ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 1089 อย่าทำให้เจียงชานขุ่นเคือง
ตอนที่ 1089 อย่าทำให้เจียงชานขุ่นเคือง
เดิมที เจียงเสี่ยวไป๋วางแผนที่จะไปสนามบินโดยตรงเมื่อเขามาถึงเจียงเฉิงในตอนเช้า แต่เมื่อได้ยินคำขอของเจียงเสี่ยวชิง เขาก็ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วตอบตกลง
ท้ายที่สุดแล้ว มันก็เป็นแค่การเสียเวลาหนึ่งวันเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“งั้นเราค่อยออกเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน ! ”
“ขอบคุณนะพี่ ! ”
เจียงเสี่ยวชิงพูดอย่างมีความสุข เธอกลัวมากว่าพี่รองของเธอจะไม่เห็นด้วย และเป็นการยากที่จะอธิบายให้น้องสาวของเธอฟัง
ภายนอก เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูแอบฟังอย่างประหม่า เมื่อเห็นว่าพี่ชายของพวกเขาเห็นด้วย พวกเขาก็ปรบมือกันอย่างตื่นเต้น
“เยี่ยมมาก เรายังสามารถเที่ยวเล่นได้อีกหนึ่งวัน”
“ใช่แล้ว เรื่องนี้ต้องขอบคุณพี่สี่”
หลังจากที่เจียงเสี่ยวเหลยพูดจบ เขาก็มองไปที่เจียงชานอย่างภาคภูมิใจแล้วพูดว่า “ชานชาน ต่อให้เธอไม่ช่วย พี่สี่ก็ช่วยพวกเราอยู่ดี”
เจียงชานพูดเบา ๆ “อ้อ เจียงเฉิงไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกค่ะ”
เจียงเสี่ยวเหลยพูดว่า “เจียงเฉิงนั้นใหญ่มาก จะไม่มีอะไรน่าสนใจได้อย่างไร ? ”
เจียงชานส่ายหัว ลืมมันไปเถอะ ต่อให้เธอพูด พวกเขาก็ไม่เชื่อเธออยู่ดี !
เธอไม่คิดที่จะพูดอีกต่อไป
ในเวลานี้ เจียงเสี่ยวชิงก็ได้เดินกลับมา เจียงเสี่ยวเหลยก็ได้พูดขึ้นมาทันทีว่า “ขอบคุณมากพี่สี่ หลังลงจากรถไฟแล้ว เราจะไปที่ไหนกันต่อดี ? ”
เจียงเสี่ยวชิงกล่าวว่า “มีสถานที่สนุกมากมายในเจียงเฉิง ถามชานชานสิ เธอน่าจะรู้ดี”
เจียงเสี่ยวเหลยกล่าวว่า “ชานชานบอกแค่ว่าเจียงเฉิงไม่มีที่เที่ยว”
เจียงเสี่ยวชิงกล่าวว่า “ในเจียงเฉิงมีทะเลสาบที่ใหญ่มาก เราสามารถไปดูสะพานข้ามแม่น้ำแยงซี ล่องเรือในทะเลสาบตะวันออก และทะเลสาบตอนใต้ ไปที่สวนสาธารณะจงซาน …”
เจียงชานฟังแล้วก็เดินไปที่เตียงข้าง ๆ ของเจียงเสี่ยวไป๋
“น้องอันอันและน้องห่าวห่าวไม่ร้องไห้งอแงเลย พวกเขาเก่งจริง ๆ ! ” เธอมองดูเจียงอันและเจียงห่าวก่อนจะชื่นชมพวกเขาออก แล้วพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋ว่า “พ่อคะ วันนี้เราจะยังไม่กลับไปที่ชิงโจวใช่ไหมคะ ? ”
“ใช่แล้ว” เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า “อาสี่ของหนูบอกว่าปู่ ย่า อาห้า และอาเล็กยังไม่เคยมาเที่ยวเจียงเฉิง พวกเขาควรใช้เวลาหนึ่งวันในเจียงเฉิง แล้วค่อยกลับในวันพรุ่งนี้”
เขาเหลือบมองไปที่เจียงชานแล้วพูดว่า “เป็นไง ? อยู่เที่ยวต่อที่นี่อีกวันจะได้ไหม ? ”
เจียงชานยิ้มและตอบว่า “หนูอย่างไรก็ได้ค่ะ ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “ใช่ ลูกเคยมาที่เจียงเฉิงหลายครั้งแล้ว”
เจียงชานพูดว่า “พ่อค่ะ แล้วพ่อจะพาพวกเขาไปเที่ยวที่ไหนเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้มว่า “มันเป็นเวลาที่หายากสำหรับปู่กับย่าที่จะมาเจียงเฉิง ดังนั้นพ่อจึงวางแผนที่จะพาพวกเขาไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของกลับไป”
