ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1085 ชายชรามีความสุข
ตอนที่ 1085 ชายชรามีความสุข
เหตุผลที่เกษตรกรในหมู่บ้านต้าชิ่งมีรายได้สูงเช่นนี้ก็คือทุกครัวเรือนในหมู่บ้านต้าชิ่ง ประกอบอาชีพอิสระและผลิตชิ้นส่วนไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง
หากถามว่าสินค้าอะไรได้รับความนิยมมากที่สุดในปี 1984 แน่นอนว่าต้องเป็นไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้ง
เมื่องานประชุมตัวแทนจำหน่ายและงานมหกรรมการลงทุนของเจียงเจียกรุ๊ปสิ้นสุดลงในปลายปี 1983 ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งก็ปรากฏขึ้นในเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ เนื่องจากมีคุณภาพสูง ราคาต่ำและใช้งานง่าย มันจึงเข้ามาแทนที่ไม้ขีดไฟทันที ภายในหนึ่งปีมีการขายไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งไปแล้วเกือบ 2 พันล้านชิ้น
และไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ผลิตในหมู่บ้านต้าชิ่ง
ส่วนที่เหลืออีก 40 เปอร์เซ็นต์ได้กระจายไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ หลายแห่งในอำเภอเจี้ยนหยาง ซึ่งทำตามแบบอย่างของหมู่บ้านต้าชิ่ง โดยมีการผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งออกมา
และแม้ว่าขนาดของการผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งในหมู่บ้านอื่นหลายแห่งจะใหญ่พอกันกับหมู่บ้านต้าชิ่ง แต่เนื่องจากการผลิตที่ล่าช้า ปริมาณการขายจึงไม่เยอะเท่าของหมู่บ้านต้าชิ่ง
ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่งได้ผลิตไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งจำนวนมากและรายได้ต่อหัวก็ได้มากถึงห้าพันหยวน และเหตุผลที่สำคัญที่สุดคือมันถูกผูกขาดโดยเจียงเสี่ยวไป๋
ประการแรก สิทธิ์การขายและช่องทางการขายอยู่ในมือของเจียงเสี่ยวไป๋ ซึ่งการผลิตและการแปรรูปได้รับผลกำไรเพียงเล็กน้อย ประการที่สอง เครื่องจักรและอุปกรณ์สำหรับการผลิตและแปรรูปไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งนั้น เจียงเสี่ยวไป๋เป็นคนจัดหา ชาวบ้านจึงไม่ต้องถูกหักเงินในส่วนนี้ และประการที่สาม เจียงเสี่ยวไป๋เป็นผู้จัดหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง
หลังจากเคลื่อนไหวไม่กี่ครั้ง เจียงเสี่ยวไป๋ก็ทำกำไรได้มหาศาล
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีชาวบ้านคนใดคัดค้านวิธีการของเจียงเสี่ยวไป๋
เพราะทุกคนรู้ดีว่าถ้าพวกเขาประกอบอาชีพตามปกติที่เคยทำมา รายได้ต่อหัวของพวกเขาจะอยู่ที่หนึ่งหรือสองร้อยหยวนต่อปีเท่านั้น
แต่ตอนนี้รายได้ของพวกเขาสูงถึงห้าพันหยวนต่อเดือน ซึ่งเพิ่มขึ้นยี่สิบถึงสามสิบเท่า
เนื่องจากรายได้เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ ก็คงไม่มีใครโง่พอที่จะไปคัดค้าน ?
ดังนั้นชาวบ้านในหมู่บ้านต้าชิ่ง ไม่เพียงแต่ไม่คัดค้านเจียงเสี่ยวไป๋เท่านั้น แต่ยังรู้สึกขอบคุณเขาอย่างมาก ทุกคนปฏิบัติต่อเขาเสมือนกับพระโพธิสัตว์ที่มีชีวิต
แน่นอนว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะไม่พูดเรื่องนี้กับชายชรา
เพราะหากเขาพูดไป เขาก็จะไม่เข้าทางสำนวนที่ว่า: ลุงหวังขายแตงโมคุยโวโอ้อวดสรรพคุณตัวเองเอาหรือ?
