Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 16 :บ้านไหนตุ๋นเนื้อกิน

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 16 :บ้านไหนตุ๋นเนื้อกิน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 16 :บ้านไหนตุ๋นเนื้อกิน

    

    ข้างสวนไผ่มีผักชีขึ้นเยอะมาก

    

    หากไม่ใช่เป็นเพราะเจียงเสี่ยวไป๋กลับมาเกิดใหม่ เขาก็คงไม่รู้ว่าเจ้าสิ่งนั้นคือผักชี เพราะคนในยุคสมัยนี้ไม่มีใครกินผักชีจริง ๆ

    

    ผักชีมีกลิ่นเหม็นเวลาดม มันเป็นกลิ่นเหม็นที่ฉุนจมูก

    

    ดังนั้น ชาวบ้านหลายคนในชนบทจึงเรียกมันว่า ‘หญ้าเหม็น’

    

    แต่ผักชีมันอร่อยจริง ๆ นะ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ถอนผักชีมาหนึ่งกำเล็ก แล้วนำไปล้างน้ำจนสะอาด

    

    “เจ้าหญ้าเหม็นนี้มันกินได้ด้วยหรือ ? ”

    

    “ใส่ลงไปในอาหารแล้วมันจะทำให้อาหารเหม็นไหม ? ”

    

    หลินเจียอินรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเจียงเสี่ยวไป๋ถึงกลับมาพร้อมหญ้าเหม็นหนึ่งกำ เธอจึงถามอย่างเป็นกังวล

    

    “เมียจ๋า ผักชนิดนี้มีชื่อว่าผักชี มันช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้อาหาร อร่อยมากเลยนะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มให้หลินเจียอิน คำพูดของเขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ

    

    หลังจากล้างผักชีจนสะอาดแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋ก็เริ่มหั่นเนื้อติดมันต่อ

    

    แม้จะบอกว่ามันคือเนื้อติดมัน แต่อันที่จริงมันไม่ใช่มีแต่มันหมูอย่างเดียว แต่เป็นหมูสามชั้นที่มีมันบาง ๆ

    

    เขาตั้งใจจะทำหมูตุ๋น

    

    อันดับแรก เขาหั่นเนื้อหมูสามชั้นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 3 เซนติเมตรใส่ลงในกะละมัง จากนั้นเติมน้ำพอชุ่มและเกลืออีกเล็กน้อย แล้วนำมากรองเอาแต่น้ำ

    

    ในเวลานี้ เนื้อกระต่ายในหม้อก็สุกแล้วเช่นกัน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตักใส่หม้ออะลูมิเนียมใบเล็ก จากนั้นเขาก็ให้หลินเจียอินคีบถ่านจากในเตาใหญ่มาใส่เตาอั้งโล่ใบเล็ก แล้วนำหม้ออลูมิเนียมที่มีเนื้อกระต่ายมาตั้งตุ๋นต่อ

    

    ชาวชนบทเรียกวิธีนี้ว่า “ตุ๋นจนน้ำแห้งก้นหม้อ”

    

    วิธีการตุ๋นแบบนี้จะทำให้เข้าเนื้อ มีกลิ่นหอมเข้มข้นยิ่งขึ้น ยิ่งตุ๋นนานยิ่งทำให้รสชาติดี

    

    เมนูต่อไป เจียงเสี่ยวไป๋จะเริ่มทำหมูตุ๋น

    

    เมนูหมูตุ๋นเป็นเมนูที่เจียงเสี่ยวไป๋ชำนาญที่สุด แม้ว่าเครื่องเทศในมือของเขาจะมีไม่ครบ ทำให้เขาทำซอสสูตรลับไม่ได้ แต่เขายังมีเครื่องเทศ 3 หอมได้แก่โป้ยกั๊ก อบเชยและใบกระวาน อีกทั้งตอนนี้ก็มีซีอิ๊วและน้ำตาลอยู่แล้ว ฉะนั้นการจะทำหมูตุ๋นให้มีรสชาติอร่อยจึงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

    

    หลังจากเคี่ยวเครื่องปรุงทั้งหมดแล้ว การทำหมูตุ๋นค่อนข้างใช้เวลานาน ทำให้หนูน้อยรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เดินวนรอบหม้อไปหลายรอบ

