Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 15 :เรียกพ่อแล้วจะให้ลูกอม

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 15 :เรียกพ่อแล้วจะให้ลูกอม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 15 :เรียกพ่อแล้วจะให้ลูกอม

    

    “แกร๊ก ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เดินเข้าบ้านมาก็กดสวิตซ์ไฟที่ริมผนังลง ทันใดนั้นทั้งห้องก็สว่างไสวขึ้นมา

    

    บ้านของเขาติดตั้งไฟฟ้ามานานแล้ว แต่ที่ผ่านมาจะเปิดไฟก็ต่อเมื่อเจียงเสี่ยวไป๋อยู่บ้านเท่านั้น เวลาที่หลินเจียอินอยู่บ้านกับลูกสองคน เธอจะจุดตะเกียงน้ำมันก๊าดแทน

    

    เพราะค่าไฟหน่วยละ 2 เจี่ยว เธอเสียดายเงิน

    

    หลังจากดับตะเกียงน้ำมันก๊าด เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างอ่อนโยนว่า “ต่อไปนี้เราจะเปิดไฟในตอนกลางคืน ตะเกียงน้ำมันก๊าดไม่ดีต่อสายตาของคุณ”

    

    พูดจบ เขาถึงได้ไปยกกระสอบสองใบที่เขาโยนทิ้งตอนเข้าประตูมา จากนั้นก็หยิบของออกมาทีละถุง

    

    ข้าวสาร แป้งข้าวเจ้า น้ำมันพืช……

    

    เนื้อติดมัน เนื้อแดง กระดูก……

    

    น้ำส้มสายชู ซีอิ๊ว……

    

    นอกจากนี้ยังมีกระต่ายป่าอีกหนึ่งตัวด้วย

    

    ……

    

    มีของกองเป็นพะเนินอยู่บนโต๊ะไม้ทรงดั้งเดิม เจียงชานน้อยมองด้วยดวงตาที่เป็นประกาย พลางพูดอย่างตื่นเต้นว่า “เนื้อ เนื้อ เนื้อทั้งนั้นเลย ! ”

    

    หลินเจียอินตกตะลึงอ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่ไก่ลงไปได้ทั้งฟอง

    

    ซื้อของมามากมายขนาดนี้ เกรงว่าคงจ่ายไปหลายสิบหยวนใช่ไหม ?

    

    เขาไปหาเงินมากมายขนาดนี้มาจากไหน ?

    

    หลินเจียอินรู้สึกประหม่าขึ้นมา เธอถามเขาเสียงสั่นว่า “คุณ……คุณคงไม่ได้ไปปล้นสหกรณ์จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคมาใช่ไหม ? ”

    

    “ห๊ะ ฮ่าฮ่า ! ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หลุดขำ “เมียจ๋า คุณนี่มันน่ารักจริง ๆ ถ้าผมไปปล้นสหกรณ์จัดหาสินค้าอุปโภคบริโภคจริง ผมจะได้ของมาแค่นี้งั้นหรือ ? ”

    

    “ต่อให้ใช้เกวียนหลายคันก็คงลากกลับมาไม่ไหวจริงไหม”

    

    หลินเจียอินหน้าแดงก่ำ ดวงตาคู่สวยหันมองค้อนเจียงเสี่ยวไป๋อย่างเอาเป็นเอาตาย

    

    ผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงได้หน้าหนานักนะ !

    

    อ้าปากก็เรียกเธอว่าเมียจ๋า ๆ โดยไม่ดูสถานที่ดูสถานการณ์

    

    ชานชานยังยืนอยู่ตรงนี้นะ

    

    แต่นี่เขาบอกว่าเราน่ารักงั้นหรือ ?

