Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 17 :หนูอยากรู้ความลับของป่าป๊ากับหม่าม๊า

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 17 :หนูอยากรู้ความลับของป่าป๊ากับหม่าม๊า
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 17 :หนูอยากรู้ความลับของป่าป๊ากับหม่าม๊า

    

    “เสี่ยวเหลย เสี่ยวหยู”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ทักทายน้อง ๆ ด้วยรอยยิ้มแล้วถึงได้หันไปพูดกับเจียงไห่หยาง “พ่อ ผมผัดเนื้อกระต่ายกับทำเมนูหมูตุ๋น ผมทำเยอะเลยแบ่งมาให้”

    

    “แกไปเอาเงินจากไหนมาซื้อเนื้อ ? ”

    

    แม้ว่าเนื้อจะหอมมาก แต่เจียงไห่หยางกลับยังไม่ยอมรับ ทว่าปั้นหน้าบึ้งตึงถามเขาแทน

    

    เนื้อกระต่ายยังพอเข้าใจ เพราะหากโชคดีอาจจับได้ตามบนภูเขา แต่หมูตุ๋นนั้น หากไม่มีเงินก็อาจหาซื้อไม่ได้

    

    สถานการณ์ในบ้านของเจียงเสี่ยวไป๋เป็นอย่างไร ?

    

    นังเลงฉินมาตามทวงหนี้ถึงบ้านขนาดนี้ เขายังมีเงินไปซื้อเนื้อกินอีกหรือ ?

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและอธิบายว่า “พ่อ ผมขึ้นเขาไปล่าสัตว์มา ได้ไก่ฟ้ากับกระต่ายป่ามา 2-3 ตัว ผมเก็บไว้กิน 1 ตัว แล้วขายที่เหลือไปถึงได้มีเงินมาซื้อเนื้อ”

    

    เจียงไห่หยางตะลึงอีกครั้ง

    

    ไอ้สารเลวคนนี้ไปล่าสัตว์บนภูเขาจริงหรือ ?

    

    เขาไม่มีแม้แต่ปืนลูกซอง แล้วเขาจะล่าสัตว์ได้อย่างไร ?

    

    เจียงไห่หยางเกิดความสงสัยอยู่ในใจ แต่เนื้อกระต่ายก็อยู่ตรงหน้าแล้ว เขาจะไม่เชื่อไม่ได้

    

    เขาคงไม่ได้รอกระต่ายอย่างเงียบ ๆ แล้วมีกระต่ายวิ่งมาชนตาย จากนั้นเขาก็เก็บกระต่ายมาได้ใช่ไหม ?

    

    “จริงหรือ ? ”

    

    “จริงสิ ! ”

    

    หลังจากถามคำตอบคำกับลูกชายไป สีหน้าของเจียงไห่หยางถึงได้ดีขึ้นมาก เขาพูดขึ้นว่า “เข้ามาเถอะ”

    

    “ไม่ล่ะครับ ผมจะกลับบ้านไปกินข้าวกับเจียอินและชานชาน เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาใหม่” เจียงเสี่ยวไป๋พูด

    

    “ได้สิ”

    

    เจียงไห่หยางรับชามมาทั้งสองใบ แล้วพูดขึ้นว่า

    

    “อือ มีเนื้อให้กินด้วย”

    

    “หมูตุ๋นหอมมาก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หันกลับก็ได้ยินเสียงน้องห้าและน้องหกพูดด้วยความตื่นเต้น

    

    พอกลับมาถึงบ้าน หลินเจียอินได้เก็บของที่กองพะเนินไว้บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว เธอย้ายเตาเล็กมาบนโต๊ะ เนื้อกระต่ายในหม้อกำลังร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมไปทั่ว จานใส่หมูตุ๋นและหมูผัดพริกถูกจัดวางไว้อย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะเช่นกัน

    

    “ป่าป๊ากลับมาแล้ว”

    

    หนูน้อยที่เฝ้าอยู่ตรงโต๊ะอาหารเห็นเจียงเสี่ยวไป๋กลับมาแล้วก็กระโดดโลดเต้นพลางโห่ร้องด้วยความดีใจ

    

