ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1084 หมู่บ้านหมื่นหยวน
ตอนที่ 1084 หมู่บ้านหมื่นหยวน
เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างสุภาพ “ลุงรอง นี่มันก็เป็นเรื่องเก่าเรื่องแก่มาแล้ว ทำไมยังพูดถึงมันอยู่ล่ะครับ ! ”
ด้วยการพัฒนาของเจียงเจียกรุ๊ป ตอนนี้เขาแทบไม่สนใจเรื่องผักนอกฤดูแล้ว
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมลุงรองถึงมาพูดเรื่องนี้อีก
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ฉันต้องพูดถึงมัน ดังคำพูดที่ว่าไม่ลืมคนขุดบ่อเมื่อกินน้ำ ไม่ลืมเจียงเสี่ยวไป๋เมื่อกินผัก”
เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำนี้
หลังจากฟังคำพูดของหลินต้ากั๋ว ชายชราก็ยิ้มอย่างชอบใจ “ต้ากั๋วพูดถูก ในปีนี้ฉันได้กินอาหารดีขึ้นกว่าปีที่แล้วมาก และผักนอกฤดูก็อร่อยมากจริง ๆ ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ตั้งแต่เจียงวานเริ่มพัฒนาผักนอกฤดูเมื่อปีที่แล้ว นี่ก็ผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้ว ชิงโจวได้กลายเป็นฐานการจัดส่งผักนอกฤดูที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ”
“ต่อมา หลายเมืองในภูมิภาคกลางของจีนก็ได้พัฒนาผักเรือนกระจกอย่างจริงจัง และตอนนี้ภูมิภาคกลางของจีนก็ได้กลายเป็นฐานการขายผักนอกฤดูที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ”
พูดแล้ว เขาก็ถอนหายใจออกมา “ในปีที่ผ่านมา ผักนอกฤดูได้ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคกลางให้ดีขึ้นอย่างมาก และยังเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรที่ปลูกผักนอกฤดูอีกด้วย ปีนี้รายได้ครัวเรือนของเกษตรกรดีขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมาหลายเท่า”
เมื่อพูดถึงรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรที่ดีขึ้น ชายชราก็ดูมีความสุขมาก และถามด้วยความสนใจว่า “แล้วในปีนี้รายได้ของเกษตรกรที่ปลูกผักนอกฤดูได้เพิ่มขึ้นมาเท่าไหร่ ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “รายได้เฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้นประมาณเจ็ดแปดร้อยหยวนครับ ! ”
ชายชราตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งและอุทานออกมา “เจ็ดร้อยหยวนเชียวหรือ ! เยอะมาก ! ”
เพราะเขาได้อ่านเอกสารล่าสุดโดยอ้างอิงจากภาษีรายได้ของครัวเรือนเกษตรกร 31,435 ครัวเรือนใน 600 อำเภอของ 28 มณฑล, เขตการปกครองตนเองและเมืองระดับมหานคร จากการสำรวจพบว่าพวกเขามีรายได้สุทธิเฉลี่ยต่อคนในปี 1984 อยู่ที่ 355.3 หยวน
ซึ่งมากกว่ารายได้เฉลี่ยต่อคนของเกษตรกรทั่วประเทศมากกว่า 2 เท่า ยิ่งครอบครัวที่มีสมาชิกหลายคนสามารถมีรายได้หลายพันหยวนต่อเดือน
นี่มันดีกว่าทำงานในโรงงานเสียอีก !
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ใช่ ผมก็ไม่คิดว่าจะมีรายได้มากมายขนาดนี้”
ชายชราพูดอย่างมีความสุข “ดีแล้ว ถ้ามันเป็นแบบนี้ไปอีกสักสองสามปี เกษตรกรที่ปลูกผักนอกฤดูก็จะพ้นจากความยากจนและลุกขึ้นมาร่ำรวยเสียที”
พูดจบ เขาก็ถอนหายใจอีกครั้งและกล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วที่ดินส่วนใหญ่ใช้เพื่อปลูกผัก โมเดลทางเศรษฐกิจนี้ทำให้เกษตรกรในบางพื้นที่ร่ำรวย แต่ก็คงจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่เกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศจะร่ำรวยขึ้นมาเหมือน ๆ กัน”
เขาเหลือบมองหลินต้ากั๋ว และพูดอย่างจริงจัง “เจ้ารอง แกไม่สามารถภาคภูมิใจเพียงเพราะแกประสบความสำเร็จเพียงไม่กี่อย่าง แกต้องคิดหาวิธีเพิ่มเพื่อนำเกษตรกรทั่วประเทศให้ร่ำรวยขึ้นไปพร้อมกันถ้วนหน้า ไม่ใช่เป็นข้าราชการที่จะรับผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ครับพ่อ ผมรู้”
ชายชราพยักหน้าอย่างมีความสุข เขายังคงพอใจกับลูกชายคนที่สองของเขามาก
แน่นอนว่ายิ่งไม่ต้องพูดถึงลูกชายคนโต
อืม มีเพียงลูกชายคนเล็กอย่างหลินต้าเหว่ยเท่านั้นที่เป็นเพียงนายอำเภอเล็ก ๆ เขาจึงถามว่า “รายได้ของเกษตรกรในอำเภอที่เสี่ยวเหว่ยดูแลล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง ? ”
หลินต้ากั๋ววางชามของเขาลงแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “เมื่อพ่อถามถึงรายได้ของเกษตรกรในอำเภอที่เสี่ยวเหว่ยดูแลอยู่ งั้นผมก็ต้องคุยกับพ่อในเรื่องนี้ให้ดี ๆ แล้วล่ะ”
ชายชราสะดุ้งอยู่ครู่หนึ่ง เขาขมวดคิ้วแล้วถามว่า “มันเกิดอะไรขึ้น ? ”
เขาคิดว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น !
