห่าวอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เริ่มพูดคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋
“เด็กนี่ น่าจะพาพวกเขามาหาฉันตั้งนานแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตอบว่า “ครับ ๆ ๆ ผมน่าจะพาพวกเขามาตั้งนานแล้ว”
ไม่มีประโยชน์ที่จะอธิบาย
เขาคงตอบรับได้เพียงเท่านั้น
ไม่เช่นนั้นก็จะโดนดุเอาเสียเปล่า ๆ
“คุณปู่ทวด พ่ออยากพาน้องอันอันและน้องห่าวห่าวมาหาคุณปู่ทวดนานแล้วค่ะ แต่ย่าของหนูบอกว่าพวกเขายังเด็กเกินไปและไม่ยอมให้พ่อพามา”
เจียงชานวิ่งไปหาชายชราและแก้ตัวแทนเจียงเสี่ยวไป๋ทันที
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกมีความสุขมาก ในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เสื้อแจ็คเก็ตบุนวมผืนเล็ก ๆ อย่างเจียงชานจะให้ความอบอุ่นกับเขาดีที่สุดแล้ว!
ส่วนการที่ลูกสาวไปโทษคุณย่าของเธอ เขาก็ไม่สนใจ
ชายชราเอามือแตะบนหน้าผากของเจียงชานแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “สาวน้อยคนนี้ไม่ลืมที่จะปกป้องพ่อของเธอจริง ๆ ”
เจียงชานรีบพูดว่า “คุณปู่ทวด สิ่งที่หนูพูดไปนั้นเป็นความจริง ถ้าไม่เชื่อก็ถามแม่สิคะ ! ”
ชายชราพูดว่า “เอาล่ะ ปู่ทวดเชื่อในตัวหนูอยู่แล้ว ! ”
เจียงชานพูดอย่างภาคภูมิใจ “ปู่ทวดของหนูมีดวงตาที่เฉียบแหลม เพราะหนูเป็นคนที่คู่ควรที่สุดที่คุณปู่ทวดจะไว้วางใจ”
ชายชรารู้สึกขบขันกับคำพูดของสาวน้อยอีกครั้ง
เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ถามออกมาว่า “คุณปู่ แล้วพี่เจียตงและคนอื่นไม่กลับมาในวันปีใหม่เหรอครับ ? ”
ชายชราตอบว่า “เช้านี้พวกเขาคงยุ่งมาก ตอนบ่ายก็น่าจะกลับมาแล้ว”
เขาเหลือบมองเจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “พวกเขาไม่รู้ว่านายมา ฉันเพิ่งบอกไปว่านายมาจริง ๆ นายเล่นแอบมาอย่างเงียบ ๆ ไม่คิดจะบอกกันล่วงหน้าเลย ! ”
แม้ว่าเขาจะพูดแบบนี้ แต่เขาก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
หลังอาหารกลางวัน ชายชรามักจะงีบหลับ แต่วันนี้เขาไม่ยอมหลับยอมนอน เพราะมัวคุยกับเจียงเสี่ยวไป๋และหลินเจียอินอยู่ในห้องนั่งเล่น
ประมาณบ่ายสามโมง ครอบครัวของหลินเจียเหลียงมาถึงก่อน พวกเขามีความสุขมากที่ได้พบเจียงเสี่ยวไป๋และคนอื่น
ไม่นานหลังจากนั้น ครอบครัวของหลินเจียตงก็มาถึง ทำให้ทั้งห้องโถงคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง
ชายชราถามหลินเจียตงว่า “พ่อของนายบอกว่าจะกลับมาวันนี้หรือเปล่า ? ”
หลินเจียตงพูดว่า “ครับ คุณปู่ พ่อบอกว่าเขาจะกลับมาตอนบ่าย”
ชายชราพยักหน้า มองที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ลุงของนายบอกว่าอยากจะเจอนายสักครั้ง อย่างไรถ้าได้เจอกันก็ลองคุยกันดู”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและตอบตกลง “ครับ อย่างไรผมก็มีเรื่องที่อยากจะขอคำแนะนำจากลุงใหญ่ก่อน”
ชายชราโบกมือ “เราเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องสุภาพมากนัก แม้ว่านายจะยังไม่เคยเจอลุงใหญ่มาก่อน แต่เขาก็สนใจในตัวนายหลายอย่าง เขาเล่าให้ฉันฟังหลายครั้งว่าเขาอยากคุยกับนายมานานแล้ว”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกยินดี แต่เขายังคงพูดอย่างถ่อมตัวว่า “คุณปู่ ธุรกิจเล็ก ๆ ของผมไม่ได้สำคัญอะไร มันไปอยู่ในสายตาของคุณลุงได้อย่างไรเหรอครับ ? ”
ชายชราจ้องมองแล้วพูดว่า “ตอนนี้ประเทศกำลังปฏิรูปและมีการเปิดประเทศ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจ จะพูดได้อย่างไรว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ! ”
“เอาล่ะ มาพูดถึงสิ่งที่นายกำลังทำดีกว่า เรื่องล็อตเตอรี่น่ะ เพื่อนเก่าของฉันหลายคนบอกว่ามันน่าสนใจมาก”
ตอนแรกเขาเป็นคนเดินหน้าให้กับโครงการล็อตเตอรี่แห่งความหวัง และตอนนี้มันก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก เพื่อนเก่าเพื่อนแก่หลายคนของเขาจึงมาคุยกับเขาในเรื่องนี้