    

    ใบหน้าของหลินเจียอินแดงระเรื่อราวกับดอกท้อผลิบาน

    

    “ป่าป๊า เมียคืออะไรหรอคะ ? ”

    

    ในที่สุด เจียงชานน้อยก็ละสายตาจากเนื้อสองชิ้นใหญ่แล้วถามเจียงเสี่ยวไป๋ด้วยแววตาใสซื่อ

    

    เอ่อ……

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ถึงกับกุมขมับ

    

    มันไม่ง่ายเลยที่จะอธิบายคำถามนี้ให้ชัดเจนกับเด็กอายุต่ำกว่าห้าขวบ

    

    หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็คุกเข่าลงลูบหัวเล็ก ๆ ของลูกสาวและพูดเบา ๆ ว่า “คำว่าเมียเป็นคำที่พ่อเรียกแม่ของลูกด้วยความรัก ก็เหมือนกับลูกที่มีชื่อว่าเจียงชาน แต่พ่อเรียกลูกว่าเจ้าหญิงน้อย มันถือเป็นคำเรียกที่มาจากความรักเช่นกัน”

    

    “อ้อ……”

    

    ไม่รู้ว่าหนูน้อยจะเข้าใจหรือไม่ เธอตอบรับ แต่แล้วสายตาของเธอก็ถูกเนื้อชิ้นโตที่วางอยู่บนโต๊ะดึงดูดไปอีกครั้ง

    

    “ป่าป๊า คืนนี้กินเนื้อกันเถอะ ! ”

    

    “ได้ เดี๋ยวพ่อจะไปตุ๋นเนื้อให้เจ้าหญิงน้อยของพ่อกิน” เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม

    

    ไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับภรรยาและลูกมานานเท่าไหร่แล้วนะ ?

    

    ได้ทำอาหารเย็นให้พวกเธอด้วยฝีมือของตนเอง เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขมากจริง ๆ เขามีความสุขมากกว่าตอนที่เขาทำธุรกิจแล้วได้เงินหลายร้อยล้านในคราวเดียวเสียอีก

    

    อันดับแรกเขาไปทำกระต่ายก่อน เขาจัดการลอกหนังมันอย่างรวดเร็วแล้วทำความสะอาดอวัยวะภายในของมัน จากนั้นก็ไปหุงข้าว

    

    ในยุคนี้ หม้อหุงข้าวไฟฟ้ายังไม่เป็นที่นิยม เวลาหุงจะนำข้าวสารลงไปต้มกับน้ำในหม้อใบใหญ่ รอจนข้าวสุกแล้วค่อยใช้หวดนึ่งข้าวมากรองข้าวออกจากน้ำ รอจนกระทั่งน้ำต้มข้าวระเหยไปหมดเแล้ว ถึงค่อยเทข้าวสุกลงในหม้อ จากนั้นก็เทน้ำที่ข้างหม้อเล็กน้อย แล้วนึ่งด้วยไฟอ่อน

    

    วิธีนี้จะทำให้ข้าวที่หุงได้มีกลิ่นหอม

    

    ในตอนที่เจียงเสี่ยวไป๋กำลังหุงข้าว เจียงชานน้อยตามเขาเข้ามาในห้องครัวเช่นเดียวกัน หนูน้อยยืนอยู่ข้างเตามองไปยังเม็ดข้าวที่เรียงตัวเป็นเม็ด ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมา

    

    ไม่ได้กินข้าวสวยมานานมากแล้ว

    

    แทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้วสิ

    

    เมื่อมองดูท่าทางตะกละตะกรามของหนูน้อยแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็รู้สึกทุกข์ใจและมีความสุขในเวลาเดียวกัน

    

    ทันใดนั้นเขาก็นึกบางอย่างขึ้นได้ เขาเช็ดมือให้แห้งแล้วหยิบเอาลูกอมผลไม้ออกมาจากในกระเป๋ากางเกง 1 ห่อ แล้วหยิบลูกอมออกมายื่นให้ลูกสาว 1 เม็ด

    

    “ชานชาน ดูซิว่านี่คืออะไร ? ”

    

    เขาตั้งใจซ่อนลูกอมเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงเพื่อเซอร์ไพรส์ลูกสาวโดยเฉพาะ

    

    “ลูกอมผลไม้ ! ”

    

    ชานชานอุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

    

    “เรียกพ่อก่อน แล้วจะให้กิน 1 เม็ด”

    

    “ป่าป๊า ! ”

