Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 47 :ความสุขของการได้ส่งไม้ต่อ

  1. Home
  2. ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล)
  3. ตอนที่ 47 :ความสุขของการได้ส่งไม้ต่อ
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

    ตอนที่ 47 :ความสุขของการได้ส่งไม้ต่อ

    

    เช้าวันรุ่งขึ้น เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินเสียงของช่างไม้ถานขณะที่เขาผ่านบ้านของช่างไม้ถาน

    

    “เสี่ยวไป๋ ฉันแกะสลักอักษรทุกอย่างตามที่นายขอแล้ว”

    

    เมื่อเจียงเสี่ยวไป๋ได้ยิน เขาก็มีความสุขมาก

    

    เขาไม่คิดว่าช่างไม้ถานจะทำมันได้เร็วขนาดนี้

    

    เขาไม่รู้ว่าหลังจากที่ถานเสี่ยวฟางกลับมาบ้านเมื่อคืนนี้และเล่าให้ช่างไม้ถานฟังเกี่ยวกับกิจการของเจียงเสี่ยวไป๋ในเมือง ช่างไม้ถานจึงรีบทำงานให้เขาในชั่วข้ามคืน

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ส่งหลินเจียอินไปที่อำเภอชิงซานก่อน และให้เธอพาชานชานขึ้นรถโดยสารไปในเมือง ส่วนตัวเขากลับไปที่เจียงวานเพื่อขนแผ่นป้ายที่ช่างไม้ถานทำเข้ามาในเมือง

    

    ป้ายของ “ร้านน้ำชาเหล่าหวัง” ถูกแทนที่ด้วย “ร้านอร่อยสามมื้อ”

    

    หวังผิงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ผัดมันฝรั่งและเมนูตุ๋นฟักเขียวที่เราขายถือว่าเป็นของว่าง แต่นายทำป้ายชื่อร้านว่า ร้านอร่อยสามมื้อแบบนี้ อย่าบอกนะว่านายคิดจะเปิดร้านอาหารด้วย ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ส่ายหัว เขาไม่ได้วางแผนที่จะเปิดร้านอาหารในขณะนี้

    

    แต่เมนูที่เอร็ดอร่อยในใจของเขาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ 3 เมนูที่เขากำลังขายอยู่เท่านั้น เขามั่นใจว่า เขาสามารถผลิตอาหารรสเลิศได้หลายสิบหรือหลายร้อยเมนูเพื่อให้ผู้คนสามารถซื้อและรับประทานได้ทั้งสามมื้อต่อวัน

    

    เพียงแต่ว่ามันยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเอง

    

    เขายิ้มและพูดว่า “เดี๋ยวในอนาคตนายก็จะรู้เอง”

    

    จากนั้น เขาตั้งป้ายไม้สองป้ายที่ช่างไม้ถานทำขึ้นไว้ทั้งสองด้านของประตู ป้ายหนึ่งมีข้อความว่า ‘ตำรับชาววัง อร่อยล้ำที่สุดในใต้หล้า’

    

    ส่วนอีกป้ายเขียนว่า: ตกทอดจากบรรพบุรุษ พร้อมคุณภาพชั้นยอด

    

    มันไม่ใช่ป้ายกลอนคู่

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ไม่ใช่คนเจ้าบทเจ้ากลอนขนาดนั้น แต่เขาเพิ่งเห็นว่าการตกแต่งร้านน้ำชานั้นค่อนข้างเรียบง่ายเกินไป แขวนป้ายไม้สักสองป้ายเพื่อสร้างบรรยากาศก็ไม่เลว

    

    เหตุผลที่เขาใช้คำเช่น “ชาววัง” และ “บรรพบุรุษ” นั้น เพราะเขาเข้าใจความปรารถนาของคนทั่วไปดี สามัญชนธรรมดาอยู่ห่างไกลและเข้าไม่ถึงความเป็นพระราชวัง และโดยธรรมชาติแล้ว ในใจของพวกเขามีความเกรงขามและเคารพบูชาพระราชวังอยู่แล้ว

    

    นี่เป็นการแสดงว่าสิ่งที่เขาทำนั้นสูงส่ง

    

    สนองความฟุ้งเฟ้อในใจของคนทั่วไป

    

    สำหรับคำว่า “อร่อยล้ำที่สุดในใต้หล้า” และ “คุณภาพชั้นยอด” ล้วนมีความหมายเดียวกันง่าย ๆ เลยคือคำว่า: อร่อย !