    หม่าม๊าบอกแล้วว่ารอให้ป่าป๊ากลับมาก่อนค่อยกินข้าว

    

    หลินเจียอินออกมาหลังจากได้ยินเสียง ในมือถือชามข้าวสองชามเป็นชามใหญ่และชามเล็ก เม็ดข้าวสีขาวสะอาดปะปนอยู่กับเม็ดข้าวสีทองอ่อนที่มาจากก้นหม้อ ส่งกลิ่นหอมน่ากิน

    

    เธอส่งชามใบใหญ่ให้เจียงเสี่ยวไป๋อย่างเงียบ ๆ และยื่นชามใบเล็กให้เจียงชาน จากนั้นหญิงสาวหันกลับไปที่ห้องครัวเพื่อตักของตัวเอง

    

    “ขอบคุณนะที่รัก”

    

    จู่ ๆ เธอก็ได้ยินเสียงเขาขอบคุณมาจากด้านหลัง ทำให้ร่างของหลินเจียอินสั่นสะท้านไปเล็กน้อย

    

    เมื่อก่อนเวลาที่เจียงเสี่ยวไป๋มากินข้าวที่บ้าน เธอก็จะเป็นคนยกอาหารมาให้เขา แต่เขาไม่เคยสนใจและไม่เคยขอบคุณเธอมาก่อน

    

    แต่วันนี้เขากลับพูดขอบคุณเธอ

    

    เธอรู้สึกได้ว่าเจียงเสี่ยวไป๋ในวันนี้แตกต่างออกไปจริง ๆ

    

    และในตอนที่เธอหันกลับมา เธอก็เห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋เดินตามเข้ามาในครัว

    

    “คุณไปตักข้าวเถอะ ผมจะไปเอาผักชีมาโรยหน้ากระต่ายผัด” เจียงเสี่ยวไป๋พูดอย่างอบอุ่น

    

    เขาซอยผักชีเป็นต้นเล็ก ๆ แล้วใส่ลงในหม้อ จากนั้นก็หั่นต้นหอมโรยหน้าไปอีกหนึ่งกำมือ

    

    ทำให้กลิ่นหอมของอาหารแจ่มชัดมากยิ่งขึ้น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คีบเนื้อกระต่ายในหม้อให้หลินเจียอิน หลินเจียอินลองชิมดู ปรากฏว่ามันไม่มีกลิ่นเหม็นจริงด้วย ในทางตรงกันข้ามมันกลับขับให้เนื้อกระต่ายผัดมีกลิ่นหอมเข้มข้นยิ่งขึ้น

    

    ที่แท้ผักชีมันมีกลิ่นหอมจริง ๆ ด้วย

    

    “ป่าป๊า หนูอยากกินบ้าง”

    

    เนื้อจากหม้อตั้งอยู่บนเตา เจียงชานน้อยตัวเล็กจึงเอื้อมตักไม่ถึง เมื่อเห็นป่าป๊าคีบอาหารให้หม่าม๊า หนูน้อยจึงมุ่ยปากและอ้อนขอบ้าง

    

    “ได้สิ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋คีบเนื้อกระต่ายชิ้นหนึ่งให้ลูกสาว แล้วคีบหมูตุ๋นอีกหนึ่งชิ้นในชามให้เธอ เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มา พ่อคีบหมูตุ๋นให้ด้วย”

    

    “ขอบคุณค่ะป่าป๊า”

    

    หนูน้อยพูดอย่างดีใจ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างมีความสุข ไม่มีความรู้สึกแปลกหน้าต่อกันระหว่างเขากับลูกสาว หลังจากที่เขากลับมาเกิดใหม่นี้ ชานชานน้อยได้เริ่มยอมรับในตัวเขาแล้ว

    

    เขาอดไม่ได้ที่จะชำเลืองมองหลินเจียอิน แต่ก็เห็นว่าเธอเอาแต่ก้มหน้าก้มตากินอย่างเงียบ ๆ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ถอนหายใจ ภรรยายังคงไม่ยิ้มให้เขาเหมือนเคย

    

    แต่เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ควรรีบร้อนเกินไป

    

    คงต้อง……ให้มันค่อยเป็นค่อยไปแล้วสินะ

    

    “ข้าวเจ้าอร่อยจัง ! ”

