Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 35 บัญชีรายรับรายจ่าย

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 35 บัญชีรายรับรายจ่าย
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 35 บัญชีรายรับรายจ่าย

    

    ”เมียจ๋า คุณเข้าไปในบ้านก่อน เดี๋ยวผมจะอธิบายบัญชีรายรับรายจ่ายให้ฟังนะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวกับหลินเจียอินด้วยรอยยิ้ม ขณะถือเนื้อหมูและผักที่เขาซื้อมาเข้าไปในห้องครัว

    

    บัญชี ?

    

    หลินเจียอินรู้สึกสับสนเล็กน้อย

    

    พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่เป็นทางการไปหน่อยหรือที่จะมาพูดถึงบัญชีรายรับรายจ่าย

    

    แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็มีความสุขมาก

    

    ทันทีที่ชายคนนี้กลับมา เขาก็ยื่นเงินที่ได้มาให้กับเธอ ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขาให้เกียรติเธอแค่ไหน

    

    ”ให้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ หยิบกระเป๋าที่มีเงินออกมาแล้วส่งให้หลินเจียอิน

    

    วันนี้ขายได้เงินจำนวนมาก และส่วนใหญ่ก็เป็นเหรียญ ดังนั้นเฝิงเยี่ยนหงจึงหาถุงพลาสติกมาให้เจียงเสี่ยวไป๋ใส่เงินและแยกเป็นสัดเป็นส่วน

    

    ในกระเป๋าใบนี้ จึงเต็มไปด้วยถุงเงินที่แบ่งเป็นถุง ๆ

    

    หลินเจียอินรู้สึกตะลึงเล็กน้อย

    

    “มันที่ผมขนไปวันนี้ขายหมดแล้ว วันนี้ได้เงินมาทั้งหมด 249 หยวน 2 เหมา”

    

    ”ผมเอาซื้อเนื้อหมูและผักไป 23 หยวน 3 เจี่ยว”

    

    ”คงเหลือ 270 หยวน 9 เหมา คุณลองนับดูได้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รายงานบัญชีรายรับรายจ่ายของวันนี้ให้หลินเจียอิน

    

    “คุณขายมันได้มากกว่าสองร้อยหยวนเลยหรือ ? ”

    

    เสียงของหลินเจียอินสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น เธอเองก็รู้สึกว่ากระเป๋าในมือเธอหนักจริง ๆ

    

    “ใช่ คุณเอาเงินออกไปเก็บเถอะ แล้วเอากระเป๋ากับเงินทอนไว้ให้ผมด้วย”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวด้วยรอยยิ้ม “พรุ่งนี้ผมต้องออกไปหาเงินต่อ”

    

    ”เอาล่ะ ! ถ้าอย่างนั้น ไหนฉันลองนับก่อน”

    

    หลินเจียอินกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเธอก็เดินไปปิดประตู

    

    “คุณจะนับเงิน แล้วทำไมต้องไปปิดประตูด้วยล่ะ” เจียงเสี่ยวไป๋ถามออกมาด้วยสีหน้างงงวยเล็กน้อย

    

    ”มันเป็นเงินจำนวนมาก มันไม่ดีถ้าคนอื่นมาเห็นเข้า”

    

    หลินเจียอินกล่าว

    

    ”อ้อ ไม่ต้องปิดประตูหรอก ขืนคุณปิดประตูตอนกลางวันแสก ๆ แบบนี้ เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าเรากำลังทำอะไรกันอยู่ในบ้าน” เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม “เข้าไปนับข้างในห้องก็ได้”

    

    ”โอ้……”

    

    ใบหน้าของหลินเจียอินแดงก่ำ เจียงเสี่ยวไป๋คนนี้ในหัวคิดแต่เรื่องอะไรอยู่ ถึงพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้ออกมา

    

    เธอรีบหันกลับและเดินเข้าไปข้างในทันที

    

    ”เมียจ๋า เงินที่ได้มานี้คุณต้องแบ่งเอาซื้อมันฝรั่งจากชาวบ้านด้วยนะ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ตะโกนไล่หลังด้วยรอยยิ้ม