    

    ในช่วงทศวรรษที่ 1980 คนธรรมดาไม่เคยมีประสบการณ์กับโฆษณาทุกประเภท และพวกเขาก็มีจิตใจที่เรียบง่าย ฉะนั้นโดยพื้นฐานแล้วพวกเขาจะเชื่อในสิ่งที่บอกกล่าว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มั่นใจเรื่องนี้ดี

    

    “ซอสสูตรลับของนายเป็นตำรับชาววังจริงหรือ ? ”

    

    นั่นไง

    

    เมื่อหวังผิงเห็นข้อความบนป้ายไม้ก็ถามอย่างตื่นเต้น

    

    ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงอร่อย ที่แท้ก็เป็นสูตรลับจากตำรับชาววังนี่เอง

    

    “เฮอะ ๆ ……”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋หัวเราะ เขาไม่สนใจหวังผิง แต่ขี่รถจักรยานไปที่ร้านขายของชำเพื่อซื้อกระดาษสีแดงหลายสิบแผ่น พู่กัน หมึกและกาวแป้งเปียกกลับมา

    

    มันคือกระดาษสีแดงประเภทเดียวกันกับที่นำมาเขียนคำอวยพรในโอกาสต่าง ๆ เช่น คำอวยพรวันตรุษจีนอะไรทำนองนั้น

    

    เจียงเสี่ยวไป๋เริ่มเอาพู่กันจุ่มหมึกและเขียนข้อความบนกระดาษสีแดงแผ่นหนึ่งว่า: ผัดมันฝรั่งไซซี ฟักเขียวน้ำแดง และ ‘ตุ๋นฟักเขียวสไลด์แบบหมูสามชั้น

    

    จากนั้นเขาเขียนบนกระดาษสีแดงอีกแผ่นว่า: ฉลองเปิดตัวเมนูใหม่ ลดราคาครั้งใหญ่ ซื้อ 3 ชามในราคา 1 หยวน

    

    ยุคนี้ยังไม่มีเอเจนซี่โฆษณา ดังนั้นเขาจึงต้องเขียนแผ่นป้ายโฆษณาเอง

    

    ช่างไม้ถานยังทำป้ายไม้ 2 ป้ายพร้อมขายึดซึ่งมีรูปแบบคล้ายกับป้ายโฆษณากล่องไฟ LED แนวตั้งในยุคต่อมา

    

    กระดาษสีแดงที่เขียนไว้ถูกแปะลงบนกระดานไม้ แล้วนำไปติดริมถนนหน้าร้าน เป็นอันเสร็จ

    

    ทันทีที่ป้ายโฆษณาทั้ง 2 ปรากฏขึ้น ก็สร้างเสียงฮือฮาและความประหลาดใจให้แก่ผู้สัญจรผ่านไปมา จนพวกเขาอดไม่ได้ที่จะหยุดดู

    

    ต้องบอกว่าในยุคที่โฆษณาน้อย การโปรโมทเป็นเรื่องง่ายจริง ๆ

    

    โดยไม่ต้องออกแรงมาก มีลูกค้าหลายสิบรายที่ถูกดึงดูดมาตรงหน้าแผงลอย อีกทั้งยังมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และรีบไปทำงานในครัวหลังร้านต่อ

    

    เฝิงเยี่ยนหงรอมานานแล้ว ตอนนี้ฟักเขียวหั่นชิ้นและฟักเขียวหั่นแผ่นบางได้ถูกเตรียมไว้ไม่น้อย

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ทำไปด้วย สอนเธอไปด้วยอย่างสบาย ๆ

    

    เฝิงเยี่ยนหงเองก็ทำอาหารเก่งและเรียนรู้ได้ไม่ยาก พอถึงเที่ยงวัน เธอเชี่ยวชาญทักษะโดยพื้นฐานแล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋มีความสุขมาก ในอนาคตเขาสามารถส่งไม้ต่อให้เฝิงเยี่ยนหงได้แล้ว

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ขอให้เฝิงเยี่ยนหงทำงานในครัวด้วยตนเอง และเขาก็วิ่งออกไปขายอาหารกับหลินเจียอิน

    

    เขายังคงชอบทำงานกับภรรยาของเขา

    

    เพราะมันทำให้เขามีความสุขมาก !