เมื่อพูดถึงการไปห้างสรรพสินค้า ดวงตาของเจียงชานก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอไม่ได้ไปห้างสรรพสินค้าเป็นเวลานานแล้ว
เจียงเสี่ยวไป๋เห็นสีหน้าของเธอจึงพูดด้วยรอยยิ้ม “ลูกก็อยากไปช้อปปิ้งเหมือนกันใช่ไหม ! ”
เจียงชานพยักหน้าเหมือนไก่จิกข้าวสาร
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “เราจะไปที่นั่นทีหลัง ลูกสามารถเลือกซื้ออะไรก็ได้ที่ชอบ แล้วพ่อจะจ่ายให้เอง”
เขาช่างเอาอกเอาใจลูกสาวคนนี้เสียจริง
เฉินหยุนและหวังเสวี่ยฮัวที่มองดูก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เจ้านายใจดีกับคนในครอบครัวของเขาจริง ๆ
หลินเจียอินเองก็มีความสุขเหมือนกัน แต่เธอยังคงพูดว่า “คุณจะตามใจเด็กแบบนี้ไม่ได้นะ”
ทว่าเจียงเสี่ยวไป๋กลับไม่แยแสและพูดว่า “ชานชานเป็นลูกสาวคนโตของผม จะเป็นอะไรไปถ้าผมตามใจเธอบ้าง ? ”
เขากะพริบตาและมองไปที่เจียงชาน “นอกจากนี้ ชานชานยังเป็นคนที่มีเหตุผลที่สุด เธอคงไม่ถูกสิ่งของพวกนี้ล่อลวงหรอก”
เจียงชานพูดอย่างเชื่อฟัง “พ่อดีที่สุด รู้ใจหนูดีมาก ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะออกมาเสียงดัง
หลังจากหัวเราะ เขาก็ถามอีกครั้ง “มีที่ไหนอีกไหมที่ลูกอยากไป ? ”
เจียงชานส่ายหัว “หนูไม่มีที่ที่อยากไปหรอก แต่หนูแค่มีข้อเสนอแนะ”
เจียงเสี่ยวไป๋จึงถามด้วยความประหลาดใจ “ลูกมีข้อเสนอแนะอะไร ไหนลองบอกมาสิ ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “หนูคิดว่าสำหรับปู่ ย่า แม่ ป้าเฉินและป้าหวัง การไปชอปปิ้งก็น่าจะเพียงพอแล้ว แต่อาเล็กและอาห้าน่าจะยังไม่พอใจ”
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึง หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็ถามว่า “ทำไมลูกถึงคิดแบบนั้นล่ะ ? ”
เจียงชานกล่าวว่า “เป็นเรื่องยากที่อาเล็กและอาห้าจะได้มาที่เจียงเฉิงอีกครั้ง เราควรให้อาสี่พาพวกเขาไปเที่ยวที่มหาวิทยาลัยเจียงเฉิง เพื่อสัมผัสประสบการณ์ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยสักวันหนึ่ง ให้พวกเขารู้ว่ามหาวิทยาลัยดีแค่ไหน และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้พวกเขาสอบเข้ามหาลัยให้ได้ในอนาคตด้วยค่ะ”
เมื่อเจียงไห่หยางได้ยินแบบนี้ เขาก็พูดอย่างมีความสุขทันที “เจ้ารอง สิ่งที่ชานชานพูดมาสมเหตุสมผล ฉันคิดว่าเสี่ยวเหลยและเสี่ยวหยูก็จะได้สนุกไปกับมัน ให้พวกเขาไปเที่ยวดูมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงดูสิ น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับพวกเขา ! ”
หวังซิ่วจวี๋ยังกล่าวอีกว่า “ใช่ มหาวิทยาลัยของเสี่ยวชิงดูเหมือนจะเป็นมหาวิทยาลัยที่ดี ดังนั้นเสี่ยวเหลย และเสี่ยวหยูควรไปเที่ยวดูที่นั่นสักครั้ง”
ขนาดพ่อแม่ของเขาก็บอกมาแบบนี้ เจียงเสี่ยวไป๋จึงพยักหน้า “งั้นก็เอาตามนี้เลยครับ ! ”
เจียงชานยกนิ้วให้ “พ่อฉลาดมากค่ะ”
เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและคิดในใจว่า: เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูผู้โชคร้ายสองคนนี้ พวกเขาคิดอะไรอยู่ถึงมาทำให้ชานชานขุ่นเคืองได้ ?
