ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1079 รับมือกับชายชราตอนอารมณ์เสียนั้นไม่ง่ายเลย
- Home
- ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
- ตอนที่ 1079 รับมือกับชายชราตอนอารมณ์เสียนั้นไม่ง่ายเลย
ตอนที่ 1079 รับมือกับชายชราตอนอารมณ์เสียนั้นไม่ง่ายเลย
ตอนบ่าย
หลินเจียตง, หลินเจียเหลียง และเจียงเสี่ยวไป๋จึงมาเล่นไพ่กับชายชรา
ชายชราไม่มีกิจกรรมบันเทิงอื่นมากนัก จึงมักจะชอบเล่นไพ่อยู่กับเพื่อนเก่าสองสามคนของเขาที่บ้านอยู่เป็นประจำ
วันนี้เป็นวันปีใหม่ ชายชราไม่ออกไปข้างนอก เมื่อหลานชายทั้งสองของเขากลับมาบ้าน เขาจึงชวนเจียงเสี่ยวไป๋และทั้งสองมาเล่นไพ่ด้วยกัน
เดิมทีเขาคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่มาเล่นไพ่กับเขาแล้วเสียอีก
ไม่คาดคิดว่าเจียงเสี่ยวไป๋ก็ยังมาเล่นด้วยความเต็มใจ
“ไม่แปลกใจเลยที่นายจะเก่งเรื่องการทำธุรกิจ เป็นเพราะว่านายเล่นไพ่เก่งนี่เอง” ชายชรากล่าว
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยความประหลาดใจ “คุณปู่ การทำธุรกิจได้ดีเกี่ยวอะไรกับความสามารถในการเล่นไพ่งั้นเหรอครับ ? ”
ชายชรากลอกตา แล้วมองมาที่เขา “ทำไมมันจะไม่เกี่ยวกันล่ะ ? ”
“นายคิดว่าการเล่นไพ่นั้นง่ายดายอย่างนั้นเหรอ ? ”
“อย่างน้อยมันก็พิสูจน์ได้ว่าผู้เล่นเป็นคนวางแผนเก่งแค่ไหน ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดไม่ออกอยู่พักหนึ่ง ที่แท้ไพ่กับการทำธุรกิจมีความเกี่ยวเนื่องกันแบบนี้เอง
เอาล่ะ !
“คุณปู่เองก็ฉลาดมากครับ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยกนิ้วให้ชายชราและชมเชยเขาอย่างเหมาะสม
ใครให้เขาเป็นคุณปู่ผู้น่าเกรงขามของตระกูลกันล่ะ ?
ทุกสิ่งที่คุณพูดนั้นต้องถูกต้องอยู่แล้ว
ชายชราที่ได้ยินแบบนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้ม “ฉันไม่ใช่คนแก่ที่เอาแต่นั่งเลอะเลือนไปวัน ๆ แม้แต่เติ้งกงยังบอกว่าฉันเล่นไพ่ได้ดี ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋เชื่อโดยธรรมชาติว่าสิ่งที่ชายชราพูดนั้นเป็นเรื่องจริง
ชายชราเป็นนายพลผู้มีความสามารถภายใต้บังคับบัญชาของเติ้งกงในสมัยนั้น และได้รับการยกย่องอย่างสูงจากเติ้งกง
หลังจากที่อยู่ในสงครามมาหลายปี ช่วงเวลาที่น่าเบื่อระหว่างนั้น ชายชราทำได้แค่เล่นไพ่เพื่อฆ่าเวลา
ดังนั้น แม้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่ชอบเล่นไพ่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่เขาก็ยังคงเล่นกับชายชราอย่างจริงจัง และพูดคุยไปด้วยขณะที่เล่น
อย่างไรก็ตาม ชายชราก็แก่แล้วและไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆ เป็นเวลานานได้ หลังจากเล่นไพ่นานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ติงจงผิงก็เข้ามาหยุดเขา
“คุณท่าน ถึงเวลาไปพักผ่อนแล้วครับ ! ”
ชายชราที่กำลังรู้สึกเบิกบานก็รู้สึกไม่มีความสุขขึ้นมาทันที เขาพูดว่า “เสี่ยวติง ฉันไม่ได้เหนื่อย ขอเล่นอีกสักพักเถอะ”
“คุณท่าน มันถึงเวลาพักผ่อนแล้วครับ ! ”
ติงจงผิงพูดอย่างดื้อรั้น ขณะเดียวกันเขาก็ขยิบตาให้หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงไปด้วย
“คุณปู่ ฟังหมอติงเถอะครับ แล้วพวกผมจะมาเล่นกับคุณปู่ต่อในวันพรุ่งนี้” หลินเจียตงกล่าว
หลินเจียเหลียงยังกล่าวอีกว่า “ คุณปู่ไม่เหนื่อย แต่ผมเหนื่อยแล้ว ไปพักผ่อนกันเถอะครับ ! ”
“ไอ้เด็กสองคนนี้มีเจตนาที่ไม่ดีจริง ๆ ! ” ชายชรามองไปที่หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงด้วยความโกรธ แล้วโยนไพ่ในมือทิ้งไปพลางสบถด่าออกมา