    

    เมื่อเห็นหลินเจียอินไม่ตอบกลับอะไร เขาจึงฮัมเพลงทำเป็นไม่สนใจ ปล่อยให้เธอเข้าห้องและปิดประตูไป

    

    หลังจากนั้นไม่นาน หลินเจียอินก็เดินออกมาจากข้างในบ้าน ก่อนจะยื่นกระเป๋ารวมถึงเงินทอนให้กับเจียงเสี่ยวไป๋

    

    “คุณต้องการมันฝรั่งอีกกี่กระสอบ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หยิบกระเป๋าเงินกลับไปพับเก็บใส่กระเป๋าเป้ของเขาและพูดว่า “ขอรวบรวมให้ได้ประมาณ 3,000 จินก่อน ลองไปถามซื้อจากชาวบ้านคนอื่น ๆ ด้วย ถ้าพวกเขาขาย ให้พวกเขาชั่งเป็นกระสอบแล้วเอาไปรวมไว้ที่ข้างถนน หวังผิงกับพี่เขยของเขาจะเป็นคนมาขนเข้าเมืองเอง”

    

    ”ได้เลย เดี๋ยวฉันจัดการให้”

    

    หลินเจียอินรับปากและเดินออกไป

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มตามหลัง ปล่อยให้หน้าที่รับซื้อมันฝรั่งในหมู่บ้านเป็นหน้าที่ของเธอไป เพราะเธอนั้นน่าเชื่อถือกว่าเขา

    

    ถ้าหากเขาเป็นคนไปซื้อล่ะก็ ชาวบ้านอาจจะไม่ให้เข้าบ้านด้วยซ้ำ

    

    แต่ไม่เป็นไร เขายังสามารถทำอย่างอื่นได้ในช่วงนี้

    

    ”ชานชาน เข้าบ้านกันเถอะ พ่อจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้กิน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ชวนเจียงชานไปทำอาหารด้วยกัน เขาวางแผนที่จะมาทำกิจกรรมพ่อแม่ลูกเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว

    

    ”ได้ค่ะ”

    

    เจ้าตัวเล็กเห็นด้วยอย่างมีความสุข และพูดเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย “ปะป๊าทำอาหารอร่อยทุกอย่างเลย ฉะนั้นหนูต้องเรียนรู้มันตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อจะได้ทำอาหารให้ปะป๊าทานในอนาคต”

    

    ”งั้นก็เป็นเกียรติอย่างมากที่เจ้าหญิงตัวน้อยของพ่อ จะทำอาหารให้พ่อกิน”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋รู้สึกขบขันกับท่าทีของเจ้าตัวเล็ก เขาเอามือถูจมูกและพูดอย่างมีความสุข

    

    ในตอนนี้สองพ่อลูกก็เข้าครัวด้วยกัน

    

    ก่อนอื่นเลยคือต้องลวกกระดูก ซี่โครงหมู หัวหมู และตีนหมูก่อน จากนั้นก็เอากระดูกใหญ่ไปตุ๋นเพื่อทำเป็นน้ำซุป ระหว่างนี้ก็ตั้งน้ำมันและผัดเครื่องเทศ จากนั้นก็เติมเหล้าขาวลงไปเพื่อดึงกลิ่นหอมของเครื่องเทศออกมา

    

    ผัดช้า ๆ โดยใช้ไฟอ่อน หลังจากส่งกลิ่นหอมก็เติมน้ำซุปกระดูกลงไป

    

    ในระหว่างกระบวนการทั้งหมด เจียงเสี่ยวไป๋ได้พยายามสอนเจียงชานตัวน้อยให้รู้จักเครื่องเทศพื้นฐานพวกนี้ไปด้วย บอกเธอถึงการนำมาใช้และสรรพคุณของเครื่องเทศแต่ละตัว

    

    เจียงชานอายุเพียงห้าขวบ ดังนั้นเธอจึงไม่สามารถจดจำหรือเข้าใจได้ในทันที

    

    เจ้าตัวเล็กที่เริ่มเบื่อ แล้วก็รู้สึกท้อแท้เล็กน้อย

    