    

    สองสามวันต่อมา พวกเขาเริ่มแบ่งงานกันลงตัวแล้ว ตั้งแต่เช้าจรดบ่าย เจียงเสี่ยวไป๋ หลินเจียอิน หวังผิงและเฝิงเยี่ยนหง พร้อมด้วยเจี่ยงชุ่ยหยูและถานเสี่ยวฟางจะช่วยกัน แต่หลังจากช่วง 5 โมงเย็นไปจะเหลือเพียงหวังผิง เฝิงเยี่ยนหงและถานเสี่ยวฟางเท่านั้น

    

    ผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ที่น่าชื่นชม

    

    ทุกเช้า เจียงเสี่ยวไป๋จะไปฝากเงินกับหลินเจียอินที่ธนาคาร นับตั้งแต่วันที่ 2 ที่เขาฝากเพิ่มไปด้วยยอด 1,168.6 หยวน ดูเหมือนว่าเขาจะฝากเงินก้อนใหญ่ในลักษณะนี้ในทุก ๆ เช้าของวัน

    

    อย่างไรก็ตาม ยอดเงินที่ฝากเข้าในแต่ละวันแตกต่างกันไม่มากนัก บวกลบกันแค่ไม่เกิน 10-20 หยวน

    

    ในวันนี้ เจียงเสี่ยวไป๋ไปหาเซี่ยงเฉียนจิ้นที่โรงพิมพ์สำนักข่าวรายวันเมืองชิงโจวอีกครั้ง

    

    “น้องชาย ฉันจะไปหานายพอดี ไม่คิดเลยว่านายจะชิงมาหาฉันก่อนแล้ว” เมื่อเซี่ยงเฉียนจิ้นเห็น เจียงเสี่ยวไป๋จึงกล่าวทักทายอย่างอารมณ์ดี

    

    “พี่เซี่ยง สบายดีนะครับ”

    

    ไม่มีใครอยู่ในสำนักงาน ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงทำตัวตามสบายและทักทายด้วยรอยยิ้ม

    

    เซี่ยงเฉียนจิ้นกล่าวว่า “ตั้งแต่นายเริ่มใช้ชามแบบใช้แล้วทิ้ง มีเถ้าแก่ห้าถึงหกคนมาติดต่อฉันเพื่อซื้อชามแบบใช้แล้วทิ้งเหมือนกัน”

    

    “ดีจริง ๆ ” เจียงเสี่ยวไป๋เห็นด้วย

    

    “ยิ่งไปกว่านั้น แก้วกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งที่นายพูดมาก็มีคนติดใจเช่นกัน ฉันเอาไปให้คนในสำนักงานศาลาว่าการประจำเมืองลองใช้กันบางส่วน คิดไม่ถึงเลยว่าผลลัพธ์จะออกมาดีขนาดนี้ ตอนนี้มีหน่วยงานเป็นสิบมาขอให้ฉันทำให้” กล่าวอย่างตื่นเต้น

    

    เขารู้สึกขอบคุณเจียงเสี่ยวไป๋อย่างจริงใจ ในเวลาเพียงไม่กี่วัน โรงพิมพ์สำนักข่าวรายวันเมืองชิงโจวก็ครึกครื้น มีพ่อค้าแม่ค้าสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องและไม่ว่าจะเป็นชามที่ใช้แล้วทิ้งหรือแก้วกระดาษที่ใช้แล้วทิ้งล้วนสร้างผลกำไรให้ทางโรงพิมพ์ได้มากถึงใบละ 7 หลี

    

    เขาเชื่อว่าใช้เวลาไม่นาน โรงพิมพ์สำนักข่าวรายวันเมืองชิงโจวจะกลายเป็นหน่วยงานที่มั่งคั่งมาก

    

    เจียงเสี่ยวไป๋แสดงความยินดีกับเซี่ยงเฉียนจิ้นและพูดว่า “พี่เซี่ยง ไม่ได้มาแค่แจ้งข่าวดีกับผมใช่ไหม ? ”

    

    เซี่ยงเฉียนจิ้นหัวเราะเสียงดังและพูดว่า “นายเป็นคนฉลาดมาก นายรู้ได้อย่างไรว่าไม่ใช่แค่ข่าวดี แต่ยังมีเรื่องอื่น”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้มและพูดว่า “มีอะไรก็บอกผมมาตรง ๆ เถอะ”

    