    

    “เนื้อกระต่ายอร่อยมาก ! ”

    

    “หมูตุ๋นก็อร่อย ! ”

    

    “หมูผัดพริกก็อร่อยเหมือนกัน ! ”

    

    “อร่อยทุกอย่างเลย ! ”

    

    หนูน้อยกินไปคำนึงก็เอ่ยชมหนึ่งที ตอนนี้เธอกินข้าวไว้เต็มปาก ทำให้พูดไม่ชัด

    

    “ถ้าอร่อยก็กินเยอะ ๆ นะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม แววตาที่เขามองลูกสาวมันเปี่ยมไปด้วยความรัก เมื่อก่อนหนูน้อยไม่เคยได้กินอิ่มท้อง ทำให้เธอมีรูปร่างซูบผอม ขนาดผมยังกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน ๆ เพราะขาดสารอาหาร

    

    หลินเจียอินกลับไม่เหมือนกัน เธอพูดว่า “ค่อย ๆ กิน”

    

    เธอกลัวว่าลูกสาวกินเร็วไปแล้วจะสำลัก

    

    “อื้อ ๆ ”

    

    หนูน้อยพยักหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่ยักจะรู้สึกว่ามือของเธอช้าลง เพราะเธอยังคงกินเร็วอยู่

    

    เธอไม่เคยกินของอร่อยแบบนี้เลย จะกินช้า ๆ ได้ยังไง เธอยังอยากกินมากกว่านี้

    

    หลินเจียอินส่ายหน้าและไม่ได้พูดอะไรต่อ

    

    อืม เหตุผลหลัก ๆ ก็คือเธอเองก็ไม่ได้กินช้าเช่นกัน

    

    มันไม่ใช่แค่ไม่ได้กินข้าวและเนื้อมานานแล้ว แต่อาหารที่เจียงเสี่ยวไป๋ทำมันอร่อยมากเช่นกัน

    

    “เขาทำอาหารเก่งขนาดนี้ ทำไมฉันไม่เคยเห็นเขาทำอาหารมาก่อนเลยนะ”

    

    นึกถึงตอนแต่งงานกันแรก ๆ เจียงเสี่ยวไป๋ดีต่อเธอมาก แต่เขาก็ยังไม่เคยทำอาหารให้เธอกินมาก่อน ในใจของเธอจึงรู้สึกผิดหวังขึ้นมาเล็กน้อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่รู้ความคิดในใจของหลินเจียอิน ถ้าเขารู้ เขาจะต้องบอกว่าเธอเข้าใจเขาผิดแล้วล่ะ

    

    เพราะถ้าเขาไม่ได้เกิดใหม่ เขาจะปรุงอาหารอร่อย ๆ แบบนี้ได้อย่างไร ?

    

    ไม่นาน อาหารมื้อนี้ก็หมด ไม่ว่าจะเป็นในหม้อบนเตาหรือในชามล้วนถูกกินจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้กระทั่งน้ำซุปด้วยซ้ำ

    

    “หนูกินอิ่มเกินไปแล้ว”

    

    หนูน้อยลูบท้องที่ป่องแล้วพูดด้วยสีหน้าพึงพอใจ

    

    หลินเจียอินพูดสอน “ใครให้ลูกกินเยอะขนาดนั้นล่ะ”

    

    แต่เสียงของเธอแผ่วมาก เพราะเธอเองก็กินอิ่มจนแน่นท้องเหมือนกัน

    

    ถ้าจะโทษต้องโทษเจียงเสี่ยวไป๋ ใครใช้ให้เขาทำอาหารอร่อยขนาดนี้กันล่ะ

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กินอิ่มแปล้เช่นกัน จะให้ทำอย่างไรได้ ในเมื่อลูกสาวอยากจะแข่งกินกับเขา เขาต้องทำให้ภรรยารักเห็นความสามารถในการกินของเขาให้ได้

    

    นอกจากนี้ การได้กินข้าวอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากับภรรยาและลูกสาวคือความฝันของเขาในชาติที่แล้วมาหลายสิบปี นี่เป็นครั้งแรกที่ครอบครัวของเขาได้กินอาหารเย็นด้วยกันตั้งแต่เขากลับมาเกิดใหม่ กินมากเกินไปจะผิดอะไร ?