    

    ว่ากันว่า “หากไม่อยากกินของอร่อยคงไม่เกาะขอบกระทะรอ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้ว่าลูกน้อยหิวแล้ว เขายิ้มแล้วใช้ตะเกียบคีบเนื้อกระต่ายขึ้นมาจากหม้อ “มา เจ้าหญิงน้อยของพ่อ ช่วยพ่อชิมหน่อย”

    

    “ได้ค่ะ”

    

    หนูน้อยดีใจมาก เธอจึงกินเนื้อกระต่ายที่พ่อคีบให้อย่างเอร็ดอร่อย

    

    ดูเหมือนการชิมชิ้นเดียวจะไม่พอ ดังนั้นเธอจึงกินอีกชิ้น

    

    ขนาดหลินเจียอินที่ยืนอยู่ด้านข้างยังอดใจไม่ไหวจนต้องคีบขึ้นมาชิมเช่นกัน

    

    “อร่อยมาก”

    

    “อื้ม อร่อยมากจริงๆ”

    

    สองแม่ลูกพากันชมไม่ขาดปาก

    

    เมื่อได้รับการการันตีจากภรรยาและลูกสาว เจียงเสี่ยวไป๋ก็ยิ้มหน้าบานจนปากจะฉีกไปถึงใบหูอยู่แล้ว

    

    ถ้าหากพวกเธอมีความสุข เขาก็มีความสุขเช่นกัน

    

    ผู้ชายทำงานหนักก็เพื่อให้ภรรยาและลูกสบาย ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไม่ใช่หรือ ?

    

    หมูตุ๋นเสร็จแล้ว เจียงเสี่ยวไป๋จึงทำเนื้อผัดพริกอีกชาม สุดท้ายก็นำข้าวที่กรองน้ำออกหมดแล้วไปหุงในหม้ออีกรอบ

    

    เขาใช้ไฟอ่อนหุง กว่าจะได้ที่ต้องใช้เวลาประมาณ 7-8 นาที

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบชามออกมาสองชาม เขาตักเนื้อกระต่ายใส่ชามใหญ่ แล้วตักหมูตุ๋นใส่อีกชาม พลางพูดว่า “ผมทำเยอะ เดี๋ยวจะแบ่งไปให้พ่อกับแม่สักหน่อย ผมกลับมาก็กินข้าวกันได้แล้ว”

    

    “อืม”

    

    หลินเจียอินพยักหน้า

    

    ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เจียงเสี่ยวไป๋เอาแต่เที่ยวเตร่อยู่นอกบ้านจนทำให้ชีวิตครอบครัวต้องยุ่งเหยิง ปกติพ่อแม่สามีจะมาช่วยดูแลเธอและลูก เวลามีของกินอะไร เธอย่อมอยากนำไปให้พวกเขาอยู่แล้ว

    

    เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจียงเสี่ยวไป๋จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากก่อน

    

    หลินเจียอินมองตามแผ่นหลังของเจียงเสี่ยวไป๋ไป รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเป็นครั้งแรก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ที่เป็นแบบนี้ช่างดีมากจริง ๆ

    

    หวังว่าวันเวลาดี ๆ แบบนี้จะไม่ได้มีอยู่แค่สองสามวัน แต่ขอให้คงอยู่ตลอดไปด้วยเถิด

    

    หลินเจียอินได้แต่คิดอยู่ในใจเงียบ ๆ

    

    บ้านของเจียงไห่หยางอยู่ข้างบ้านเขานี้เอง ที่เจียงเสี่ยวไป๋แยกครอบครัวออกมาเพราะในบ้านมีสมาชิกเยอะแล้ว

    

    เจียงไห่หยางและภรรยามีลูกด้วยกันทั้งหมด 6 คน

    

    พี่ใหญ่เจียงเสี่ยวเยว่แต่งงานไปอยู่ต่างหมู่บ้าน เจียงเสี่ยวไป๋เป็นลูกคนรอง เจียงเสี่ยวเฟิงเป็นลูกคนที่สาม น้องสี่คือเจียงเสี่ยวชิง เพิ่งอายุ 17 ปี อายุห่างจากเจียงเสี่ยวเฟิง 6 ปี ตอนนี้กำลังเรียนชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนในเมืองชิงโจว น้องห้ามีชื่อว่าเจียงเสี่ยวเหลย อายุ 15 ปี เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนน้องเล็กมีชื่อว่าเจียงเสี่ยวหยู อายุ 12 ปี เพิ่งขึ้นชั้นมัธยมต้น