    การทำอาหารนั้น มันยากขนาดนี้เชียวหรือ

    

    ทว่าในตอนนั้นเจียงเสี่ยวไป๋ที่เห็นเธอเริ่มเบื่อก็กล่าวว่า ไม่เป็นไร เรียนรู้ไปก่อน ค่อย ๆ เก็บเกี่ยวไปทีละเล็กละน้อย เมื่อโตไปในอนาคต หนูจะได้มีพื้นฐานในการทำอาหารและเข้าใจเร็วกว่าคนอื่น

    

    เจ้าตัวเล็กดูเหมือนจะเข้าใจ เธอดูมีความสุขและจริงจังกับคำพูดที่พ่อของเธอสอนอย่างมาก

    

    ห้องครัวได้กลายเป็นห้องเรียนแห่งความสุขสำหรับสองพ่อลูกไปแล้วตอนนี้

    

    หลังหกโมงเย็น เจียงเสี่ยวไป๋ก็ทำอาหารเสร็จ และเห็นว่าหลินเจียอินก็กลับมาพอดี เขาจึงหันไปบอกกับเจียงชานว่า “ชานชาน ไปเรียกคุณปู่ คุณย่า และคนอื่น ๆ มาทานอาหารเย็นกัน”

    

    ”ได้เลยค่ะ”

    

    เจ้าตัวเล็กรีบวิ่งแจ้นไปบ้านปู่ของเธอทันที

    

    ”วันนี้ฉันซื้อมันที่บ้านของลุง, บ้านพี่ชางหมิง, พี่เสี่ยวหยุน, ลุงไห่เฉิง, ลุงไห่ซาน, หลิวเฉียงฮั๋ว, บ้านตระกูลหู บ้านตระกูลหยาง รวม ๆ กันแล้วก็ได้ประมาณ 3,000 จิน”

    

    หลินเจียอินบอกรายชื่อของพ่อค้ามันที่เธอไปรับซื้อมา “และยังมีอีกหลายคน เข้ามาถามฉันว่ายังรับซื้ออยู่ไหม”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋กล่าวว่า “แน่นอน ฉันก็รับซื้อเรื่อย ๆ แหละ แต่ไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ ฉันขอถามพี่ชายของเฝิงเยี่ยนหงก่อนว่าเขาสามารถช่วยเราขนมันเข้าเมืองได้กี่ครั้ง”

    

    ”อืม”

    

    หลินเจียอินพยักหน้าเล็กน้อย

    

    หลังจากพูดคุยกันเข้าใจแล้ว มันที่ซื้อมาก็ถูกนำไปวางไว้ข้างถนน หากเอาใส่รถไปไม่หมดก็ค่อยขนกลับไปไว้ที่บ้านก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหา

    

    ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน เจียงเสี่ยวไป๋ก็ได้ย้ายโต๊ะกินข้าวออกมาที่ลานบ้านอีกครั้ง แล้วเริ่มยกอาหารที่ทำออกมาวางบนโต๊ะ

    

    หลินเจียอินเห็นแบบนั้นก็เข้าไปช่วยอย่างเงียบ ๆ ทั้งสองช่วยเหลือกันโดยไม่ต้องพูดอะไร

    

    กับข้าวเมื่อวานนี้มีเกี๊ยวและผัดมันฝรั่งเป็นอาหารหลัก ดังนั้นวันนี้เจียงเสี่ยวไป๋จึงได้หุงข้าวแทน

    

    ซี่โครงพะโล้ในหม้อใบใหญ่ ซี่โครงเผ็ดหม้อไฟ รวมทั้งหัวหมูตุ๋น ตีนหมูตุ๋น โต๊ะอาหารขนาดใหญ่ในตอนนี้เต็มไปด้วยอาหารจานใหญ่หลายจาน

    

    “ลูกยังเล็ก แต่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้ แม้ว่าจะมีเงินทองกองเท่าภูเขา ก็คงไม่อาจจะรักษาไว้ได้”

    

    เจียงไห่หยางบ่นถึงความสุรุ่ยสุร่ายของเจียงเสี่ยวไป๋ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย

    