ในที่สุด หลินต้ากั๋วก็เป็นคนบอกชายชราเอง
ชายชราได้ยินดังนั้นก็โล่งใจมาก เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่ “ฉันแค่บอกว่าไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งนี้ดี ไม่คิดว่าจะทำให้ชาวบ้านรวยได้ขนาดนี้”
ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 มีครัวเรือนเพียงสิบครัวเรือนเท่านั้นที่มีรายได้พันหยวนต่อเดือน และแค่นั้นก็ถือว่ารวยแล้ว
หลินต้ากั๋วกล่าวว่า “ใช่ ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งขนาดเล็กสามารถสร้างมูลค่าในตลาดได้หลายร้อยล้าน ดังนั้นถ้าหากอยากร่ำรวย แค่มีที่ดินยังไม่เพียงพอ เพราะนวัตกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัยกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นหนทางในการพัฒนาเศรษฐกิจ”
ชายชราพยักหน้า “แกพูดถูก”
หลังจากพูดจบ เขาก็มองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “ไฟแช็กแบบใช้แล้วทิ้งของนายนั้นดีจริง ๆ และรูปแบบธุรกิจก็ทันสมัย มันได้ขับเคลื่อนชาวบ้านที่ยากไร้ให้ร่ำรวยขึ้นได้จริง ๆ ”
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “คุณปู่ไม่ต้องชมผมหรอกครับ ผมก็แค่คนคิดค้นผลิตภัณฑ์มาให้ เป็นพ่อตาของผมต่างหากที่นำอุตสาหกรรมนี้ไปใช้จริง หากไม่มีการส่งเสริมอย่างแข็งขันของเขา มันก็คงไม่พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ ! ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
ชายชราหัวเราะเสียงดัง เพราะ ‘หลินต้าเหว่ย’ หรือพ่อตาของเจียงเสี่ยวไป๋ก็คือลูกชายคนเล็กของเขาไม่ใช่หรือไง ?
ลูกชายคนเล็กของเขาสามารถประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ จะไม่ให้เขาภูมิใจได้อย่างไร !
“ไอ้เด็กตัวเหม็นคนนี้ ! ” ชายชราพูดอย่างร่าเริง เขาชี้ไปที่เจียงเสี่ยวไป๋
เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “ผมแค่พูดความจริง”
ชายชรายิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ ฉันจะโทรหาเขาตอนนี้และชมเขาอย่างเหมาะสม”
“และฉันจะไม่ลืมบอกว่าเป็นลูกเขยของเขาที่ขอให้ฉันชมเชยเขา ! ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า…”
หัวเราะเสร็จ ชายชราก็เดินไปที่โทรศัพท์
“ติ๊ง ติ๊ง ติ๊ง…”
ก่อนที่เขาจะทันได้โทรออกไป โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน
“ใครโทรมาในเวลานี้ ! ”
“มาทำให้ฉันล่าช้าในการโทรหาเสี่ยวเหว่ยอีกแล้ว ! ”
ชายชราไม่พอใจเล็กน้อย เขาคว้าโทรศัพท์มาพร้อมกับสบถ แล้วพูดเสียงดัง “ไม่ทราบว่านั่นใครโทรมา ! ”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง เพราะไม่คิดว่าชายชราจะมารับสายด้วยตนเอง แต่ไม่นาน เสียงของหลินต้าเหว่ยก็ดังขึ้น
“พ่อครับ เดินมารับสายเองทำไม”
ชายชราก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเหมือนกัน ช่างบังเอิญจริง ๆ กลับเป็นสายจากลูกชายของเขา แต่มันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกโล่งใจขึ้นมา
“ทำไม ? ฉันมารับโทรศัพท์เองไม่ได้หรือไง ! ”
แน่นอนว่าชายชราไม่ยอมรับ เดิมทีเขาตั้งใจจะโทรหาหลินต้าเหว่ย แต่เขากลับแสดงท่าทีเหมือนพ่อเฒ่าขึ้นมาทันที
หลินต้าเหว่ยพูดว่า “รับได้สิครับ ! ”
ชายชราตะคอกออกมาว่า “แล้วแกโทรมามีอะไรเหรอ ? ”
หลินต้าเหว่ยพูดว่า “พ่อ วันนี้เป็นวันปีใหม่ ผมก็จะโทรหาพ่อเพื่ออวยพรปีใหม่อย่างไรล่ะครับ”
ชายชรารู้สึกมีความสุขและพูดว่า “ฉันไม่ใช่จักรพรรดิสักหน่อย ทำไมต้องให้แกมาอวยพรด้วย ? ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็เหลือบมองไปที่เจียงเสี่ยวไป๋แล้วพูดว่า “จะว่าไปเมื่อครู่นี้ฉันก็กำลังพูดถึงแกกับพี่รองของแกอยู่เลย รวมทั้งลูกเขยของแกด้วย”
หลินต้าเหว่ยรู้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไปเทียนจิงแล้ว แต่เขาไม่รู้ว่าหลินต้ากั๋วก็ไปที่นั่นด้วย เขาจึงพูดว่า “โอ้ พี่รองก็ไปที่นั่นเหรอครับ แล้วทุกคนพูดถึงผมเรื่องอะไรกัน ? ”
ชายชราพูดว่า “ลูกเขยของแกขอให้ฉันมาชื่นชมแก โดยบอกว่าในปี 1984 แกมีผลงานทางการเมืองที่ดี สร้างหมู่บ้านที่มีครัวเรือนหมื่นหยวนขึ้นมาได้”
ทุกครัวเรือนในหมู่บ้านต้าชิ่งกลายเป็นครัวเรือนที่มีรายได้เฉลี่ยหนึ่งหมื่นหยวน และหมู่บ้านต้าชิ่งก็ได้พัฒนาขึ้นมาเพราะหลินต้าเหว่ย นี่คือสิ่งที่หลินต้าเหว่ยภูมิใจที่สุด
และเมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของชายชรา เขาก็มีความสุขมากจากก้นบึ้งของหัวใจ
นี่คือการยอมรับจากพ่อ !