    

    หนูน้อยตะโกนเรียกเสียงดังโดยไม่ลังเล

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ฉีกห่อลูกอมออกด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขและป้อนลูกอมเข้าไปในปากของลูกสาว

    

    “หวานมาก ! ”

    

    “ขอบคุณนะป่าป๊า ! ”

    

    หนูน้อยกินลูกอมแล้วก็ปากหวานเป็นพิเศษ

    

    ดวงตากลมโตคู่นั้นยังคงจับจ้องไปที่ถุงลูกอมในมือของป่าป๊า

    

    “ป่าป๊า พ่อซื้อลูกอมพวกนี้มาให้หนูทั้งหมดเลยใช่ไหม ? ”

    

    “ใช่ พ่อซื้อมาให้ลูกทั้งหมดเลย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะและส่งลูกอมทั้งถุงให้เธอ

    

    อย่าว่าแต่ลูกอมผลไม้เลย ต่อให้ลูกสาวของเขาต้องการพระจันทร์หรือดวงดาวบนท้องฟ้า เจียงเสี่ยวไป๋ก็จะคิดหาวิธีเอามันมาให้เธออย่างแน่นอน

    

    หลินเจียอินเห็นภาพนี้จากด้านข้าง น้ำตาพลันเอ่อล้นจากดวงตาคู่สวยอีกครั้ง

    

    เธอไม่เคยคิดว่าในชีวิตนี้จะได้เห็นภาพความอบอุ่นระหว่างเจียงเสี่ยวไป๋กับลูกสาว

    

    ความรู้สึกนี้มันช่างดีจริง ๆ

    

    “หม่าม๊ากินลูกอมสิคะ”

    

    “มันหวานมากเลยนะ”

    

    เจียงชานน้อยยื่นลูกอมผลไม้ให้หม่าม๊าด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข

    

    “แม่ไม่กินหรอก ชานชานกินเถอะ”

    

    “หม่าม๊ากินนะ ชานชานยังมีอีกเยอะ”

    

    หนูน้อยอวดถุงลูกอมในมือ ขณะที่พูดก็หันไปมองเจียงเสี่ยวไป๋ แล้วพูดอย่างดีใจว่า “ป่าป๊าให้หนูมา”

    

    “กินสักเม็ดเถอะ อย่าทำให้ชานชานเสียน้ำใจเลย”

    

    “ลูกรู้จักแบ่งปันตั้งแต่อายุยังน้อยขนาดนี้ ทั้งยังรู้จักเอาของอร่อยให้แม่กิน โตมาจะต้องเป็นลูกสาวที่กตัญญูแน่นอน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม

    

    สองพ่อลูกเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้ หลินเจียอินจึงพ่ายแพ้อย่างรวดเร็วและจำต้องรับขนมจากลูกสาว

    

    แม้จะกินที่ปาก แต่กลับหวานอยู่ในใจ

    

    มันเป็นความหอมหวานละมุน

    

    ทว่า ต่อมาหนูน้อยก็ต้องไม่มีความสุขเสียแล้ว

    

    หลินเจียอินรีบหยิบห่อลูกอมจากในมือของหนูน้อยมาทั้งห่อ “เอาลูกอมมาเก็บไว้ที่แม่ ต่อไปนี้แม่จะให้ลูกกินได้แค่วันละ 3 เม็ดเท่านั้น”

    

    ห๊า ?

    

    หนูน้อยชะงักไป ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ ?

    

    “ลูกยังเด็กอยู่ ถ้ากินลูกอมมากเกินไปจะทำให้ในฟันของลูกมีหนอน”

    

    หลินเจียอินพูดเพียงประโยคเดียวก็ทำให้หนูน้อยยอมเชื่อฟังแต่โดยดีแล้ว

    

    เธอไม่อยากให้หนอนขึ้นฟันของเธอ

    

    น่ากลัวจัง~

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้ขัดจังหวะเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ ตอนนี้ข้าวยังไม่สุกดี เขามองสองแม่ลูกด้วยรอยยิ้ม ขณะหั่นเนื้อกระต่ายอย่างรวดเร็ว

    

    การเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลนั้นทำให้หลินเจียอินอ้าปากค้างอีกครั้ง

    

    เขาทำอาหารเป็นตั้งแต่เมื่อไหร่ ?