    เพระอาหารบนโต๊ะนั้นกลิ่นหอมเย้ายวนจริง ๆ

    

    “พ่อคะ ทุกวันนี้เขาหาเงินได้เยอะมาก กินแค่นี้ไม่ต้องกลัวเงินหมดหรอกค่ะ ”

    

    หลินเจียอินส่งชามข้าวที่ตักมาให้เจียงไห่หยางและพูดปกป้องสามี

    

    “รีบ ๆ กินไปซะ จะได้หุบปากเสียที”

    

    หวังซิ่วจวี๋ก็พูดแทรกขึ้นมา

    

    เจียงไห่หยางทำหน้ามุ่ยหยุดพูดทันทีและรีบกิน

    

    มันคือข้าวใช่ไหม ที่ผ่านมาเขากินมันเทศและมันฝรั่งแทนข้าวทุกวัน บ้างก็ต้มแป้งข้าวโพดหรือไม่ก็กินบะหมี่ จนจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เขากินข้าวคือตอนไหน ?

    

    เจียงเสี่ยวเหลยและเจียงเสี่ยวหยูก็รู้สึกตื่นเต้นพอ ๆ กัน ทั้งสองแทบรอไม่ไหวที่จะไปที่โต๊ะ

    

    “พี่ถิงถิง พี่ต้องมากินข้าวเย็นที่บ้านของฉันทุกวันนะ จากนี้ไป ปะป๊าจะสอนฉันทำอาหารแล้ว”

    

    เจียงชานนั่งถัดจากเจียงถิง เธอส่งตะเกียบให้น้องสาวของเธอและพูดขึ้นมา

    

    อาหารวันนี้ เธอกับปะป๊าเป็นคนทำเอง

    

    เธอจึงรู้สึกภูมิใจเป็นพิเศษ

    

    “ชานชานมีความสามารถจริง ๆ ! ”

    

    หลัวเจาตี้ชื่นชมหลานสาว

    

    ”ขอบคุณค่ะคุณน้า”

    

    เจ้าตัวเล็กได้รับคำชม ใบหน้าของเธอก็ยิ้มแย้มราวกับดอกไม้ผลิบาน เธอชี้ไปที่หัวหมูตุ๋นแล้วพูดว่า “นี่คือหมูตุ๋น มันอร่อยมากค่ะ ลองทานดู”

    

    ”รสชาติของมันจะดีขึ้นไปอีกถ้าจุ่มลงในน้ำซอสที่พ่อทำ”

    

    ก่อนหน้านี้เธอได้ลองชิมอาหารทุกเมนูที่ปะป๊าทำในครัวมาหมดแล้ว และเธอชอบรสชาติของหัวหมูตุ๋นมาก ดังนั้นเธอจึงแนะนำเมนูนี้

    

    ”ชานชานบอกว่ามันอร่อย ดังนั้นมันจะต้องอร่อย ไหนน้าขอลองชิมสักชิ้นสิ”

    

    หลัวเจาตี้น้ำลายไหลมานานแล้วเมื่อเห็นเมนูตุ๋นเหล่านี้ แต่ก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อยที่จะหยิบมันมากินโดยไม่สนใจคนอื่น ดังนั้นเมื่อชานชานเสนอเมนูนี้ให้เธอลอง เธอจึงใช้คำพูดของชานชานมาเป็นข้ออ้าง

    

    เสน่ห์ของเมนูตุ๋นนั้น น้อยคนนักที่จะต้านทานมันได้

    

    ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ก็ยังเป็นช่วงต้นทศวรรษ 1980 ?

    

    หลังจากคีบเข้าปากด้วยตะเกียบคำแรกแล้ว เธอก็หยุดกินมันไม่ได้เลย

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 35 บัญชีรายรับรายจ่าย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6188e9251rPiSaR6
หมอหญิงยอดมือสังหาร
07/10/2023
61d5850drMG2fe58
ศิษย์พี่ของข้าจะมั่นคงเกินไปแล้ว
10/10/2024
novelpdf055
หญิงพาลผู้งามล่มเมือง กับสามีลึกลับริมบึง
20/06/2026
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
18/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.