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “พ่อครับ รู้ไหมว่าปีนี้รายได้สูงสุดของเกษตรกรทั้งหมดในภูมิภาคกลางของจีนอยู่ที่ไหน ? ”
ชายชรากล่าวว่า “น่าจะเป็นชิงโจว ชิงโจวเป็นที่แรกที่เริ่มมีการปลูกผักนอกฤดู เกษตรกรในชิงโจวน่าจะมีรายได้สูงที่สุดในปีนี้”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “ใช่ครับ มันคือเกษตรกรในเมืองชิงโจว แต่พ่อรู้ไหมว่าเป็นอำเภออะไรในชิงโจว ? ”
ชายชราดูเหมือนจะเข้าใจบางสิ่งบางอย่างแล้ว เขาพูดด้วยความประหลาดใจว่า “เจ้ารอง อย่าบอกนะว่าเป็นอำเภอเจี้ยนหยางใช่ไหม ? ”
“ฮ่าฮ่า…” หลินต่ากั๋วหัวเราะออกมา “ครับพ่อ ใช่แล้ว มันคือเจี้ยนหยาง”
ชายชราไม่เชื่อ เขารู้สถานการณ์ในเจี้ยนหยางดี และรู้ด้วยว่าภูมิประเทศของเจี้ยนหยางมีภูเขาและทุ่งนาน้อยมาก แม้ว่าจะมีการปลูกผักนอกฤดู มันก็คงไม่ดีเท่าเจียงหานที่มีพื้นที่มากมายและอุดมสมบูรณ์กว่า
ถ้าเขาไม่เชื่อในอุปนิสัยของลูกชายคนที่สอง เขาคงจะสงสัยว่าเด็กคนนี้จงใจพูดเรื่องดี ๆ เพื่อให้เขาพอใจ
“เกิดอะไรขึ้น ? ” ชายชราหมดความอดทนและถามด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก
เมื่อเห็นว่าชายชรามีความกังวล หลินต้ากั๋วก็ไม่กล้ารีรออีกต่อไป เขาพูดว่า “ในอำเภอเจี้ยนหยางมีหมู่บ้านต้าชิ่ง พ่อจำได้ไหมครับ ? ”
”หมู่บ้านต้าชิ่ง ? ” ชายชราตกอยู่ในห้วงความคิด หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ส่ายหัวและถอนหายใจ “ผ่านมามันนานมากแล้ว ฉันจำไม่ได้ว่ามันอยู่ที่ไหน ! ”
ถูกต้อง ชายชราออกมาจากเจี้ยนหยางนานกว่า 60 ปี เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะจำที่ตั้งของหมู่บ้านต้าชิ่ง ?