หลังจากสบถด่าทั้งสองแล้ว เขาก็ดุติงจงผิงอีกครั้งว่า “นายก็เหมือนกัน ฉันแก่แล้ว จะอะไรกับฉันนักหนา เอาแต่คอยควบคุมฉันทั้งวัน”
ในบรรดาคนที่อยู่ในห้องนี้ มีเพียงเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้นที่ไม่โดนเขาดุ
หลินเจียตง, หลินเจียเหลียง และติงจงผิงต่างก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ด้วยความอิจฉา ก่อนจะถอนหายใจ ชายชราเป็นคนลำเอียงจริง ๆ เขาปฏิบัติกับเจียงเสี่ยวไป๋แตกต่างออกไปจากพวกเขา
เจียงเสี่ยวไป๋แอบดีใจ คนอื่นโดนหมด โชคดีที่เขาไม่โดน
“เสี่ยวไป๋ ! ”
ทันใดนั้น ชายชราก็ตะโกนชื่อของเขาออกมา
“ครับ คุณปู่ มีอะไรหรือเปล่าครับ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋รีบตอบอย่างรวดเร็ว
ชายชราเหลือบมองเขา “ถ้านายทำอาหารในตอนบ่ายนี้ ก็ทำเพิ่มกว่าปกติหน่อยนะ ! ”
จู่ ๆ หลินเจียตง, หลินเจียเหลียง และติงจงผิงต่างก็มีความสุขขึ้นมาทันที
ฮ่า ๆ… โดนดุก็ยังดีกว่าได้ทำอาหารเพิ่ม
แต่อย่างไรก็ตาม เจียงเสี่ยวไป๋ก็เป็นแขก
หลินเจียตงรู้สึกเขินอายเล็กน้อยจึงพูดออกมาว่า “คุณปู่ เสี่ยวไป๋มาหาเรา ทำไมเราถึงให้เขาทำอาหารให้เราทานด้วยล่ะ ? ”
หลินเจียเหลียงยังกล่าวอีกว่า “ป้าจางกำลังทำอาหารให้แล้วครับ ! ”
ชายชราจ้องมองไปที่ทั้งสองคนแล้วพูดด้วยความโกรธ “นี่พวกแกกำลังสอนฉันว่าต้องทำอะไรงั้นเหรอ ? ”
เขาอยากกินอาหารฝีมือของเจียงเสี่ยวไป๋ ไม่ว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเป็นแขกหรือไม่ เขาก็ไม่สนใจ
หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงต่างตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง พวกเขาไม่ได้คาดหวังว่าชายชราจะอารมณ์เสียและพูดจารุนแรงขนาดนี้
ดูเหมือนว่าเขาจะโกรธจริง ๆ
อนิจจา… เมื่อชายชราอารมณ์เสียแล้ว ก็เกลี้ยกล่อมเขายากยิ่งกว่าเด็กเสียอีก
“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่ ! ”
“ถ้าคุณปู่ขอให้เขาทำ เขาก็ต้องทำอยู่แล้วครับ ! ”
หลินเจียตงรีบพูดอย่างรวดเร็ว
ล้อกันเล่นหรือไง แม้ว่าจะให้เขาไปยืมความกล้าหาญของคนมานับร้อย เขาก็ไม่กล้าสอนชายชราว่าต้องทำอย่างไร
หลินเจียเหลียงก็รีบก้าวมาข้างหน้า แล้วพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “เสี่ยวไป๋ นายมัวยืนบื้ออะไรอยู่ตรงนี้ละ ? ”
“ไม่ได้ยินที่คุณปู่ขอให้นายไปทำอาหารเหรอ ? ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็ขยิบตาให้เจียงเสี่ยวไป๋ด้วย
เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะส่ายหัวเมื่อเห็นทั้งสองคนที่ทำตัวเหมือนสุภาษิตที่ว่า: พี่ชาย คุณตายได้ แต่ฉันจะตายไม่ได้
ถ้าเขาไม่ตอบกลับก็คงจะทำให้การแสดงของพวกเขาเสียเปล่า เขาจึงพูดว่า “คุณปู่ ตอนเย็นนี้มีคนเยอะมาก ผมจะทำอาหารเพิ่มอีกหลายเมนู แล้วจะให้พี่เจียตงและพี่เจียเหลียงมาช่วยด้วยครับ ! ”
เมื่อชายชราได้ยินแบบนั้น เขาก็แสดงท่าทางสนใจขึ้นมาทันที
“เอาล่ะ โอเค ให้สองคนนี้ไปฝึกทำอาหารบ้างก็ดี งั้นอาหารเย็นนี้จะเป็นหน้าที่ของพวกนายสามคนจัดการ ฉันจะไม่ให้มีใครไปรบกวนเด็ดขาด”
ในขณะที่ชายชรากำลังหงุดหงิดที่ไม่รู้จะอบรมหลานชายสองคนนี้อย่างไร เขาไม่คิดเลยว่าคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋จะเป็นเหมือนการยื่นแส้มาให้เขา
ไม่มีเหตุผลใดที่จะคัดค้านในเรื่องนี้
“อ่า ? ”
“อ๊ะ ! ”
หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงต่างก็ตกตะลึง พวกเขามองหน้ากัน เหตุการณ์นี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
พวกเขาไม่ได้ลงมือทำอาหารมานานหลายปีแล้ว
พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องใส่เกลือลงไปในอาหารเท่าไหร่ แล้วต้องปรุงอย่างไร ?