    

    หลังจากหุงข้าวเสร็จแล้ว เขายกหม้อลงมากรองเอาน้ำต้มข้าวออก จากนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ไปที่แปลงผักข้างบ้าน เขาดึงต้นหอมมาสองสามต้น เด็ดพริกขี้หนูมาหนึ่งกำมือและหากระเทียมกับขิงแก่

    

    ใช่ ที่บ้านยังมีพริกแห้งกับพริกไทยป่าที่หลินเจียอินขึ้นเขาไปเก็บมาตากแดดเมื่อปีที่แล้ว

    

    วัตถุดิบครบแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ล้างวัตถุดิบให้สะอาดและหั่นเตรียมไว้ จากนั้นก็เริ่มเติมฟืนให้ไฟแรงแล้วเริ่มทำอาหาร

    

    เขาเทน้ำมันพืชลงในกระทะที่ร้อนจัด จนน้ำมันส่งเสียง “ฉ่า ฉ่า~” กลิ่นหอมของน้ำมันพืชลอยอบอวลไปทั่วทั้งครัว

    

    “ไอ้หยา ทำไมคุณถึงใส่น้ำมันเยอะขนาดนี้ ? ”

    

    ปกติเวลาหลินเจียอินทำอาหารมักจะใส่น้ำมันเพียงแค่ไม่กี่หยดเท่านั้น แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับเทน้ำมันลงไปเกือบครึ่งถ้วยแล้ว

    

    เขาไม่ได้เป็นคนดูแลบ้าน ไม่รู้ว่าข้าวของเครื่องใช้มันแพง สิ้นเปลืองจริง ๆ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ รอจนกระทั่งน้ำมันร้อนได้ที่แล้ว เขาถึงได้ใส่หอมหัวใหญ่ ขิงและกระเทียมลงไปผัดจนหอม จากนั้นใส่พริกแห้ง พริกไทยป่นลงไปผัด ตามด้วยอบเชย 1 ก้าน โป๊ยกั๊ก 2 ชิ้นและใบกระวาน 3 ใบ ผัด 2-3 ครั้ง ทำให้กลิ่นหอมฟุ้งขึ้นมาทันที

    

    “หม่าม๊า หอมจังเลย”

    

    “อืม”

    

    หลินเจียอินพยักหน้า เพราะมันหอมมากจริง ๆ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เทเนื้อกระต่ายที่เขาหั่นเป็นชิ้นเสร็จเรียบร้อยแล้วลงในกระทะ จากนั้นเขาก็ผัดเร็วอีก 2-3 ครั้ง แล้วเปิดฝาเทเหล้าขาวลงไปเล็กน้อย ทำให้กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่ผัดเข้าด้วยกันหอมเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของเนื้อผัดลอยฟุ้งขึ้นมาด้วย

    

    หนูน้อยที่ยืนเกาะขอบเตาอยู่ยืนมองจนน้ำลายไหล

    

    ขนาดหลินเจียอินยังกลืนน้ำลายอย่างอดไม่ได้

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เห็นว่าผัดจนได้ที่แล้วจึงเติมน้ำในปริมาณที่พอเหมาะแล้วปิดฝาหม้อเพื่อตุ๋นต่อ

    

    “เมียจ๋า เติมฟืนให้ผมหน่อยสิ ผมจะออกไปข้างนอกสักพัก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋นึกได้ว่าตอนเขาไปตัดไม้ไผ่ เขาเห็นบางสิ่งในทุ่งข้างสวนไผ่ จึงพูดกับหลินเจียอินและรีบเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 15 :เรียกพ่อแล้วจะให้ลูกอม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

63ef2662UmtVckMc
Top Star ระบบปั้นเธอให้เป็นดาว
27/09/2023
novelpdfv3Br1q
ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
08/02/2026
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
21/06/2026
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
18/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.