ในเมื่อคิดไม่ออก งั้นก็ไม่ต้องคิดถึงมันแล้ว
ประมาณแปดโมง รถไฟก็มาถึงสถานี
เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋และทุกคนออกจากสถานี หลินเจียจวินก็มารับพวกเขา นอกเหนือจากการขับรถแลนด์โรเวอร์ด้วยตัวเองแล้ว เขายังขอให้พนักงานนำรถดอร์จ แรมชาร์จเจอร์ที่เจียงเสี่ยวไป๋จอดทิ้งไว้ในเจียงเฉิงมาให้อีกด้วย
เนื่องจากคราวนี้คนมาเยอะมาก รถคันเดียวคงไม่พอ
“พี่จวิน ! ”
“พี่จวิน ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูมีความสุขมากที่ได้เห็นหลินเจียจวิน ทั้งสองจึงทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
หลินเจียจวินยิ้มและพูดว่า “พวกเธอมาที่เจียงเฉิงเป็นครั้งแรกใช่ไหม ? งั้นฉันจะพาไปสนุกเอง”
“ขอบคุณมากพี่จวิน ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูกล่าวออกมาพร้อมกัน
นั่นคือสิ่งที่พวกเขาทั้งสองรอคอย
เมื่อพวกเขามาถึงที่จอดรถ เจียงเสี่ยวไป๋ก็ชี้ไปที่แลนด์โรเวอร์ของหลินเจียจวิน แล้วพูดว่า “ลี่ลี่, เสี่ยวชิง, เสี่ยวเหลย ,เสี่ยวหยู พวกเธอไปขึ้นรถของพี่จวิน”
“ส่วนคนอื่นเข้ามาคันนี้ ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยชอบนั่งรถแลนด์โรเวอร์มาก ๆ พอได้ยินก็ตกลงทันที
อย่างไรซะพี่รองก็เป็นคนที่ใส่ใจที่สุด
รู้ว่าเขาชอบรถแลนด์โรเวอร์
เขาหยิบกระเป๋าเดินทางขึ้นมาวางไว้ในท้ายรถ จากนั้นขึ้นรถแลนด์โรเวอร์ด้วยสีหน้าดีใจ
ทว่าตอนนั้นหลินเจียลี่ก็ดูจะสับสนเล็กน้อย เหตุใดแลนด์โรเวอร์ซึ่งมีพื้นที่ในรถมากกว่าถึงสามารถรองรับได้เพียงสี่คนเท่านั้น ในขณะที่รถดอร์จ แรมชาร์จเจอร์กลับรองรับผู้ใหญ่ได้ 6 คน หากรวมเจียงชานและเด็กน้อยทั้งสองคนแล้ว ก็ทำให้มีคนมากถึง 9 คนอยู่ในรถคันนั้น
แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา และเข้าไปนั่งในรถอย่างเงียบ ๆ
พี่เขยของฉันต้องมีเหตุผล ถึงได้จัดแบบนี้ !
เจียงเสี่ยวหยูรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงถามหลินเจียอินว่า “พี่สะใภ้ รถคันนี้ที่นั่งค่อนข้างกว้าง พาอันอันมานั่งด้วยกันสิคะ ! ”
ก่อนที่หลินเจียอินจะทันได้พูด เจียงเสี่ยวไป๋ก็โบกมือแล้วพูดว่า “เสี่ยวชิง, ลี่ลี่ วันนี้ฉันขอฝากเสี่ยวเหลยและเสี่ยวหยูไว้กับพวกเธอหนึ่งวันนะ พาพวกเขาไปทัวร์ที่มหาวิทยาลัยเจียงเฉิงให้ที”
“ฮะ ? ”
“อะไรนะ ? ”
เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูอุทานออกมาพร้อมกัน
“ไม่เอา ๆ ! ” เจียงเสี่ยวเหลยรีบพูดออกมา “พี่ เสี่ยวหยูและผมจะไปดูมหาวิทยาลัยเพื่ออะไร ? ”
เจียงเสี่ยวชิงก็ประหลาดใจเช่นกัน และถามว่า “พี่ ก็พี่ยอมให้พวกเรามาเที่ยวเล่นที่เจียงเฉิงวันหนึ่งไม่ใช่เหรอ ? ”
เจียงไห่หยางพูดด้วยความโกรธว่า “จะไปเที่ยวทำไม ? ” เขาชี้ไปที่เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยู แล้วพูดว่า “คนหนึ่งเป็นนักเรียน ม.5 และอีกคนเป็นนักเรียน ม.3 แล้ว พวกแกเที่ยวเล่นมาสามสี่วันแล้ว วันนี้ยังอยากเล่นอยู่อีกเหรอ ! ”
“เสี่ยวชิง พาพวกเขาสองคนไปสัมผัสกับบรรยากาศของการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัยดู ! ”
เจียงชานพูดด้วยรอยยิ้มว่า “อาเล็ก อาห้าได้ยินสิ่งที่ปู่พูดไหม ? ลองไปหาประสบการณ์ดี ๆ ของชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยดู ! ”
“อาสี่บอกว่าอาหารในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยอร่อยมาก ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยมองไปที่เจียงชาน แล้วพูดด้วยความโกรธ “เรากำลังจะต้องไปที่มหาวิทยาลัย เธอคิดว่าเราจะได้ไปเที่ยวที่ไหนกัน ? ”
เจียงชานยิ้มและพูดว่า “เอ้า ก็ไปดูสะพานข้ามแม่น้ำแยงซี ล่องเรือในทะเลสาบตะวันออก และไปช้อปปิ้งในห้างสรรพสินค้าไง ! ”
หลินเจียหลี่ทนไม่ไหวขณะนั่งอยู่ในรถ เธอระเบิดหัวเราะออกมา “ฮ่า ๆ ”
ทำไมพี่เขยถึงจัดแบบนี้ เขาตั้งใจที่จะให้เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูไปกับพวกเธอ
ยิ่งไปกว่านั้น เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นความคิดของหลานสาวตัวน้อยของเธอที่เป็นคนยุยง !