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “หมู่บ้านต้าชิ่งอยู่ห่างจากอำเภอเจี้ยนหยางมากกว่า 20 กิโลเมตร มีภูเขาชิงหยุนคั่นกลางที่นั่น ในปี 1983 เกิดเพลิงไหม้บนภูเขาและเผาพื้นที่ป่าไปหลายพันหมู่”
ชายชรากล่าวขึ้นมาด้วยความกังวล “มีผู้บาดเจ็บล้มตายไหม ? เศรษฐกิจเสียหายบ้างหรือเปล่า ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “พ่อครับ ไม่ต้องกังวล ไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ต้องมีการสูญเสียทางเศรษฐกิจแน่นอน”
ชายชราถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพึมพำออกมา “ดีแล้ว หากไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย แค่การสูญเสียทางเศรษฐกิจ เราก็สามารถพัฒนามันขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง แต่หากมีคนเสียชีวิต เราไม่สามารถเอาชีวิตของพวกเขาคืนมาได้”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ใช่ หลังจากภูเขาชิงหยุนถูกไฟป่าเผา หมู่บ้านต้าชิ่งกลายเป็นหมู่บ้านที่ยากจนที่สุดในอำเภอเจี้ยนหยาง ผู้คนไม่มีแม้แต่ฟืนสำหรับทำอาหาร”
ชายชราเกิดในครอบครัวเกษตรกร เขารู้ดีถึงความสำคัญของฟืน จึงถามอย่างกังวลว่า “แล้วเสี่ยวเหว่ยจัดการกับมันอย่างไร หากในปีนี้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่งยังไม่มีฟืนใช่ พวกเขาจะไม่ลำบากงั้นเหรอ ? ”
หลินต้ากั๋วหัวเราะออกมา
ชายชราอดไม่ได้ที่จะโกรธและจ้องมองไปที่เขา “แกยังมีหน้ามาหัวเราะกับความทุกข์ของคนอื่นได้อีก ! ”
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “พ่อ ดูสิว่าพ่อกังวลแค่ไหน ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่งไม่เพียงแต่เอาชนะความยากลำบากได้เท่านั้น แต่ยังมีรายได้สูงสุดในหมู่เกษตรกรของทั้งประเทศในปีนี้อีกด้วย ! ”
ชายชราตกตะลึงและจ้องมองไปที่หลินต้ากั๋ว ก่อนจะถามว่า “เจ้ารอง แก… ไม่ได้ล้อฉันเล่นใช่ไหม ? ”
หลินต้ากั๋วยิ้มและพูดว่า “พ่อ ผมจะล้อเล่นกับพ่อได้อย่างไร ? สิ่งที่ผมพูดเป็นเรื่องจริง ? ”
ชายชรายังคงสงสัยและถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม “แกบอกว่าหมู่บ้านต้าชิ่งมีรายได้สูงสุด แล้วรายได้ต่อคนของพวกเขาอยู่ที่เท่าไหร่ ? ”
“สี่ถึงห้าพันหยวน ! ”
หลินต้ากั๋วตอบออกมาด้วยท่าทางเคร่งขรึม
คำพูดเหล่านี้เหมือนเสียงฟ้าร้อง ทันใดนั้นชายชราก็ลุกขึ้นยืนและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “เท่าไหร่นะ แกบอกว่าได้เท่าไหร่ ? ”
หลินต้ากั๋วกล่าวอีกครั้ง “รายได้ต่อคนของชาวบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่งในปีนี้อย่างน้อยสี่ถึงห้าพัน ! ”
“เป็นไปได้อย่างไร ! ”
ชายชราอุทานออกมา
แม้ว่าระเบิดจะระเบิดอยู่ข้างเขา แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกตกใจขนาดนี้มาก่อน
รายได้ต่อหัวของคนในหมู่บ้านต้าชิ่งคือสี่ถึงห้าพันหยวน และครอบครัวหนึ่งก็มีคนหลายคน นั่นไม่ได้หมายความว่าแต่ละครัวเรือนในหมู่บ้านจะมีรายได้รวมกันหมื่นกว่าหยวนงั้นเหรอ ?
มันน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว !
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “พ่อ แม้จะไม่น่าเชื่อ แต่สิ่งที่ผมพูดคือความจริง รายได้ต่อหัวของชาวบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่งไม่ใช่แค่เป็นอันดับหนึ่งของภูมิภาคกลางของจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นอันดับหนึ่งของทั้งประเทศอีกด้วย”
“ไม่มีหมู่บ้านใดในประเทศที่จะเป็นเหมือนกับหมู่บ้านต้าชิ่ง ทุกครัวเรือนมีรายได้รวมกันเดือนละหนึ่งหมื่นหยวน”
ทันใดนั้น เขาก็หยุดและพูดทันที “โอ้ ไม่สิ ตอนนี้ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านเจียงวานก็มีรายได้เดือนละหนึ่งหมื่นหยวนแล้วเหมือนกัน”
ชายชรารู้ดีว่าเจียงวานคือบ้านเกิดของเจียงเสี่ยวไป๋
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าหมู่บ้านที่แต่ละครัวเรือนมีรายได้หนึ่งหมื่นหยวนจะปรากฏขึ้นมาพร้อมกันสองหมู่บ้านแล้วในชิงโจว !
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ? ”
“บอกฉันเร็วเข้า ! ” ชายชราถามด้วยความตื่นเต้น
หลินต้ากั๋วคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ “พ่อ ถ้าอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น พ่อก็ต้องถามเสี่ยวไป๋เอง ! ”
ชายชราหันหน้ามองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ทันที