จากนั้น ดวงตาทั้งสองคู่ก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
ผู้ชายคนนี้ตั้งใจจะทำให้พวกเขาเดือดร้อนไปด้วย !
ทำไมต้องมาลากพวกเขาลงกระทะร้อน ๆ ไปด้วยกัน !
“อ๊ะ เอ๊อะ อะไรนะ ! ”
ชายชราคำรามด้วยความโกรธ “ไปเร็ว ๆ สิ ใกล้จะถึงเวลาอาหารแล้ว พวกแกต้องล้างจานหลังมื้ออาหารด้วย”
ทำอาหารเสร็จแล้วก็ล้างจานต่อ !
หลินเจียตงและหลินเจียเหลียงแทบจะเซ การล้างจานสำหรับพวกเขานั้นเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดมากกว่าการทำอาหารเสียอีก
“ไปแล้วครับคุณปู่ พวกผมไปแล้วครับ ! ”
“เร็วเข้า ! ”
หลินเจียเหลียงดึงหลินเจียตงวิ่งไปที่ห้องครัว เพราะกลัวว่าชายชราจะไม่พอใจแล้วสั่งงานอีก
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและเดินตามพวกเขาไปที่ห้องครัว
“เป็นความคิดที่ดี ! ”
จากนั้นก็มีเสียงหัวเราะร่าเริงของชายชราดังมาจากด้านหลัง
เมื่อหลินเจียตงและหลินเจียเหลียงเข้าไปในครัว ป้าจางก็กำลังล้างผักอยู่
“คุณเจียตง คุณเจียเหลียง ทำไมพวกคุณถึงมาที่นี่ ? ” ป้าจางถามด้วยความประหลาดใจ
หรือว่าพวกเขาจะหิวแล้ว ?
นี่ก็ยังเช้าอยู่ที่จะถึงเวลาทานอาหาร และเธอก็ยังไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเลย
หลินเจียตงรู้สึกเขินอายที่จะพูดและมองไปที่หลินเจียเหลียง
หลินเจียเหลียงเองก็ลังเลที่จะพูดมันออกมา
แต่ใครล่ะที่ทำให้เขาต้องมาตกที่นั่งแบบนี้ ?
“อะแฮ่ม ! ”
หลินเจียเหลียงกระแอมไอสองครั้งแล้วพูดอย่างสบาย ๆ “เอาล่ะ… ป้าจาง หยุดทำงานแล้วออกไปพักผ่อนเถอะครับ เดี๋ยวเย็นนี้พวกผมจะโชว์ทักษะการทำอาหารเอง ! ”
เขาให้เหตุผลว่า ‘จะโชว์ทักษะในการทำอาหาร’ ให้ดู
หลินเจียเหลียงชื่นชมตัวเอง เขาไม่จำเป็นต้องใช้คำพูดโกหกอะไรด้วยซ้ำ
แต่ไม่เห็นเหรอว่าปากของป้าจางกำลังอ้าค้างจนจะถึงหูอยู่แล้ว ?
เธอดูตกใจอย่างเห็นได้ชัด
ป้าจางตกใจมาก แม้ว่านายน้อยทั้งสองคนนี้จะเป็นคนใจดี แต่พวกเขาก็ไม่เคยเข้าครัวมาก่อนเลย
วันนี้กลับมาบอกว่าอยากโชว์ฝีมือ นี่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้นทางทิศตะวันตกจริง ๆ เหรอ
อืม ถ้าเป็นเจียงเสี่ยวไป๋ที่ต้องการแสดงทักษะการทำอาหาร เธอก็พร้อมจะหันหลังกลับออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
แต่นี่ !
พวกเขาจะทำได้จริง ๆ เหรอ ?
เธอไม่กล้าปล่อยพวกเขาไว้ตามลำพัง !
ต้องอย่างเจียงเสี่ยวไป๋นู่น ถึงจะเรียกว่าอร่อยอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม เธอไม่กล้าที่จะคาดหวังทักษะการทำอาหารของสองคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าเธอ
เธอยิ้มและพูดว่า “ไม่เป็นไรค่ะ พวกคุณไปอยู่กับคุณผู้ชายเถอะ ฉันจะทำเอง”
วันนี้เป็นวันปีใหม่ มีคนมาเยอะมาก ซึ่งครอบครัวของเจียงเสี่ยวไป๋ก็เป็นแขก และแม้แต่หลินต้าจ้าวก็จะกลับมาทานอาหารเย็นที่บ้านด้วย เธอจะกล้าละเลยได้อย่างไร
ให้เธอทำอาหารเองดีกว่า จะได้มั่นใจว่ากินได้จริง ๆ