แน่นอนว่าทุกคนมีคนที่พวกเขาชื่นชมหรือเอาเป็นแบบอย่าง และพวกเขาก็อยากเป็นเหมือนคนคนนั้น
ซึ่งชายชราก็คือแบบอย่างของหลินต้าเหว่ย
ไม่มีอะไรที่ทำให้ผู้คนภาคภูมิใจไปกว่าการได้รับการยอมรับจากคนที่เป็นแบบอย่าง
นั่นคือความรู้สึกที่แสดงถึงความสำเร็จอย่างแท้จริง
“พ่อครับ นี่คือสิ่งที่ผมควรทำ ซึ่งก็เป็นโครงการดี ๆ ที่เสี่ยวไป๋เป็นคนมอบให้ ! ”
หลินต้าเหว่ยภูมิใจ แต่เขาก็ยังคงถ่อมตัวมาก
ชายชราหัวเราะเมื่อได้ยินแบบนี้ “ทั้งพ่อตาและลูกเขยบ้านนี้ต่างก็ยกย่องกันไปยกย่องกันมา”
หลินต้าเหว่ยไม่สามารถพูดอะไรได้
ชายชราจึงพูดว่า “ทำได้ดีมาก ฉันดีใจมากที่แกสามารถทำให้เจี้ยนหยางพัฒนามาได้จนถึงตอนนี้”
“ถ้าแกว่างก็มาเที่ยวหาฉันบ้าง ไว้เรามาดื่มด้วยกัน ! ”
หลินต้าเหว่ยกล่าวว่า “ได้ครับ ก่อนตรุษจีน ผมกับอี้ถิงจะไปเที่ยวหาพ่อ”
ชายชราพูดว่า “งั้นก็มานัดหมายกันก่อน ปีนี้มาฉลองตรุษจีนด้วยกัน แกก็พาลูก ๆ มาด้วย แล้วฉันจะบอกให้พี่ชายคนโต พี่ชายคนรอง และครอบครัวของพวกเขากลับมารวมตัวกัน”
“มากันให้หมด ทุกปีครอบครัวเราไม่เคยจะอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาเลย ! ”
“ฉันก็อายุเก้าสิบกว่าแล้ว ! ”
“หากปีนี้พลาดไป ก็ไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีโอกาสกลับมารวมตัวเป็นครอบครัวแบบนี้อีกไหม ! ”
เสียงของชายชราแฝงไปด้วยความเหงาและเศร้าใจ
หลินต้าเหว่ยจับน้ำเสียงได้จึงรีบพูดขึ้นว่า “พ่อครับ วันนี้เป็นวันปีใหม่ อย่าพูดอะไรแบบนั้นเลย ! ”
“พ่อต้องมีสุขภาพที่แข็งแรง ! ”
“ตอนนี้ประเทศอยู่ในสถานการณ์ที่ดี และพ่อยังต้องอยู่ดูบ้านเกิดของเราเจริญรุ่งเรืองขึ้น และกลายเป็นประเทศมหาอำนาจให้ได้ ! ”
ชายชรายิ้มรับ “เมื่อคนเราแก่ขึ้นก็มักจะรู้สึกเศร้านิดหน่อยเป็นธรรมดา ไม่ต้องห่วง ฉันสบายดี ! ”
“เอาล่ะ อย่าลืมกลับมาฉลองตรุษจีนด้วยกันนะ ! ”