    เซี่ยงเฉียนจิ้นกล่าวว่า “ฉันรายงานเรื่องชามกระดาษและแก้วกระดาษแบบใช้แล้วทิ้งให้ประธานฟู่ฟัง ซึ่งฉันได้พูดถึงนายไปด้วย น้องชาย หลังจากที่ประธานฟู่รู้เรื่องนาย เขายังให้คนไปซื้อผัดมันฝรั่งของนายด้วย ตอนนี้เขาชมผัดมันฝรั่งที่นายทำไม่ขาดปาก แถมยังบอกว่าอยากเจอนายสักครั้งด้วย”

    

    “ประธานฟู่ต้องการพบผมอย่างนั้นหรือ ? ”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ผงะไปครู่หนึ่ง แต่เขารู้ว่าประธานฟู่คนนี้จะได้กลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในเวลาต่อมา

    

    แม้ว่าเขาจะเคยไปมาหาสู่ฟู่เต๋อเจิ้งในชาติที่แล้วจริง แต่นั่นคือตอนที่เขามีทรัพย์สินมูลค่าหลายหมื่นล้านแล้ว

    

    ไม่คิดเลยว่าหลังจากเกิดใหม่ เขาก็ตกอยู่ในสายตาของฟู่เต๋อเจิ้งอย่างรวดเร็ว

    

    “ตกลง พี่เซี่ยงนัดเวลามาเลย ผมจะได้ไปเยี่ยนเยียนประธานฟู่”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้าตกลงอย่างสงบ

    

    เหตุผลที่เขาเลือกโรงพิมพ์สำนักข่าวรายวันเมืองชิงโจวสำหรับทำชามแบบใช้แล้วทิ้งก็เพราะว่าอยากมีความสัมพันธ์ที่ดีกับสำนักข่าวรายวันเมืองชิงโจว ตอนนี้ประธานต้องการพบเขา แน่นอนว่าเขาจะไม่ปฏิเสธ

    

    เซี่ยงเฉียนจิ้นกล่าวว่า “ในอีกสองวันแล้วกัน เมื่อวานประธานฟู่ไปร่วมประชุมในตัวมณฑล เขากลับมาแล้ว ฉันจะแจ้งให้นายรู้”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋พยักหน้า

    

    หลังจากที่ทั้งสองพูดคุยกันสองสามคำ เจียงเสี่ยวไป๋ก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “พี่เซี่ยง ต่อไปนี้เวลาพี่เจอประธานฟู่ พี่เรียกเขาว่าท่านประธานก็พอแล้ว ไม่ต้องเรียกประธานฟู่แล้ว”

    

    เซี่ยงเฉียนจิ้นผงะไปครู่หนึ่งด้วยความงุนงง แต่หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เข้าใจ

    

    คำว่า “ฟู่” ในที่นี้แปลว่า รองประธานไม่ใช่หรือไง ?

    

    แม้ว่าแซ่ของท่านประธานจะเป็น “ฟู่” แต่เขาคงไม่ชอบให้เรียกคำที่สื่อว่าเขาเหมือนรองประธานอย่างแน่นอน

    

    ฉะนั้นการเรียกเขาแค่คำว่า ‘ประธาน’ นั้นสอดคล้องกับตำแหน่งของเขาพอดี ทั้งยังไม่มีการสื่อความหมายอื่นให้ไม่ชอบใจอีกด้วย

    

    นี่คือรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ

    

    “ฉันเข้าใจแล้ว” เซี่ยงเฉียนจิ้นยิ้มและพูดว่า “น้องชาย น่าเสียดายที่ไม่เล่นการเมือง นายให้ความสำคัญกับรายละเอียดมากกว่าฉันเสียอีก”

    

    เจียงเสี่ยวไป๋ยิ้ม

    

    เรื่องการเมือง เขาไม่สนใจมันจริง ๆ

    

    ในชีวิตนี้ เขาแค่ต้องการหาเงินให้มาก ๆ เพื่อใช้ชีวิตกับภรรยาและลูกสาวอย่างมีความสุขเท่านั้น

    

    เซี่ยงเฉียนจิ้นเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่ได้สนใจจะคุยเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดต่อ แต่เปลี่ยนเป็นถามกลับแทน “น้องชาย มีอะไรถึงมาหาฉันล่ะ ? ”

    

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 47 :ความสุขของการได้ส่งไม้ต่อ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

novelpds956
หนูน้อยผู้นี้คือสมบัติล้ำค่าของตระกูลซู
20/06/2026
novelpdfv3Br1q
ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
08/02/2026
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
18/11/2024
sdgfdf
ร้อยรักปักดวงใจ
11/02/2023

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.