    

    หลังจากกินเสร็จ หลินเจียอินลุกขึ้นจะไปล้างจาน แต่เจียงเสี่ยวไป๋กลับแย่งทำเอง “เมียจ๋า คุณพักผ่อนเถอะ ผมล้างเอง”

    

    ห๊ะ !

    

    หลินเจียอินตกตะลึงอีกครั้ง

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ทำอาหารแล้วไม่ว่า แต่นี่เขารีบไปล้างหม้อล้างจาน……นี่ยังใช่เขาจริง ๆ หรือเปล่า ?

    

    ขณะที่เธอกำลังมึนงง เจียงเสี่ยวไป๋ได้รวบรวมหม้อ ชามและตะเกียบบนโต๊ะแล้วยกไปที่ห้องครัว

    

    “พรุ่งนี้หนูอยากกินเนื้ออีก หนูอยากกินฝีมือของป่าป๊า”

    

    หนูน้อยเดินตามหลังเจียงเสี่ยวไป๋เหมือนผู้ติดตามตัวน้อยแล้วพูดอย่างออดอ้อน

    

    “ได้สิ พ่อจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้เจ้าหญิงน้อยของพ่อทุกวันต่อจากนี้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มรับ

    

    คำขอนี้ไม่มากเกินไปเลย

    

    ทางที่ดีที่สุดคือภรรยาของเขาก็ต้องการแบบนี้เหมือนกัน แบบนั้นเขาจะต้องตั้งใจทำเพื่อให้พวกเธอพอใจแน่นอน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เดินออกมาจากห้องครัวออย่างมีความสุขก็เห็นหลินเจียอินกำลังจับมือชานชาน ทั้งสองกำลังเดินเล่นในลานบ้านก็เดาว่าพวกเธอน่าจะกำลังเดินย่อย

    

    “เมียจ๋า เข้ามาสิ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยืนยิ้มกวักมือเรียกอยู่ตรงประตู

    

    “มีอะไร ? ”

    

    หลินเจียอินถามโดยไม่รู้ตัว

    

    เธอยังไม่อยากเข้าห้องนอนเร็วเกินไป เธอยังอยากเดินย่อยอีกสักพัก

    

    “เรื่องดีน่ะ คุณรีบเข้ามาสิ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มอย่างมีเลศนัย

    

    “คุณจะไปมีเรื่องดี ๆ อะไรได้ ? ”

    

    หลินเจียอินพึมพำบางอย่าง เธอปล่อยมือลูกสาวแล้วเดินเข้าไปในบ้าน

    

    ป่าป๊าบอกว่ามีเรื่องดี ส่วนหม่าม๊าก็เดินเข้าห้องโดยไม่พาเธอไปด้วย

    

    พวกเขามีความลับอะไรกันนะ ?

    

    หนูน้อยวิ่งตามเข้าไปอย่างไม่พอใจ

    

    “ป่าป๊า อุ้มหน่อย”

    

    หลังจากเข้าบ้านแล้ว หนูน้อยก็วิ่งไปหาป่าป๊า เธอกางแขนออกแล้วเงยหน้ามองเจียงเสี่ยวไป๋อย่างน่ารัก

    

    ลูกสาวเป็นฝ่ายทำตัวน่ารักและอ้อนให้อุ้มแบบนี้

    

    ใครจะไปห้ามใจไหว ?

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ใจจะละลาย เขาโน้มตัวลงไปอุ้มลูกสาวอย่างมีความสุข

    

    หนูน้อยโผเข้าหาอ้อมกอดของเจียงเสี่ยวไป๋พร้อมกับยิ้มอย่างภูมิใจ

    

    ‘เฮอะ ๆ หนูตัวติดหนึบกับป่าป๊าแล้ว ความลับระหว่างป่าป๊ากับหม่าม๊า หนีหนูไม่พ้นหรอก’

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 17 :หนูอยากรู้ความลับของป่าป๊ากับหม่าม๊า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
21/06/2026
novelpdf0073
เสน่ห์รักคุณหนูต่างสกุล
03/05/2023
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023
book-1623087047
ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
21/08/2022

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.