    

    เจียงเสี่ยวเฟิงไม่ได้แยกครอบครัวออกมา เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูเดินทางไปกลับจากที่เรียน ดังนั้นพวกเขาจึงอยู่ที่บ้าน

    

    ครอบครัวใหญ่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ในห้องโถง

    

    “เสี่ยวไป๋มีเรื่องชกต่อยกับนักเลงเฉิน ต่อไปนี้จะไม่มีปัญหาอะไรตามมาใช่ไหม” หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความกังวล

    

    เพราะถึงอย่างไร นักเลงเฉินก็ไม่ใช่คนที่ควรจะมีเรื่องด้วย

    

    “จะไปกลัวเขาทำไม ? ผมก็ตีไอ้นักเลงนั่นเหมือนกันนี่” เจียงเสี่ยวเฟิงพูดอย่างไม่ยี่หระ

    

    เจียงไห่หยางพยักหน้า คนนอกมารังแกลูกชายของเขาถึงที่บ้าน เขาจะต้องออกโรงช่วยลูกชายแน่นอน เขาเอามือทุบโต๊ะแล้วพูดด้วยริมฝีปากที่แห้งกร้านว่า “แต่พ่อมักจะรู้สึกว่าเสี่ยวไป๋ในวันนี้ดูแปลกไป”

    

    “อื้อ ๆ ”

    

    เจียงเสี่ยวหยูพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เธอเห็นฉากตอนพี่รองของเธอจัดการนักเลงแล้ว และรู้สึกว่าพี่รองไม่เคยดูจริงใจขนาดนี้มาก่อน เธอชอบพี่รองแบบนั้นจริง ๆ

    

    “ผมพร้อมร่วมวงกับเขาเหมือนกัน”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยนั่งอยู่บนม้านั่งในขณะที่พลิกนิยายศิลปะการต่อสู้เล่มเก่าในมือ แล้วพูดแทรกขึ้น

    

    เขาอ่านนิยายกำลังภายในเรื่อง ‘แปดเทพอสูรมังกรฟ้า’ มาหลายรอบแล้ว แต่เขาก็ยังสนุกกับการอ่านมันอยู่

    

    “เด็กคนนี้จะอยากเข้าร่วมวงชกต่อยกับคนอื่นเขาไปทำไม ? ”

    

    เจียงไห่หยางตำหนิลูกชายอย่างไม่สบอารมณ์

    

    เด็กคนนี้นิสัยป่าเถื่อนเหมือนเจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีผิด

    

    เขากังวลจริง ๆ ว่าเจียงเสี่ยวเหลยจะกลายเป็นพวกนักเลงหัวไม้เหมือนกับเจียงเสี่ยวไป๋ ฉะนั้นเขาจึงเข้มงวดกับลูกชายคนนี้เป็นพิเศษ

    

    เจียงเสี่ยวเหลยกำลังจะต่อปากต่อคำ แต่แล้วเขาก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อลอยมา

    

    “หอมมากเลย ! ”

    

    เขาไม่สนใจต่อปากต่อคำกับผู้เป็นพ่อแล้ว แต่กลับสูดกลิ่นหอมของเนื้อไปหลายฟอด

    

    “หอมมากจริง ๆ บ้านไหนตุ๋นเนื้อกินในเวลานี้กันนะ ? ” หวังซิ่วจวี๋ได้กลิ่นเช่นกัน หญิงวัยกลางคนจึงเอ่ยด้วยความสงสัย

    

    “หนูก็อยากกินเนื้อเหมือนกัน”

    

    เจียงเสี่ยวหยูกลืนน้ำลายลงคอขณะที่พูด

    

    ตั้งแต่ผ่านวันตรุษจีนมา ครอบครัวของเธอก็ไม่เคยได้กินเนื้ออีกเลย พอได้กลิ่นเนื้อตุ๋นลอยมา เธอจึงเริ่มหิวอีกแล้ว

    

    “ผ่านไปสักสองสามวันค่อยไปเรียกลุงใหญ่กับพวกอาสามมาช่วยงาน แม่จะไปซื้อเนื้อที่ตลาดสัก 2 ชั่งมาทำอาหารให้ลูกกิน”

    

    หวังซิ่วจวี๋พูดด้วยความสงสารขณะมองดูลูกสาวที่ซูบผอม

    

    “อื้อ ดีจังเลย ในที่สุดก็จะได้กินเนื้อแล้ว”

    

    เจียงเสี่ยวหยูตบมือ เธอแทบอยากจะให้พ่อกับแม่เรียกพวกลุงใหญ่ให้มาช่วยงานในวันพรุ่งนี้เลย

    

    พูดถึงเรื่องมาช่วยงาน เจียงไห่หยางและเจียงเสี่ยวเฟิงหารือกันว่าจะเรียกใครมา แล้วจะเรียกมาช่วยงานวันไหน

    

    การขอให้ใครสักคนมาช่วยงาน ไม่ใช่ว่าจะพูดขอแล้วจะให้ใครมาเลยก็ได้

    

    ขึ้นอยู่กับว่าใครว่างและมีเวลา ใครขยันและตั้งใจทำงานมากกว่ากัน ไม่อย่างนั้นก็ไม่คุ้มที่จะทำ

    

    แม้จะไม่ต้องจ่ายค่าจ้าง แต่ก็ต้องเตรียมอาหารและเครื่องดื่มดี ๆ ไว้ให้

    

    หลังจากพูดคุยกันสักพัก สุดท้ายเจียงไห่หยางตั้งใจจะเชิญคนมาช่วยงานในวันมะรืนนี้ และวันพรุ่งนี้เขาจะไปบอกกล่าวคนที่เขาจะให้มาช่วยงานก่อน

    

    เพราะถึงอย่างไรก็ควรบอกให้เจ้าตัวรู้ล่วงหน้า จะได้เตรียมตัว

    

    เวลาผ่านไปโดยไม่รู้ตัว หลังจากพูดคุยกันพอประมาณแล้ว หวังซิ่วจวี๋กำลังจะเตรียมเรียกเจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูเข้านอน

    

    พรุ่งนี้ทั้งสองยังต้องไปโรงเรียน ไม่ควรนอนดึก

    

    “ปัง ปัง ปัง”

    

    ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่สองสามที

    

    “มืดค่ำขนาดนี้แล้ว ใครยังมาเคาะประตูอยู่อีก ? ”

    

    เจียงไห่หยางบ่นแล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตู

    

    ทันทีที่เปิดประตู กลิ่นหอมของเนื้อตุ๋นก็โชยเข้ามาในบ้าน และพวกเขาก็เห็นร่างของเจียงเสี่ยวไป๋ยืนอยู่หน้าประตู

    

    “เป็นแกเองหรือ ! ”

    

    เจียงไห่หยางชะงักไปเล็กน้อย เพราะคนที่มาก็คือเจียงเสี่ยวไป๋

    

    ที่สำคัญคือเขายังถือชามอยู่ในมือแต่ละข้าง อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมโชยออกมาจากชามทั้งสองใบนั้นอีกด้วย

    

    พอได้กลิ่นเนื้อก็เดาได้เลยว่าบ้านไหนตุ๋นเนื้อกิน ?

    

    เขาคิดไม่ถึงเลยว่ามันจะมาจากบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋

    

    เจียงไห่หยางแทบไม่อยากจะเชื่อ

    

    “พี่รอง”

    

    “พี่รอง”

    

    เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูได้กลิ่นหอมของอาหารจึงวิ่งมาที่หน้าประตูแล้วทักทายเจียงเสี่ยวไป๋

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 16 :บ้านไหนตุ๋นเนื้อกิน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

NGWhY
คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า
23/04/2025
novelpdf-593
หนึ่งเซียนยากเสาะหา
25/03/2023
novelpdfrh84
พี่ชายทั้งห้าของข้าเก่งเกินไปแล้ว
17/06/2026
65c45e275HyR33Hh
ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน
03/04/2025

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.